เปิดขายจีน 619,000 บาท GEELY Radar King Kong PHEV AWD ปลั๊กอินไฮบริด วิ่งรวม 1,068 กม./ถังน้ำมัน

Geely Radar King Kong / Horizon PHEV AWD เปิดตัวจีน กระบะปลั๊กอินไฮบริด “สามขุมพลัง 4WD” แรงบิด 914 นิวตันเมตร เน้นลุยภูเขา-ลุยหนาว วิ่งรวม 1,068 กม.
รายงานเมื่อวันที่ 4 มกราคม ระบุว่า Geely Radar เปิดตัวรถกระบะปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD) เพิ่มอีก 2 เวอร์ชัน ได้แก่ Radar King Kong PHEV AWD รุ่นภูเขา และ Radar Horizon PHEV AWD รุ่นอากาศหนาวจัด โดยวางราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการที่ 139,800 หยวน และ 151,800 หยวน ตามลำดับ (คำนวณคร่าว ๆ ที่อัตรา 1 หยวน = 4.43 บาท จะอยู่ราว 619,314 บาท และ 672,474 บาท) ทั้งนี้ตัวเลขเงินบาทเป็นเพียงการแปลงค่าเงินเพื่ออ้างอิง ไม่ใช่ราคาจำหน่ายจริงในไทย
หัวใจหลัก ระบบ Geely Leishen EM-P Super Hybrid “เครื่อง 1.5T + มอเตอร์คู่หน้า-หลัง”
รถทั้งสองรุ่นพัฒนาบนพื้นฐานระบบขับเคลื่อนไฮบริด Geely Leishen EM-P Super Hybrid โดยใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.5T สำหรับงานไฮบริด ทำงานร่วมกับ มอเตอร์ไฟฟ้าคู่หน้า–หลัง จนเกิดโครงสร้างที่แบรนด์สื่อสารว่าเป็น สามขุมพลัง ขับเคลื่อนสี่ล้อ (Three-motor AWD) ให้กำลังสูงสุดรวม 260 กิโลวัตต์ หรือ 353 PS และแรงบิดสูงสุด 914 นิวตัน-เมตร
สิ่งที่ “อ่านแล้วเห็นภาพทันที” คือ แนวคิดของรถคู่นี้ไม่ใช่แค่ทำให้ประหยัดขึ้น แต่เป็นการทำให้ กระบะขับสี่มีแรงบิดพร้อมใช้งานเร็ว และ คุมแรงบิดได้ละเอียด ผ่านระบบไฟฟ้า ซึ่งมีผลโดยตรงกับการลุยทางชัน ทางลื่น หิมะ โคลน และออฟโรดที่ต้องการแรงฉุดสูงแบบต่อเนื่อง
โหมดการขับขี่ที่รองรับ (ตามข้อมูลที่ระบุ)
- ไฟฟ้าล้วน (EV) เหมาะกับการใช้งานในเมือง/ความเร็วคงที่ ลดต้นทุนพลังงาน
- ขยายระยะทาง (Range Extender) เครื่องยนต์ช่วยรักษาระดับพลังงานเมื่อใช้งานหนักหรือเดินทางไกล
- เครื่องยนต์ทำงานร่วมกับไฟฟ้า (Hybrid/Parallel) ใช้พลังงานผสมเพื่อสมรรถนะและความต่อเนื่อง
รุ่นที่ 1 Radar King Kong PHEV AWD “เวอร์ชันภูเขา” เน้นทางชัน-ออฟโรดจริง
King Kong รุ่นภูเขา ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานในพื้นที่ภูเขาและเส้นทางออฟโรดที่ซับซ้อนโดยเฉพาะ โดยจุดที่แบรนด์ชูคือการ ปรับปรุงระบบไอดี และ การควบคุมอุณหภูมิมอเตอร์ เพื่อให้สมรรถนะคงที่ในสภาพ “ระดับความสูงมาก + อากาศเย็น”
