เปิดพรีเซลแล้วในจีน! Foton Mars PHEV ราคา 898,000 บาท ครอบคลุม 1,200 กม./ถังน้ำมัน

เปิดพรีเซลแล้วในจีน! Foton Mars PHEV ราคา 898,000 บาท ครอบคลุม 1,200 กม./ถังน้ำมัน
Spread the love
Advertisement Advertisement

เปิดพรีเซลแล้วในจีน! Foton Mars PHEV กระบะออฟโรดสายลุย ขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด วิ่งไกลสุด 1,200 กม./ถังน้ำมัน

เมื่อวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา มีรายงานข่าวจากสื่อยานยนต์ประเทศจีน (Autohome) ว่า Foton (โฟตอน) ได้ประกาศเปิดรับจองล่วงหน้า (Pre-sale) รถกระบะขุมพลังทางเลือกใหม่อย่าง Foton Mars PHEV อย่างเป็นทางการ โดยการเปิดตัวครั้งนี้มาพร้อมกันถึง 2 รุ่นย่อย ได้แก่ Mars 7 PHEV และ Mars 9 PHEV เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ต้องการรถกระบะสายลุยที่ทั้งทรงพลังและประหยัดพลังงาน

ราคาพรีเซลและสิทธิพิเศษ (Pre-sale Prices & Offers)

สำหรับการเปิดจองในครั้งนี้ ทาง Foton ได้ประกาศราคาพรีเซลสุดเร้าใจ ดังนี้:

  • Foton Mars 7 PHEV: ราคา 189,800 หยวน (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 898,000  บาท)
  • Foton Mars 9 PHEV: ราคา 209,800 หยวน (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 992,000 บาท)

*หมายเหตุ: ราคาดังกล่าวยังไม่รวมภาษีนำเข้าและค่าใช้จ่ายอื่นๆ หากมีการนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย

นอกจากนี้ ทางแบรนด์ยังได้มอบ “สิทธิพิเศษ 6 ประการ” (Six-fold Privileges) สำหรับลูกค้ากลุ่มแรกที่ทำการจอง ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่แคมเปญด้านสินเชื่อและการเงิน, สิทธิพิเศษในการนำรถเก่ามาแลกซื้อ (Trade-in), การรับประกันคุณภาพตัวรถ, ไปจนถึงแพ็กเกจอุปกรณ์ตกแต่งเสริม เพื่อเพิ่มความคุ้มค่าสูงสุดให้กับผู้ซื้อ

ภายนอกดุดัน แข็งแกร่ง พร้อมลุยทุกอุปสรรค

การออกแบบภายนอกของ Foton Mars PHEV ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับการใช้งานแบบออฟโรดอย่างแท้จริง โดยผสานความสวยงามเข้ากับฟังก์ชันการใช้งานที่สมบุกสมบัน:

Advertisement Advertisement
  • กระจังหน้าและกันชน: โดดเด่นด้วยกระจังหน้าดีไซน์รังผึ้งทรงหกเหลี่ยมขนาดใหญ่ จับคู่กับกันชนหน้าเหล็กกล้าแบบ 3 ชิ้น (Three-section high-strength bumper) ที่ออกแบบมาสำหรับการแข่งขันออฟโรดโดยเฉพาะ ช่วยปกป้องตัวรถจากการกระแทกได้อย่างดีเยี่ยม
  • ฝากระโปรงและช่องดักลม: เสริมความสปอร์ตดุดันด้วยช่องระบายอากาศตกแต่งบนฝากระโปรงหน้า
  • ท่อหายใจ (Snorkel): มีการติดตั้งท่อไอดีแบบยกสูง (High-mounted snorkel) ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้รถดูเท่และดุดันขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการลุยน้ำลึก และยกระดับการดูดอากาศเข้าสู่เครื่องยนต์ให้สะอาดและมีประสิทธิภาพมากขึ้นในเส้นทางฝุ่นหนา
  • โป่งล้อและล้ออัลลอย: ด้านข้างเสริมมัดกล้ามด้วยคิ้วซุ้มล้อ (Wheel arches) ขนาดใหญ่สไตล์ออฟโรด เข้าชุดกับล้ออัลลอยสีดำเข้ม (Blacked-out rims) ที่ตอกย้ำภาพลักษณ์สายลุยพันธุ์แกร่ง

ขุมพลัง PHEV สมรรถนะระดับแถวหน้า

ไฮไลท์สำคัญที่สุดของรถกระบะรุ่นนี้คือ ระบบขับเคลื่อนแบบปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ที่ลบจุดบอดของรถกระบะขนาดใหญ่ในเรื่องอัตราสิ้นเปลือง และยกระดับสมรรถนะขึ้นไปอีกขั้น:

  • พละกำลังมหาศาล: ระบบผสมผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า มอบพละกำลังรวมสูงสุดถึง 350 กิโลวัตต์ (ประมาณ 469 แรงม้า)
  • แรงบิดทะลุขีดจำกัด: ให้แรงบิดมหาศาลถึง 800 นิวตัน-เมตร ซึ่งตอบโจทย์การลากจูง การบรรทุกหนัก และการปีนป่ายทางชันได้อย่างไร้ที่ติ
  • ระบบส่งกำลัง: จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 4-speed DHT (Dedicated Hybrid Transmission) ที่ออกแบบมาสำหรับระบบไฮบริดโดยเฉพาะ ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์ราบรื่นและรีดประสิทธิภาพพลังงานได้สูงสุด
  • ระยะทางขับขี่: ด้วยการผสานพลังงานทั้งน้ำมันและแบตเตอรี่ ทำให้รถรุ่นนี้มีระยะทางขับขี่รวมสูงสุดถึง 1,200 กิโลเมตร ต่อน้ำมันหนึ่งถังและแบตเตอรี่เต็ม (ตามมาตรฐานการทดสอบ) หมดความกังวลเรื่องการหาสถานีชาร์จเมื่อต้องเดินทางไกล
  • โหมดการขับขี่: มีโหมดการขับขี่ให้เลือกปรับเปลี่ยนตามสภาพถนนมากถึง 15 โหมด ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถรับมือกับทุกสภาพพื้นผิวได้อย่างมั่นใจ ไม่ว่าจะเป็นโคลน ทราย หิน หรือหิมะ
Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้