ความจริงหรือแค่ลือ? ปรมาจารย์ญี่ปุ่นรื้อช่วงล่าง BYD Sealion 7 พิสูจน์คุณภาพที่ซ่อนอยู่

ความจริงหรือแค่ลือ? ปรมาจารย์ญี่ปุ่นรื้อช่วงล่าง BYD Sealion 7 พิสูจน์คุณภาพที่ซ่อนอยู่
Spread the love
Advertisement Advertisement

ความจริงหรือแค่ลือ? ปรมาจารย์ญี่ปุ่นรื้อช่วงล่าง BYD Sealion 7 พิสูจน์คุณภาพที่ซ่อนอยู่

ในโลกโซเชียลและ YouTube มักจะมีข่าวลือหนาหูว่า “ช่วงล่างของรถ BYD ล้าหลังเหมือนรถญี่ปุ่นเมื่อ 30 ปีที่แล้ว” แต่สำหรับ มิตซูฮิโระ คุนิซาวะ (Mitsuhiro Kunisawa) นักทดสอบรถระดับปรมาจารย์ของญี่ปุ่นที่ควักเงินตัวเองซื้อ BYD Sealion 7 มาใช้งาน เขาไม่เชื่อข่าวลือนั้นง่ายๆ และตัดสินใจพารถไปให้ผู้เชี่ยวชาญด้านช่วงล่างตัวจริงรื้อดูให้เห็นกับตา!

  • มิตซูฮิโระ คุนิซาวะ (Mitsuhiro Kunisawa) คือหนึ่งใน นักทดสอบรถยนต์และนักวิจารณ์ยานยนต์ (Automotive Journalist) ที่มีชื่อเสียงและทรงอิทธิพลมากที่สุดคนหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น
  • คุนิซาวะขึ้นชื่อเรื่องการวิจารณ์ที่ ตรงไปตรงมาและดุดัน เขาไม่ใช่คนประเภทที่จะชมทุกอย่างที่ค่ายรถส่งมาให้ทดสอบ หากรถรุ่นไหนมีจุดบกพร่องหรือเทคโนโลยีล้าหลัง เขาจะวิจารณ์อย่างไม่เกรงใจ จนบางครั้งค่ายรถญี่ปุ่นบางแห่งถึงกับ “เคือง” แต่ด้วยความที่เป็นอิสระและมีความรู้เชิงวิศวกรรมที่แน่นมาก ทำให้ผู้อ่านชาวญี่ปุ่นให้ความเชื่อถือสูงมาก

ช่วงล่างหน้า งานวิศวกรรมที่ “จ่ายหนัก” จนน่าตกใจ

เมื่อยกตัวรถขึ้นและถอดล้อออก สิ่งแรกที่สร้างความประหลาดใจคือ ชุดช่วงล่างหน้าแบบ Double Wishbone ที่ใช้วัสดุ อลูมิเนียมทั้งหมด ซึ่งหาได้ยากในรถระดับราคาเดียวกัน

  • วัสดุระดับพรีเมียม: อาร์ม (Arms) ทุกชิ้นทำจากอลูมิเนียมที่มีความแข็งแรงสูง การออกแบบมีลักษณะคล้ายกับการนำจุดเด่นของ Mercedes-Benz และ BMW มาผสมผสานกับสไตล์ของ Tesla
  • ระบบเบรก: ติดตั้งคาลิปเปอร์แบบ 4-pot (Opposed 4-piston) พร้อมจานเบรกแบบมีรูระบายความร้อน (Drilled Rotors) เหมือนรถสปอร์ตสมรรถนะสูง
  • โครงสร้างยึดเกาะ: จุดยึดอาร์มบน (Upper Mount) มีความแข็งแรงมาก มีการเสริมเหล็กค้ำโช้ค (Tower Bar) และใช้โบลต์น็อตชนิดพิเศษเพื่อกระจายแรงกด

ช่วงล่างหลัง มัลติลิงก์ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับแรงบิดมหาศาล

ช่วงล่างหลังเป็นแบบ Multi-link ที่มีความซับซ้อนสูง และถูกออกแบบมาเพื่อรับมือกับแรงบิดมหาศาลจากมอเตอร์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ:

