News ข่าวรถยนต์รถใหม่, ข่าวรถ GWM

GWM เคยประกาศเตรียม เปิดตัวงานแถลงนโยบายเปิดตัวการทำธุรกิจในไทยอย่างเป็นทางการในวันที่ 28 มกราคม 2021 แต่เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ระลอกใหม่ได้ระบาดในไทย ทำให้ทางค่ายต้องเลื่อนการเปิดตัวออกไปอย่างไม่มีกำหนด สำหรับรถยนต์รุ่นใหม่อย่าง HAVAL H6 ที่จะประเดิมเปิดตัวในบ้านเรา ยังคงต้องรอยืนยันอีกทีเช่นกัน

GWM หรือ Great Wall Motor แบรนด์รถยนต์ยักษ์ใหญ่แดนมังกร ที่ซื้อโรงงาน Chevrolet ตอนนี้กำลังวางโครงสร้างเพื่อเดินสายการผลิตรถยนต์ขายในประเทศไทย และออสเตรเลีย มีคำถามมากมาย ณ ตอนนี้ที่เรายังหาคำตอบไม่ได้นั่นคือ รถยนต์รุ่นแรกที่จะเปิดตัวในประเทศไทย คือรุ่นไหน ?

GWM จดทะเบียนในประเทศไทยในนาม HAVAL และแบรนด์ HAVAL เน้นการตลาดด้วยรถยนต์ SUV มากกว่า ทางทีมงาน CAR250 คาดว่า เรือธงรุ่นแรกคงหนีไม่พ้น H6 เพราะด้วยยอดขายและประสิทธิภาพที่ทาง GWM เชื่อว่าสามารถครองใจอาเซียนได้ โดยเฉพาะการประเดิมตลาดแรกอย่างประเทศไทย

แต่หลายท่านยังคงเชียร์ให้ HAVAL F7 เปิดตัวมันก็เป็นไปได้หากแต่ต้องเปิดตัวตาม H6 อย่างแน่นอนเพราะยอดขายในจีนยังเป็นรอง H6 หลายเท่าตัว สำหรับตลาดกระบะ ที่เป็นตลาดที่หินที่สุดในประเทศไทย ที่มีเจ้าตลาดโหดๆอย่าง TOYOTA และ ISUZU ครองแชมป์อันดับ 1-2 สลับกันไปหลายสิบปี ยังไม่มีแบรนด์ไหนแข่งขันได้อย่างสูสี แต่หลายค่ายรถยนต์ในไทย ต่างขอมีส่วนแบ่งในตลาดกระบะบ้างไม่มากก็น้อย

บทเรียนของ MG ที่เปิดตัว Extender เมื่อปีก่อน สร้างยอดขายค่อนข้างแย่ แต่ MG ไม่หวั่น เป็นการประเดิมครั้งแรก มันคือความเสี่ยงที่ต้องแบกรับ เพราะ MG ขายกระบะ Extender ราคาไล่เลี่ยกับเจ้าตลาดทำให้ยากที่จะโต้ตลาด แต่ทาง GWM สามารถดรอปราคากระบะลงได้อีก รับรองว่าความนิยมต้องมีแน่นอน

สำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าตัวชูโรงของ GWM คงหนีไม่พ้น ORA Good Cat เราคาดว่าน่าจะเปิดตัวช้าสุดเพราะความนิยมในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยยังน้อย ด้วยโครงสร้างและนโยบายรัฐบาลยังไม่เอื้ออำนวยต่อรถยนต์พลังงานไฟฟ้ามากมายเหมือนแดนมังกร ทำให้ราคายังคงยากที่จะหยิบถึง

นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2011 (พ.ศ. 2554) HAVAL H6 เป็นรถที่ได้รับความนิยมอย่างสูงด้วยยอดขายสะสมทั่วโลกกว่า 3 ล้านคันภายในสิ้นเดือนธันวาคมปี 2562

  • นับตั้งแต่ปี 2015 ถึงปี 2019 HAVAL H6 ได้คะแนนสูงสุดและเป็นอันดับหนึ่ง ของการจัดอันดับของ CACSI (ดัชนีความพึงพอใจของลูกค้ายานยนต์ในประเทศจีน Chinese Auto Customer Satisfaction Index)