ไฮไลต์ที่เคลมมา (สายลุยควรอ่าน)
- รักษาประสิทธิภาพระยะทางรวมได้ถึง 95% ที่ระดับความสูง 3,800 เมตร ความหมายเชิงใช้งาน: รถจำนวนมากเมื่อขึ้นที่สูงอาจเสียสมรรถนะ/สิ้นเปลืองขึ้น แต่รุ่นนี้พยายามคุมการทำงานให้คงที่เพื่อ “ใช้งานจริงได้”
- บรรทุกเต็มพิกัดพร้อมไต่ทางชัน 55% ความหมายเชิงใช้งาน: ชี้เป้าไปที่งานบรรทุก/งานพื้นที่ทุรกันดาร ที่ต้องการแรงฉุดและกำลังต่อเนื่อง
- รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 6.5 เมตร ความหมายเชิงใช้งาน: ได้เปรียบเวลาวกกลับ/กลับรถในทางแคบ เส้นทางเขา หรือไซต์งาน
- ช่วงล่างอิสระทั้งสี่ล้อ (Independent Suspension 4 ล้อ)
- ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ + ยาง All-Terrain
โหมดลุยที่ยกตัวอย่างไว้
- โหมด หิมะ
- โหมด โคลน
- โหมด ออฟโรด ฯลฯ
โดยระบบจะ ปรับกลยุทธ์การส่งกำลังอัตโนมัติ ตามสภาพถนน
ซึ่งเป็นคอนเซ็ปต์เดียวกับรถ 4WD ยุคใหม่ที่เน้น “ให้รถคิดงานยากแทนผู้ขับ” มากขึ้น
รุ่นที่ 2: Radar Horizon PHEV AWD “เวอร์ชันอากาศหนาวจัด” สตาร์ทได้ -30°C
สำหรับ Horizon รุ่นอากาศหนาวจัด โฟกัสหลักอยู่ที่ความพร้อมใช้งานในอุณหภูมิต่ำมาก เพราะสภาพหนาวจัดเป็น “ตัวทดสอบโหด” ของรถพลังงานไฟฟ้าและไฮบริด ทั้งด้านแบตเตอรี่ การจ่ายกระแส การทำความร้อน และความเสถียรของระบบ
ไฮไลต์ที่ระบุ
- สตาร์ทได้ตามปกติที่ -30°C ความหมายเชิงใช้งาน: ลดความเสี่ยง “รถงอแง” ในเช้าวันหนาวจัด
- ปรับปรุงระบบรักษาอุณหภูมิแบตเตอรี่ + อัปเกรดระบบจัดการความร้อน ความหมายเชิงใช้งาน: ช่วยคงประสิทธิภาพแบต/ชาร์จ/จ่ายกำลังในสภาพหนาว
- รองรับการชาร์จเร็วในฤดูหนาว
- บนถนนน้ำแข็ง/หิมะ ระบบ AWD สามารถ กระจายแรงบิดในระดับมิลลิวินาที เพื่อลดอาการล้อหมุนฟรี เพิ่มการยึดเกาะและความมั่นใจ
ออปชันด้านความสบายที่เน้นการใช้จริงหน้าหนาว
- เบาะคู่หน้าปรับอุ่น
- แอร์อัตโนมัติแยกซ้าย–ขวา
- รองรับ สตาร์ทรถ/เปิดแอร์/อุ่นเบาะล่วงหน้า ผ่านแอปสมาร์ตโฟน
ความหมายเชิงใช้งาน: ทำให้ “ขึ้นรถแล้วพร้อมใช้” โดยไม่ต้องรอให้ระบบอุ่นตัวเอง
ตัวเลขสำคัญ วิ่งรวม 1,068 กม. และ “ประสิทธิภาพยังอยู่” ที่ระดับความสูง 3,800 ม.