Advertisement Advertisement
  • การใช้พิลโลว์บอล (Pillow Ball): ในจุดที่ต้องการรักษาทัศนคติของล้อ (Alignment) ให้คงที่ BYD เลือกใช้พิลโลว์บอลซึ่งมีราคาสูงแทนที่บูชยางทั่วไป เพื่อความแม่นยำในการขับขี่
  • คุณภาพงานประกอบ: น็อตและโบลต์ทุกตัวมีการเคลือบกันสนิมมาอย่างดีเยี่ยม คุณภาพวัสดุเทียบเท่ากับรถยนต์พรีเมียมเซกเมนต์จากยุโรป

เซอร์ไพรส์! โช้คอัพผลิตเอง (BYD In-house)

เมื่อถอดโช้คอัพออกมาตรวจสอบพบว่าไม่ได้มาจากแบรนด์ดังอย่าง Sachs หรือ Tenneco แต่เป็น โช้คอัพที่ BYD ผลิตเอง (BYD In-house) ทว่าคุณภาพไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลย

ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ: “BYD ใช้ซีลน้ำมัน (Oil Seal) คุณภาพสูงมาก ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของความทนทานและการเคลื่อนที่ของโช้คอัพ ซีลแบบนี้เกรดเดียวกับที่ใช้ในรถยุโรปราคาแพง และผมกล้าพูดว่าคุณภาพดีกว่าโช้คอัพญี่ปุ่นหลายๆ ยี่ห้อเสียอีก” — คุณคิตามิ (Sanko Works)

ใต้ท้องรถที่ “เรียบกริบ” ราวกับรถแข่ง

เมื่อมองจากใต้ท้องรถ คุนิซาวะถึงกับอุทานว่า “นี่มันรถแข่งชัดๆ!” เพราะการจัดการอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamics) ทำออกมาได้สุดยอดมาก:

  • Flat Underbody: พื้นใต้ท้องรถเรียบสนิทตั้งแต่หน้ารถไปจนถึงท้ายรถ เพื่อลดแรงต้านอากาศ
  • Aerodynamic Spats: มีการติดตั้งครีบจัดระเบียบอากาศทั้งด้านหน้าและด้านหลังล้อ เพื่อลดลมหมุนวนและลดแรงยก (Lift) ซึ่งเป็นรายละเอียดที่รถบ้านทั่วไปมักมองข้าม

จุดอ่อนที่พบ เทคโนโลยีดี แต่ “การเซตอัป” ยังไม่สุด

แม้ฮาร์ดแวร์จะยอดเยี่ยม แต่คุณคิตามิชี้ให้เห็นจุดอ่อนสำคัญคือ การปรับจูน (Setup):

  • ความกระด้าง: ค่าแรงดันเริ่มต้น (Initial Damping) ของโช้คอัพสูงเกินไป ทำให้ความรู้สึกในการขับขี่ดูแข็งกระด้างและไม่ซับแรงกระแทกในจังหวะแรกได้ดีเท่าที่ควร
  • ความเข้าใจเรื่อง EV: ดูเหมือนทีมทดสอบของ BYD จะยังไม่เข้าใจธรรมชาติของรถ EV ที่มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำและน้ำหนักเยอะได้ดีพอ ทำให้การกระจายน้ำหนักในโค้งยังไม่สมบูรณ์แบบ

ทางแก้: คุณคิตามิได้ทำการปรับจูน (Re-valve) โช้คอัพใหม่ให้คุนิซาวะ โดยใช้งบประมาณไม่ถึง 100,000 เยน (ประมาณ 23,000 บาท) ผลที่ได้คือช่วงล่างที่นุ่มนวลและเกาะถนนดีขึ้นอย่างมหาศาล จนดึงเอาศักยภาพของวัสดุอลูมิเนียมออกมาได้อย่างเต็มที่

ข้อความถึงค่ายรถญี่ปุ่น

มิตซูฮิโระ คุนิซาวะ ทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจว่า เขาไม่ได้ต้องการอวยรถจีน แต่เขาต้องการตีแผ่ความจริงเพื่อให้ค่ายรถญี่ปุ่น “อย่าแพ้!” การที่ BYD สามารถใช้วัสดุระดับสูงและงานวิศวกรรมที่ละเอียดขนาดนี้ในราคาที่แข่งขันได้ คือสัญญาณเตือนภัยที่ค่ายรถญี่ปุ่นต้องเร่งปรับตัว

“ใครจะด่าผมว่าโดนรถจีนตกหรือเป็นหน้าม้าก็เชิญครับ แต่ถ้าคุณลองมุดไปดูใต้ท้องรถคันนี้ด้วยตัวเอง คุณจะรู้ว่าญี่ปุ่นกำลังเจองานหนักของจริง”

bestcarweb

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้