BYD ยืนยัน กำลังพัฒนาหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ เพื่่อใช้ในครัวเรือน

BYD ยืนยัน กำลังพัฒนาหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ เพื่่อใช้ในครัวเรือน
Spread the love
Advertisement Advertisement

บิ๊กมูฟวงการเทคฯ! BYD คอนเฟิร์มลุยพัฒนา “หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์” เล็งใช้เครือข่ายดีลเลอร์รถยนต์เป็นช่องทางขายในอนาคต

ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ระดับโลกสัญชาติจีนอย่าง BYD (บีวายดี) ได้ประกาศยืนยันอย่างเป็นทางการแล้วว่า กำลังซุ่มพัฒนา “หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์” (Humanoid Robots) หรือหุ่นยนต์ที่มีลักษณะคล้ายมนุษย์ ซึ่งการเคลื่อนไหวในครั้งนี้นับเป็นการส่งสัญญาณและแสดงวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนที่สุดของบริษัท ในการขยายอาณาจักรเทคโนโลยีให้ก้าวไกลไปกว่าแค่การเป็นผู้ผลิตยานยนต์

สำนักข่าวเศรษฐกิจชั้นนำ First Financial รายงานว่า หลี่ เค่อ (Li Ke) รองประธานกรรมการบริหารของ BYD ได้เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทได้เริ่มดำเนินการพัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์อย่างจริงจังแล้ว โดยเธอมองว่ากุญแจสำคัญที่จะตัดสินแพ้ชนะในสมรภูมิหุ่นยนต์แห่งอนาคตนี้ ประกอบด้วย 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ศักยภาพด้านการผลิต (Manufacturing), ซอฟต์แวร์ (Software) และฮาร์ดแวร์ (Hardware) ซึ่งล้วนเป็นจุดแข็งที่ BYD เชี่ยวชาญ

“ปัญญาประดิษฐ์ในยานยนต์ (Automotive AI) และเทคโนโลยีหุ่นยนต์ (Robotics) นั้น มีรากฐานทางเทคโนโลยีร่วมกันอย่างลึกซึ้ง และหากในวันข้างหน้า หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์สามารถพัฒนาจนกลายเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ทั่วไปในครัวเรือนได้ BYD ก็พร้อมที่จะใช้เครือข่ายดีลเลอร์ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ที่มีอยู่ทั่วโลกในปัจจุบัน เป็นช่องทางในการกระจายสินค้าและจัดจำหน่ายหุ่นยนต์เหล่านี้สู่มือผู้บริโภคโดยตรง”

— หลี่ เค่อ (Li Ke), รองประธานกรรมการบริหาร BYD

ถอดรหัสจุดเชื่อมโยง ทำไม “รถยนต์ไฟฟ้า” กับ “หุ่นยนต์” ถึงเป็นเรื่องเดียวกัน?

หลี่ เค่อ ได้อธิบายเพิ่มเติมว่า ความเชี่ยวชาญด้าน Automotive AI ของ BYD สามารถนำมาปรับใช้และต่อยอดในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากทั้งสองอุตสาหกรรมต่างต้องพึ่งพาชุดเทคโนโลยีหลักชุดเดียวกัน นั่นคือ

  • ระบบการรับรู้ (Perception): การใช้เซนเซอร์และกล้องในการตรวจจับสิ่งแวดล้อม
  • การตัดสินใจ (Decision-making): ระบบประมวลผลอัจฉริยะที่สั่งการในเสี้ยววินาที
  • การควบคุมการเคลื่อนไหว (Motion Control): ระบบแอคชูเอเตอร์ไฟฟ้า (Electric Actuators) และมอเตอร์ที่แม่นยำ
  • การบูรณาการซอฟต์แวร์และวิศวกรรมฮาร์ดแวร์ (Software & Hardware Integration)

นอกจากนี้ หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ยังต้องพึ่งพาชิ้นส่วนหลักที่ค่ายรถยนต์ไฟฟ้ามีสายการผลิตอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น แบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูง, แพลตฟอร์มการประมวลผล (Computing Platforms) และโมเดล AI ขั้นสูง ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ผลิตรถยนต์ระดับโลกยังมีข้อได้เปรียบที่สตาร์ทอัปทั่วไปไม่มี นั่นคือ “ประสบการณ์การผลิตในสเกลระดับล้านชิ้น” (Large-scale Manufacturing), การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน (Supply-chain Management) และความเชี่ยวชาญในระบบความปลอดภัยขั้นสูง (Safety-critical Systems)

ความสอดคล้องทางเทคโนโลยีเหล่านี้ จึงเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ในจีน ต่างพากันตบเท้าเข้าสู่สมรภูมิ Robotics เพื่อขยายขีดความสามารถของเทคโนโลยีเดิมที่มีอยู่ (Technology Stacks)

Advertisement Advertisement

ก้าวต่อไปกับกลยุทธ์ “แพลตฟอร์มเปิด” (Open-Platform Approach)

