ราคา 359,000 – 450,000 บาทในจีน BYD Seal 05 DM-i รุ่นปี 2026 วิ่งได้ไกล 210 กม. ประหยัด 35.8 กม./ลิตร NEDC







BYD Seal 05 DM-i รุ่นปี 2026 จะมี เวอร์ชันแบตเตอรี่ยาวพิเศษที่สามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ 210 km (CLTC) สำหรับตลาดจีนด้วย มีทั้งหมด 3 รุ่นย่อยให้เลือก
- รุ่น 128KM Luxury ราคา 79,800 หยวน หรือประมาณ 359,000 บาท
- รุ่น 210KM Premium ราคา 89,800 หยวน หรือประมาณ 405,000 บาท
- รุ่น 210KM Flagship ราคา 99,800 หยวน หรือประมาณ 450,000 บาท
ระบบปลั๊ก-อินไฮบริดที่ใช้อยู่บน BYD SEAL 05 DM-i 2026 คือ ระบบ DM-i เวอร์ชัน 5.0
DM-i (Dual-Mode intelligent hybrid) คือชื่อระบบปลั๊ก-อินไฮบริดที่ BYD ตั้งขึ้นเอง ใช้ในรถยนต์ปลั๊ก-อินไฮบริดของแบรนด์ โดยระบบนี้พัฒนามาหลายรุ่นแล้ว และผู้ผลิตระบุรุ่นของระบบเป็นเวอร์ชันต่าง ๆ
พัฒนาการด้านสถาปัตยกรรม (Architecture)
ระบบ DM-i 5.0 ถูกออกแบบมาจากพื้นฐานระบบไฮบริดแบบที่เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าทำงานร่วมกันอย่างชาญฉลาด แต่ให้ความสำคัญกับ “การขับขี่ด้วยไฟฟ้าเป็นหลัก” มากขึ้น โดย:
- มอเตอร์ไฟฟ้าจะเป็นตัวขับเคลื่อนหลักในโหมด EV
- เครื่องยนต์จะทำหน้าที่สร้างไฟให้แบต และ/หรือช่วยตอนพลังงานไฟฟ้าไม่พอ
- การสลับระหว่างไฟฟ้าและเครื่องยนต์เป็นไปอย่างราบรื่น
การจัดการพลังงาน (Energy Management)
ระบบจะเลือกโหมดการทำงานโดยอัตโนมัติเพื่อให้ประหยัดที่สุด เช่น:
- วิ่งด้วยไฟฟ้า (EV Mode) ให้ได้ระยะทางมากที่สุด
- ใช้เครื่องยนต์เมื่อแบตเตอรี่ใกล้หมด
- ผสานทั้งสองแบบเมื่อจำเป็น (เช่นเร่งแซง)
DM-i 5.0 มีระบบควบคุมอุณหภูมิแบตและระบบจัดการแบตเตอรี่แบบอัจฉริยะสำหรับปลั๊ก-อินไฮบริด
โครงสร้างแรงม้าและแรงบิด
ระบบนี้ไม่รวมกำลังเครื่องยนต์กับกำลังมอเตอร์แบบบวกตรง ๆ แต่สามารถให้แรงขับเคลื่อนรวมที่พอดีและตอบสนองดี โดยเฉพาะจากมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งช่วยให้รถมีแรงฉุดได้ทันทีตั้งแต่เริ่มออกตัว
แบตเตอรี่และระยะทาง EV
ในเวอร์ชัน 5.0 นี้ BYD ยังใช้แบตเตอรี่ Blade Battery LFP ที่ออกแบบให้ปลอดภัยและมีความคงทนสูง ซึ่งช่วยให้:
- ชาร์จไฟเพื่อวิ่งไฟฟ้าได้ระยะทางยาวขึ้น
- รองรับการชาร์จทั้งแบบ AC และ DC
- มีฟังก์ชันตั้งเวลาชาร์จ และจ่ายไฟภายนอก (V2L/V2X)
ระบบใน Seal 05 DM-i จะมีให้เลือกสองเวอร์ชันแบต และระยะไฟฟ้าราว:
- 128 กม. (แบต 15.87 kWh)
- 210 กม. (แบต 25.28 kWh) ในมาตรฐาน CLTC ของจีน
เครื่องยนต์
- เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร สำหรับระบบ Plug-in Hybrid แบบ 4 สูบเรียง DOHC 16 วาล์ว