การเข้าสู่ 3M Club (รถยนต์ที่มียอดขายสูงถึง 3 ล้านคัน) ต้องอาศัยความพยายามมากมาย โดย HAVAL H6 แบรนด์รถยนต์อิสระของจีนได้กลายมาเป็นรถยนต์หลักที่โดดเด่นในอุตสาหกรรมยานยนต์ของโลก

HAVAL H6 ยังเป็นรถยนต์รุ่นแรกและรุ่นเดียวของจีนที่สร้างยอดขายได้ 3 ล้านคันได้ภายในเวลาเพียง 8 ปี เข้าไปอยู่ในรายการ Top 10 SUVs ของโลกติดต่อกัน 5 ปีซ้อน สร้างความตื่นเต้นในตลาดรถยนต์ของจีนด้วยยอดขายมากกว่า 80,000 คัน ต่อเดือน

สร้างความประทับใจด้วยการครองอันดับหนึ่งด้านยอดขายภายในประเทศติดต่อกัน 7 ปีรวมเป็น 81 เดือนต่อเนื่องกัน สร้างสถิตดการทำยอดขายรายเดือนสูงที่สุดถึง 80,495 คัน หรือในทุกๆ 33 วินาที จะทำยอดขายได้ 1 คัน

gwm.co.th

เปิดตัวอย่างเป็นทางการสำหรับ Haval H6 SUV เจนใหม่ มีการเปลี่ยนแปลงมากมายทั้งภายนอก และภายในห้องโดยสาร + เบนซิน 1.5T

Beijing Motor Show 2020 (2020 Beijing International Automobile Exhibition (ครั้งที่ 16) หรือ Auto China 2020 มหกรรมรถยนต์ที่ยิ่งใหญ่แห่งหนึ่งของโลก เตรียมจัดขึ้นอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน (รอบสื่อ) ถึง 5 ตุลาคม 2020

Haval H6 ในฐานะรถยนต์ SUV ยอดขายดีตลอด 83 เดือน เจนปัจจุบันเปิดตัวตั้งแต่ปี 2017 ในประเทศจีน รวมระยะเวลาเพียง 3 ปี เตรียมปรับไมเนอร์เช้นจ์ เพื่อกระตุ้นตลาดอีกครั้ง

Haval H6 มีการออกแบบใหม่ทั้งหมด กระจังหน้าหกเหลี่ยมเพิ่มชั้นให้มีมิติมากขึ้น ไฟหน้าแคบเรียวยาว ไฟท้ายแบบบาร์ขยาย ไฟทับทิมแนวตั้ง กันชนหลังสีดำ โลโก้ HAVAL ใหม่ชัดเจนมากขึ้น

ความยาว 4,653 มม. ความกว้าง 1,886 มม. ความสูง 1,730 มม. ระยะฐานล้อ 2,738 มม. ระยะฐานล้อเพิ่มขึ้น 58 มม. จากรุ่นปัจจุบัน

ภายในห้องโดยสารมาพร้อมกับหน้าจอ LCD ขนาดใหญ่สองหน้าจอแบบลอย นอกจากนี้รถใหม่ยังใช้คันเกียร์แบบลูกบิดและติดตั้งเบรกมือแบบอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมช่องแอร์คู่ด้านหลัง

เครื่องยนต์ GW4B15A 1.5T รุ่นที่สามของ Great Wall Motor ให้กำลังสูงสุด 169 แรงม้า และจะมีขุมพลัง 2.0 เทอร์โบให้เลือก สำหรับราคาตอนนี้ยังไม่เปิดเผย

Autohome

GWM P-SERIES

หลังจากที่เชฟโรเลต ประเทศไทย ประกาศปิดกิจการอำลาวงการภายในปี 2020 และขายโรงงานให้ Great Wall แน่นอนว่าทางค่ายยักษ์จีนเตรียมเดินสายการผลิตรถยนต์ภายในโรงงานแห่งนี้ และมีลุ้นที่เราจะได้เห็นรถจีนในเครือ Great Wall ออกจำหน่าย หนึ่งในความเป็นไปได้คือกระบะ Great Wall P Series ที่หวังอันดับ 3 ของยอดผลิตกระบะทั่วโลกในอนาคต