ในด้านโมเดลธุรกิจ BYD แย้มว่าอาจจะเลือกเดินเกมในรูปแบบ “แพลตฟอร์มเปิด” (Open Platform) มากกว่าการจำกัดตัวเองให้อยู่แค่การพัฒนาและใช้งานภายในองค์กรเท่านั้น

ภายใต้แนวคิดนี้ BYD จะทำหน้าที่ผลิตหุ่นยนต์ของตัวเอง ควบคู่ไปกับการเปิดรับความร่วมมือกับบริษัทหุ่นยนต์ภายนอก (External Robotics Companies) ซึ่งกลยุทธ์ดังกล่าวจะคล้ายคลึงกับวิธีที่ BYD ใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ในปัจจุบัน คือการพัฒนาเทคโนโลยีแกนหลัก (Core Technologies) ขึ้นเองภายใน พร้อม ๆ กับการรักษาเครือข่ายซัพพลายเออร์และพันธมิตรที่กว้างขวางเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม ในแถลงการณ์ครั้งนี้ ทางผู้บริหารยังไม่ได้มีการเปิดเผยถึงกรอบเวลาในการจำหน่ายเชิงพาณิชย์, รายละเอียดสเปกทางเทคนิค, ตัวเลขงบลงทุน หรือเป้าหมายกำลังการผลิตแต่อย่างใด

สมรภูมิเดือด! ค่ายรถยนต์จีนเร่งเครื่องลุยตลาดหุ่นยนต์

ปัจจุบัน BYD ไม่ใช่เสือปืนไวรายเดียวในตลาดนี้ เพราะค่ายรถยนต์สัญชาติจีนรายอื่น ๆ ก็กำลังเร่งเครื่องในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์อย่างดุเดือดเช่นกัน:

  • Chery (เชอรี่): เมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ได้สร้างความฮือฮาด้วยการเปิดขายหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ผ่านช่องทางออนไลน์ โดยตัวหุ่นยนต์มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 0.7-kWh และเปิดราคามาที่ 280,000 หยวน (หรือประมาณ 41,400 ดอลลาร์สหรัฐ) ส่งผลให้ Chery กลายเป็นหนึ่งในค่ายรถยนต์จีนกลุ่มแรก ๆ ที่เริ่มสร้างรายได้เชิงพาณิชย์จากหุ่นยนต์ประเภทนี้
  • Xpeng (เสี่ยวเผิง): อีกหนึ่งผู้เล่นสำคัญที่เชื่อมโยงกลยุทธ์ AI เข้ากับเทคโนโลยีหุ่นยนต์อย่างแนบแน่น โดยวางตำแหน่งให้ Artificial Intelligence, ระบบขับขี่อัตโนมัติ (Autonomous Driving) และ Embodied AI (AI ที่มีร่างเนื้อหรือหุ่นยนต์) เป็นเทคโนโลยีที่เกื้อหนุนซึ่งกันและกัน ซึ่งก่อนหน้านี้ Xpeng เพิ่งโชว์ศักยภาพระบบขับขี่อัจฉริยะแบบไม่ต้องพึ่งพาแผนที่นำทาง รวมถึงแผนการเดินหน้าลุย Robotaxi ระดับ L4 (L4 Robotaxi) ย้ำภาพการหลอมรวมระหว่างโลกยานยนต์และโลกหุ่นยนต์ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

สถิติตลาด ตอกย้ำความแข็งแกร่งของ BYD ในฐานะเบอร์หนึ่ง

แม้จะขยายไลน์ไปสู่หุ่นยนต์ แต่ในฝั่งของยานยนต์ไฟฟ้า BYD ยังคงครองบัลลังก์ผู้ผลิตรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) รายใหญ่ที่สุดของประเทศจีนอย่างเหนียวแน่น

จากข้อมูลล่าสุดของ China EV DataTracker พบว่าในเดือนเมษายน ปี 2026 ที่ผ่านมา BYD สามารถทำยอดขายรถยนต์ได้สูงถึง 321,123 คัน โดยรุ่นที่ขายดีที่สุดประจำเดือนตกเป็นของ BYD Sealion 06 ที่มียอดส่งมอบสูงถึง 19,649 คัน ตามมาด้วย BYD Yuan UP ในอันดับสองที่จำนวน 15,658 คัน และ BYD Dolphin ในอันดับสามที่ 14,218 คัน ตามลำดับ

การเติบโตอย่างมั่นคงในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า และฐานการผลิตที่มหาศาลนี้เอง ที่จะเป็นสปริงบอร์ดชั้นดีช่วยให้ BYD มีเงินทุนและทรัพยากรที่พร้อมสำหรับการปฏิวัติวงการ “หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์” ในอนาคตอันใกล้ ซึ่งเราอาจจะได้เห็นหุ่นยนต์สัญลักษณ์ BYD มาเดินให้บริการอยู่ในบ้านหรือห้างสรรพสินค้าเร็วกว่าที่คิด

carnewschina

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้