- ระบบหัวฉีดมัลติพอยท์ควบคุมไฟฟ้า
- วาล์วแปรผัน VVT
- ระบายความร้อนด้วยน้ำ
- กำลังสูงสุด 74 กิโลวัตต์ 100 แรงม้า PS
- แรงบิดสูงสุด 126 นิวตันเมตร
- ทำงานร่วมกับระบบเกียร์ EHS Electric Hybrid System
- ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า FWD
มอเตอร์ไฟฟ้า
มอเตอร์ไฟฟ้าติดตั้งด้านหน้า
- กำลังสูงสุด 120 กิโลวัตต์ 163 แรงม้า PS
- แรงบิดสูงสุด 210 นิวตันเมตร
- อัตราเร่ง 0–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 7.6 วินาที
แบตเตอรี่
- ประเภทแบตเตอรี่ Blade Battery แบบลิเธียมไอรอนฟอสเฟต LFP เป็นแบตเตอรี่เฉพาะสำหรับ Plug-in Hybrid
- ความจุแบตเตอรี่
- รุ่น 128KM ความจุ 15.87 กิโลวัตต์ชั่วโมง
- รุ่น 128KM วิ่งได้ 128 กิโลเมตร
- อัตราประหยัด 3.08 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร NEDC หรือ 32.4 กม./ลิตร
- รุ่น 210KM ความจุ 25.28 กิโลวัตต์ชั่วโมง
- รุ่น 128KM วิ่งได้ 128 กิโลเมตร
- อัตราประหยัด 2.79 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร NEDC หรือ 35.8 กม./ลิตร
- รุ่น 128KM ความจุ 15.87 กิโลวัตต์ชั่วโมง
ระบบชาร์จไฟ
กำลังชาร์จไฟ AC สูงสุด 3.5 กิโลวัตต์ ทุกรุ่น
กำลังชาร์จไฟ DC
- รุ่น 128KM รองรับสูงสุด 17 กิโลวัตต์
- รุ่น 210KM รองรับสูงสุด 48 กิโลวัตต์
- รองรับฟังก์ชันตั้งเวลาชาร์จล่วงหน้า
- รองรับระบบจ่ายไฟออกภายนอก VTOL
เทคโนโลยีแบตเตอรี่
- Blade Battery แบบลิเธียมไอรอนฟอสเฟต
- ออกแบบเป็นโครงสร้างเซลล์แบบใบมีด ช่วยเพิ่มความแข็งแรงเชิงโครงสร้าง
- มีระบบจัดการแบตเตอรี่แบบกระจาย
- ระบบควบคุมอุณหภูมิอัจฉริยะ
- รองรับ OTA เพื่อปรับปรุงการจัดการพลังงานในอนาคต
ขนาดตัวถัง
- ความยาว 4,780 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,837 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,515 มิลลิเมตร
- ระยะฐานล้อ 2,718 มิลลิเมตร
- ระยะล้อหน้า 1,580 มิลลิเมตร
- ระยะล้อหลัง 1,590 มิลลิเมตร
- รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.5 เมตร
ระบบช่วงล่าง
- ช่วงล่างด้านหน้าใช้แบบ แมคเฟอร์สัน (MacPherson Strut)
- ช่วงล่างด้านหลังใช้แบบ คานบิด (Torsion Beam)
- เบรกด้านหน้าเป็น ดิสก์เบรกพร้อมช่องระบายความร้อน
- เบรกด้านหลังเป็น ดิสก์เบรกธรรมดา
การออกแบบภายนอก
ตัวรถเป็นซีดาน 4 ประตู ภายใต้แนวคิด Ocean Series ของ BYD เส้นสายออกแบบเน้นความเรียบลื่น โครงสร้างตัวถังมีสัดส่วนแบบ Fastback เล็กน้อยเพื่อให้ภาพลักษณ์สปอร์ตทันสมัย
- ไฟหน้าแบบ Double L ดีไซน์โฉบเฉี่ยว
- ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน LED
- ไฟหน้าเปิด–ปิดอัตโนมัติ
- ระบบไฟสูงอัจฉริยะในรุ่นที่ติดตั้ง DiPilot
- ปรับระดับไฟหน้าได้
- ไฟท้าย LED แบบพาดยาวเต็มความกว้างรถ
- ไฟเลี้ยวหลังแบบ Dynamic (Sequential)
- ไฟเบรกดวงที่สามแบบ LED
- ไฟตัดหมอกหลัง LED
- หลังคาซันรูฟไฟฟ้า
- แผ่นกันกระแทกใต้ชุดขับเคลื่อน
- แผ่นป้องกันแบตเตอรี่ใต้ท้องรถ
- ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว
- ยางขนาด 225/60 R16
- กระจกมองข้างปรับ-พับไฟฟ้า
- กระจกมองข้างพับอัตโนมัติเมื่อล็อกรถ
- กระจกมองข้างไล่ฝ้าไฟฟ้า
- ระบบปลดล็อกฝาท้ายด้วยรีโมต
- ระบบปลดล็อกฝาถังน้ำมันแบบไฟฟ้า
- ระบบ Keyless Entry และ Push Start
- กุญแจดิจิทัลผ่าน Bluetooth
- กุญแจ NFC ผ่านสมาร์ตโฟน
- กระจกหน้าต่างไฟฟ้า One-Touch พร้อมระบบกันหนีบ
การออกแบบภายในห้องโดยสาร
ภายในถูกพัฒนาในสไตล์ Ocean Series เช่นเดียวกับภายนอก เส้นสายคอนโซลหน้าออกแบบให้ไหลต่อเนื่อง แนวนอนชัดเจน เพื่อเพิ่มมิติความกว้างของห้องโดยสาร ใช้โทนวัสดุเรียบสะอาดตา พร้อมจออินโฟเทนเมนต์แบบลอยตัวเป็นจุดเด่นหลัก ด้วยระยะฐานล้อ 2,718 มม. ทำให้พื้นที่ช่วงขาโดยเฉพาะตอนหลังอยู่ในระดับรถ C-Segment
- หน้าจอสัมผัสกลางแบบลอยตัว DiLink ขนาด 10.1 นิ้ว ในรุ่น 128KM และ 210KM 尊贵型 ขนาด 12.8 นิ้ว ในรุ่น 210KM 旗舰型
- หน้าปัดเรือนไมล์ดิจิทัลขนาด 8.8 นิ้ว แสดงข้อมูลพลังงาน ระบบไฮบริด และสถานะแบตเตอรี่แบบเรียลไทม์
- ระบบรองรับ
- OTA อัปเดตออนไลน์
- ระบบนำทางออนไลน์
- เชื่อมต่อ Bluetooth
- WiFi ในรถ
- ระบบคาราโอเกะในรถ
- ลำโพง 6 ตัว
- พวงมาลัยหุ้มหนังมัลติฟังก์ชัน ปรับระดับได้ 4 ทิศทาง
- คันเกียร์ไฟฟ้าแบบก้านคอพวงมาลัย
- มีโหมดการขับขี่ EV / HEV / SPORT / ECO / NORMAL / Snow
- เบาะหนังทั้งคัน
- ฝั่งผู้ขับ ปรับไฟฟ้า 6 ทิศทางในรุ่นสูง รุ่นเริ่มต้นปรับมือ
- ฝั่งผู้โดยสารหน้า ปรับไฟฟ้า 4 ทิศทางในรุ่นสูง รุ่นเริ่มต้นปรับมือ
- เบาะหลังพับได้แบบ 60:40 มีที่พักแขนกลางพร้อมที่วางแก้ว
- ระบบ Keyless Entry และ Push Start
- กุญแจดิจิทัลผ่าน Bluetooth และ NFC
- กระจกไฟฟ้า One-Touch พร้อมระบบกันหนีบ
- ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ รุ่นสูงเป็นแบบแยกอุณหภูมิซ้าย-ขวา
- มีช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
- ระบบกรองอากาศ PM2.5
- โหมดฆ่าเชื้อด้วยอุณหภูมิสูงระยะไกล
- เปิดแอร์ล่วงหน้าผ่านรีโมตหรือมือถือ
- ไฟส่องสว่างห้องโดยสารหน้า-หลัง LED
- ไฟส่องสว่างห้องเก็บสัมภาระ
- กล่องเก็บแว่นตาบริเวณเพดาน