Great Wall P Series (Cannon) 2020 กระบะสัญชาติจีน ที่พร้อมท้าทาย Toyota และ Ford ด้วยเป้าหมายอันดับ 3 ของกระบะโลก พร้อมการออกแบบอันเป็นเอกลักษณื ขนาดตัวถังที่ใหญ่กว่า Extender พร้อมขุมพลังเบนซิน 2.0 ลิตร 190 แรงม้า

ราคาจำหน่ายเริ่มต้น 126,800 หยวน หรือประมาณ 566,000 บาท

เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ ขนาด 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 360 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ของ ZF ขับเคลื่อนทั้ง 4 ล้อ

ขนาดมิติตัวถัง

  • ความยาว 5,410 มม.
  • กว้าง 1,934 มม.
  • สูง 1,886 มม.
  • ฐานล้อ 3,230 มม.
  • พื้นที่กระบะ (ตัวถัง Double Cab) ยาว x กว้าง x สูง : 1,520 x 1,520 x 538 มิลลิเมตร

สิ่งอำนวยความสะดวกเช่น

  • กล้อง 360 องศา
  • เรดาร์ 12 ตำแหน่งรอบคัน
  • เบาะนั่งผู้ขับขี่ปรับ 6 ทิศทาง พร้อมระบบปรับอุ่น
  • ระบบแอร์ 2 Zone
  • วัสดุซับเสียงภายในกว่า 100 จุด

เทคโนโลยี Vehicle-to-everything (V2X)

  • บริการคำสั่งเสียงอัจฉริยะ
  • บริการข้อมูลข่าวสารถที่อัพเดทตลอดเวลา

ระบบขับขี่กึ่งอัตโนมัติ Level 2

  • Adaptive Cruise Control ระบบที่ช่วยควบคุมความเร็วอัตโนมัติ
  • Lane keeping assist ระบบ​ช่วย​รักษา​ช่องทางเดินรถ
  • Intelligent driving assistance เทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะ
  • ระบบควบคุมการทรงตัว ESP

Great Wall P Series พัฒนาบนแพล็ตฟอร์ม P71 Platform แข็งแรงทนทาน ช่วงล่างหลัง Multi-Link พร้อมเดินสายผลิตในโรงงาน Chongqing เมื่อ 30 สิงหาคม 2019 ที่ผ่านมา ตั้งเป้าด้วยยอดขาย 200,000 คันภายในปี 2020 และมีลุ้นว่าเจ้ากระบะรุ่นนี้ทาง Great Wall Motors จะเอามาขายไทยเช่นกัน

ORA ES11

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ร่วมหารือรองนายกรัฐมนตรี และคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน มุ่งผลักดันประเทศไทย เป็นศูนย์กลางการพัฒนารถยนต์พลังงานไฟฟ้าในภูมิภาคอาเซียน

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ร่วมหารือรองนายกรัฐมนตรี และคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน มุ่งผลักดันประเทศไทย เป็นศูนย์กลางการพัฒนารถยนต์พลังงานไฟฟ้าในภูมิภาคอาเซียน

กรุงเทพฯ – 8 ธันวาคม 2563 – ผู้บริหารระดับสูงของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (GWM) จากประเทศจีน นำโดย มร. เฮนรี่ เมิ่ง ประธานบริหาร เกรท วอลล์ มอเตอร์ และ มร. แซม หลิว รองประธาน พร้อมด้วย มร. เอลเลียต จาง ประธาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ภูมิภาคอาเซียนและประเทศไทย และคณะ เข้าร่วมประชุมทางไกล (Conference Call) และเข้าพบนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และนางสาวดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพื่อหารือแนวทางในการร่วมผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านการพัฒนารถยนต์พลังงานไฟฟ้า เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมนี้ในอนาคตต่อไป

ตลอดระยะเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้เดินหน้าลงทุนและพัฒนาธุรกิจในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ภายใต้กลยุทธ์โลกาภิวัฒน์ (Globalization)  