ทั้งสองรุ่นระบุระยะทางวิ่งรวมเมื่อ เติมน้ำมัน + ชาร์จไฟเต็ม เท่ากันที่ 1,068 กิโลเมตร และยังยืนยันว่าในพื้นที่สูงระดับ 3,800 เมตร สามารถรักษาประสิทธิภาพระยะทางรวมได้มากกว่า 95%
หากตีความแบบผู้ใช้จริง ตัวเลขนี้สื่อสาร 2 เรื่องพร้อมกัน: (1) รถถูกวางคาแรกเตอร์เป็น “กระบะใช้งานเดินทางไกล” ที่ไม่ต้องกังวลระยะทาง และ (2) การทำงานของระบบถูกออกแบบให้ “เสถียร” ในสภาพแวดล้อมที่มักทำให้รถทั่วไปเสียฟอร์ม เช่น ทางชัน, อากาศเย็น, ความกดอากาศต่ำในพื้นที่สูง
วิเคราะห์ผลกระทบเชิงตลาด กระบะ PHEV 4WD กำลังกลายเป็นหมวดใหม่ที่จีนจริงจัง
การออกเวอร์ชัน “ภูเขา” และ “หนาวจัด” สะท้อนว่า Geely Radar กำลังทำให้กระบะ PHEV ไม่ใช่แค่รถประหยัด แต่เป็น เครื่องมือทำงาน/ท่องเที่ยว/ลุยสภาพสุดโต่ง ซึ่งเป็นแนวทางที่ตลาดจีนเริ่มชัดขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้ที่ต้องการแรงบิดสูงแบบ EV แต่ยังอยากได้ความอุ่นใจของน้ำมันเวลาเดินทางไกลหรือเข้าเส้นทางทุรกันดาร
จุดที่แบรนด์ “พยายามปิดช่องโหว่” ของ PHEV/EV เมื่อใช้งานหนัก
- อากาศหนาว: ปัญหาประสิทธิภาพแบตลดลง, ชาร์จช้า, ระบบทำความร้อนกินพลังงาน
- พื้นที่สูง: เครื่องยนต์อาจเสียกำลังจากอากาศบาง, ระบบระบายความร้อนทำงานหนัก
- ออฟโรด: ต้องใช้แรงบิดแม่นยำ การกระจายกำลังรวดเร็ว และการยึดเกาะต่อเนื่อง
เมื่อสรุปเป็นภาพเดียว: รถ 2 รุ่นนี้คือการทำ “แพ็กเกจความพร้อมใช้งาน” ให้ตอบโจทย์สถานการณ์จริง ไม่ใช่แค่ตัวเลขแรงหรือประหยัดบนกระดาษ
Full SPEC Geely RADAR PHEV
Geely RADAR PHEV ขับสี่ กระบะยาว – สเปกอย่างเป็นทางการ
กระบะพลังงานไฟฟ้า-ไฮบริดแบบเสียบปลั๊ก (PHEV) ขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ
พัฒนาบนระบบ Super Hybrid เน้นสมรรถนะสูง การใช้งานอเนกประสงค์
และความสามารถลุยทางทุรกันดาร
รุ่นย่อยที่จำหน่าย
- รุ่นอเนกประสงค์ (All-round) ขับเคลื่อนสี่ล้อ กระบะยาว
- รุ่นอัจฉริยะ (Intelligent) ขับเคลื่อนสี่ล้อ กระบะยาว
มิติตัวรถ
- ขนาดตัวถัง (ยาว × กว้าง × สูง) : 5,500 × 1,900 × 1,880 มม.
- ระยะฐานล้อ : 3,310 มม.
- ขนาดกระบะ (ยาว × กว้าง × สูง) : 1,765 × 1,450 × 540 มม.
- ระยะต่ำสุดจากพื้น : 225 มม.
ระบบขับเคลื่อนและสมรรถนะ
- เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 เทอร์โบ สำหรับระบบไฮบริดโดยเฉพาะ
- ความจุเครื่องยนต์ 1,499 ซีซี / 4 สูบ
- รองรับน้ำมันเบนซิน 92
- ระบบเกียร์อัตโนมัติ 3DHT
- กำลังสูงสุดเครื่องยนต์ 120 กิโลวัตต์ 163 PS
- แรงบิดสูงสุดเครื่องยนต์ 255 นิวตัน-เมตร
- กำลังรวมทั้งระบบ 260 กิโลวัตต์ หรือ 353 PS
- แรงบิดรวมทั้งระบบ 914 นิวตัน-เมตร
- ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อไฟฟ้าอัจฉริยะ
- อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ภายใน 6.3 วินาที
- ความเร็วสูงสุด 180 กม./ชม.
- ความสามารถไต่ทางชันสูงสุด 100%
- โหมดการขับขี่และลุยทางทุรกันดาร : หิมะ / โคลน / ออฟโรด / ทราย พร้อมโหมด ประหยัด / อัจฉริยะ / สปอร์ต
แบตเตอรี่
- ประเภทแบตเตอรี่ : ลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP)
- ความจุแบตเตอรี่ : 19.09 kWh
- ระยะทางขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วน : สูงสุด 100 กม. (มาตรฐาน CLTC)
- ครอบคลุมการวิ่ง 1,068 กม./ถังน้ำมัน
- ขนาดถังน้ำมัน 60 ลิตร
ระบบความปลอดภัย
- ระบบเบรกไฟฟ้าอัจฉริยะ One-Box (Brake-by-Wire)
- โครงสร้างตัวถังเหล็กแรงดึงสูง 70%
- ความแข็งแกร่งการบิดตัวตัวถัง 30,300 N·m/deg
- ระยะเบรกสั้นสุดเมื่อบรรทุกเต็ม 39 เมตร
- ระบบควบคุมเสถียรภาพ ESC / ABS / EBD
- ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน และควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน
- ระบบป้องกันการพลิกคว่ำ
- ถุงลมนิรภัยคู่หน้า และด้านข้าง
- ระบบตรวจวัดแรงดันลมยาง
- เซนเซอร์ถอยหลัง กล้องรอบคัน 360 องศา และระบบมองพื้นรถโปร่งใส
ความสามารถด้านบรรทุก
- น้ำหนักบรรทุกสูงสุด 500 กก.