- กระจกแต่งหน้าฝั่งคนขับและผู้โดยสาร
ระบบความปลอดภัย
โครงสร้างตัวถัง
ใช้โครงสร้างตัวถังแบบโมโนค็อก (Monocoque Body) ออกแบบให้รับแรงกระแทกและกระจายแรงชนตามหลักวิศวกรรมตัวถังสมัยใหม่ โดยเน้น
- โครงสร้างโซนดูดซับแรงกระแทกด้านหน้า
- โครงสร้างห้องโดยสารแข็งแรงปกป้องผู้โดยสาร
- โครงสร้างท้ายรถสำหรับซับแรงชนจากด้านหลัง
- คานกันกระแทกหน้าและหลังความแข็งแรงสูง
- โครงสร้างรองรับแบตเตอรี่พร้อมแผ่นป้องกันแบตเตอรี่ใต้ท้องรถ
- แผ่นป้องกันชุดขับเคลื่อนด้านล่าง
- ระบบล็อกประตูอัตโนมัติเมื่อรถเคลื่อนที่
- ปลดล็อกอัตโนมัติเมื่อเกิดการชน
- ระบบเตือนเสียงรถความเร็วต่ำสำหรับคนเดินถนน
- ระบบป้องกันเด็กเปิดประตู
- จุดยึดเบาะเด็ก ISOFIX
- ระบบกันขโมยอิเล็กทรอนิกส์
ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง
- ถุงลมนิรภัยคู่หน้า 2 ตำแหน่ง
- ถุงลมนิรภัยด้านข้างเบาะหน้า 2 ตำแหน่ง
- ม่านถุงลมนิรภัยด้านข้างตลอดแนวหน้า–หลัง 2 ตำแหน่ง
- เข็มขัดนิรภัยแบบดึงกลับอัตโนมัติและจำกัดแรงกระแทก
- ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยคู่หน้า
ระบบเบรกและควบคุมเสถียรภาพ
- ABS ระบบป้องกันล้อล็อก
- EBD ระบบกระจายแรงเบรก
- ESP ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว
- TCS ระบบควบคุมการลื่นไถล
- VDC ระบบควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง
- HBA ระบบเสริมแรงเบรกฉุกเฉิน
- BOS ระบบตัดกำลังเครื่องเมื่อเหยียบคันเร่งพร้อมเบรก
- HAC ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน
- EPB เบรกมือไฟฟ้า
- Auto Hold ระบบหน่วงเบรกอัตโนมัติ
ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ DiPilot 100
- ระบบนำทางบนทางด่วน
- ระบบเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ
- ไฟสูงอัจฉริยะ
- ระบบอ่านป้ายจำกัดความเร็ว
- ระบบจำกัดความเร็วอัจฉริยะ
- ระบบควบคุมความเร็วแปรผัน
- ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน
- ระบบเตือนชนด้านหน้า
- ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ
- ระบบเบรกฉุกเฉินความเร็วต่ำ
- ระบบเตือนและเบรกเมื่อมีรถตัดผ่านด้านหน้า
- ระบบเตือนและเบรกเมื่อมีรถตัดผ่านด้านหลัง
- ระบบเตือนมุมอับสายตา
- ระบบเตือนขณะเปิดประตู
- ระบบหลบหลีกรถด้านข้าง
- ระบบเตือนเข้าโค้งเร็วเกิน
- เซนเซอร์ถอยหลัง
- ระบบจำลองภาพรอบคัน
- กล้องถอยหลัง
- กล้อง 360 องศา
หมายเหตุ บางฟังก์ชันจะเปิดใช้งานผ่าน OTA ภายหลัง
ระบบตรวจสอบและเฝ้าระวัง
- ระบบบันทึกภาพการขับขี่
- โหมดเฝ้าระวังรถขณะจอด
- ระบบตรวจวัดแรงดันลมยางแบบอ้อม