- ตะขอเกี่ยวเชือกภายในกระบะ (ถอดได้)
- กระบะเคลือบกันสนิมและทนการสึกหรอ
- ไฟส่องสว่างในกระบะ
- ระบบปลดล็อกฝาท้ายด้วยไฟฟ้า
ล้อ ยาง และช่วงล่าง
- ยาง All-Terrain (AT) เป็นอุปกรณ์เสริม
- ขนาดยาง 235/65 R17 พร้อมล้ออัลลอยสีดำ
- ช่วงล่างหน้าแมคเฟอร์สันอิสระ / หลังมัลติลิงก์อิสระ
- รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 6.5 เมตร
- พวงมาลัยไฟฟ้า EPS
- เบรกมือไฟฟ้า EPB พร้อม Auto Hold
อัตราสิ้นเปลืองและระยะทางวิ่ง
- ความจุถังน้ำมัน 60 ลิตร
- อัตราสิ้นเปลืองเมื่อแบตเตอรี่ต่ำ 6.4 ลิตร/100 กม.
- วิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้สูงสุด 100 กม. (มาตรฐาน CLTC)
- ระยะทางรวมสูงสุด 1,068 กม. (มาตรฐาน CLTC)
- แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP)
- ความจุแบตเตอรี่ 19.09 kWh
การชาร์จและจ่ายไฟ
- ชาร์จ AC จาก 20–100% ใช้เวลา 2.3 ชั่วโมง
- กำลังผลิตไฟสูงสุด 55 กิโลวัตต์
- เครื่องยนต์ผลิตไฟฟ้า น้ำมัน 1 ลิตร = ไฟฟ้า 3.1 kWh
- พอร์ต Type-C, USB และช่องจ่ายไฟ 12V ด้านหน้า
- ปลั๊กไฟ 220V ภายในห้องโดยสาร
- จ่ายไฟออกภายนอกผ่านพอร์ตชาร์จเร็ว สูงสุด 15 kW
- จ่ายไฟออกภายนอกผ่านพอร์ตชาร์จช้า 3.3 kW
- รุ่นอัจฉริยะมีแผงจ่ายไฟที่กระบะเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน
ห้องโดยสารและระบบอัจฉริยะ
- ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ และระบบกุญแจอัจฉริยะ
- เบาะหนัง พร้อมระบบอุ่นเบาะหน้า
- เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง
- เบาะผู้โดยสารปรับมือ 4 ทิศทาง
- เบาะหลังพับได้แบบ 60:40
- พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันหุ้มหนัง
- ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยกซ้าย-ขวา พร้อมช่องแอร์หลัง
- ไส้กรองอากาศมาตรฐาน CN95 และระบบฟอก PM2.5
- หน้าจอเรือนไมล์ดิจิทัล ขนาด 10.2 นิ้ว
- หน้าจอกลางระบบสัมผัส ขนาด 14.6 นิ้ว
- ระบบปฏิบัติการ Galaxy OS
- สั่งงานด้วยเสียง และควบคุมรถผ่านแอปมือถือ
- ระบบนำทาง ระบบเชื่อมต่อสมาร์ตโฟน และ Bluetooth
- ลำโพง 4 ตัว
ระบบช่วยขับขี่ขั้นสูง
รุ่นอัจฉริยะ มาพร้อมระบบช่วยขับขี่ครบชุด เช่น Adaptive Cruise Control, เบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ, ช่วยรักษาช่องทาง, ตรวจจับมุมอับสายตา, เตือนรถตัดผ่านด้านหลัง และระบบเตือนการชนรอบคัน
ระบบโดรน (ออปชัน)
รองรับระบบโดรนระดับมืออาชีพ พร้อมแพลตฟอร์มจัดการอัจฉริยะ และการเชื่อมต่อระหว่าง รถ–โดรน–คลาวด์ สำหรับงานตรวจสอบและใช้งานเฉพาะทาง
หมายเหตุ: ข้อมูลสเปกอ้างอิงมาตรฐานการทดสอบ CLTC และอุปกรณ์อาจแตกต่างตามตลาดที่จำหน่ายจริง