โดยมุ่งหวังให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคอาเซียนในการผลิตและส่งออกรถยนต์พวงมาลัยขวา โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถยนต์พลังงานไฟฟ้า พร้อมแผนในการตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D Center) ของเกรท วอลล์ มอเตอร์ ในประเทศไทย เพื่อศึกษา คิดค้น และนำเอาเทคโนโลยี และนวัตกรรมอันล้ำสมัยต่างๆ มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ควบคู่ไปกับการส่งเสริมและพัฒนาทักษะ รวมไปถึงการจ้างงานให้กับบุคลากรไทยให้มีศักยภาพพร้อมทำงานในอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานไฟฟ้าได้อย่างเต็มศักยภาพ

มร. เอลเลียต จาง ประธาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ภูมิภาคอาเซียนและประเทศไทย กล่าวว่า “เกรท วอลล์ มอเตอร์ เชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทย ทั้งในด้านทำเลที่ตั้งที่เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในภูมิภาคอาเซียน ความพร้อมของบุคลากรและทรัพยากรในอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ ตลอดจนการสนับสนุนอันดีจากภาครัฐ ทั้งฝั่งรัฐบาลและคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)

ทางเราจึงมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะลงทุนและจัดตั้งศูนย์การผลิตและการวิจัยพัฒนาของบริษัทในประเทศไทย พร้อมให้การสนับสนุนทุกด้านอย่างเต็มที่เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐในการสร้าง ecosystem เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานไฟฟ้า รวมไปถึงการสร้างโอกาสในการพัฒนาวิชาชีพ การจ้างงาน และการรับฟังเสียงของประชาชนชาวไทย เพื่อให้พัฒนารถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่มีคุณภาพ ตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทยได้ดีที่สุด

นอกจากนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังมุ่งมั่นที่จะช่วยผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของการผลิตและพัฒนารถยนต์พลังงานไฟฟ้าในภูมิภาคอาเซียนอีกด้วย”

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เผยว่า “ทางภาครัฐมีความยินดีและขอบคุณทาง เกรท วอลล์ มอเตอร์ ที่เห็นความสำคัญและเชื่อมั่นในประเทศไทย

การเข้ามาลงทุนของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะเป็นการช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับแนวทางการพัฒนารถยนต์พลังงานไฟฟ้าของภาครัฐได้เป็นอย่างดี ทั้งในด้านการวิจัยที่เราจะได้มีมุมมองและองค์ความรู้ที่หลากหลายยิ่งขึ้น

การพัฒนาระบบรถยนต์ร่วมกับบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญ รวมไปถึงการสร้างทักษะใหม่ๆ ให้กับบุคลากรไทย และการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานไฟฟ้า นับเป็นการช่วยยกระดับเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของคนไทยโดยรวมได้เป็นอย่างดีอีกด้วย”

ปัจจุบัน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ดำเนินธุรกิจในกว่า 60 ประเทศทั่วโลก และในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา บริษัทมียอดขายรถรวมทั่วโลก ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคันในแต่ละปี ในฐานะ “บริษัทที่ให้บริการการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีระดับโลก” (Global Mobility Technology Company)

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ไม่เพียงแต่มุ่งมั่นในการส่งมอบนวัตกรรมรถยนต์และเทคโนโลยีอันยอดเยี่ยมให้กับผู้ใช้ แต่ยังให้ความสำคัญในการพัฒนาบุคลากร สภาพแวดล้อม และเศรษฐกิจของในแต่ละประเทศอยู่เสมอ เพื่อให้ทั้งบริษัทและทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรมยานยนต์ของแต่ละประเทศและแต่ละภูมิภาค สามารถเติบโตและพัฒนาไปด้วยกันอย่างยั่งยืน

ORA ES11 ในจีน

ORA Good Cat หรือ ES11 รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุด ที่มาพร้อมด้วยดีไซน์แบบ Retro Futurism กลมมนสุดคลาสสิก ที่ผ่านการพัฒนาให้สามารถวิ่งได้กว่า 501 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง

Beijing Motor Show 2020 (2020 Beijing International Automobile Exhibition (ครั้งที่ 16) หรือ Auto China 2020 มหกรรมรถยนต์ที่ยิ่งใหญ่แห่งหนึ่งของโลก เตรียมจัดขึ้นอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน (รอบสื่อ) ถึง 5 ตุลาคม 2020

ด้วยแบตเตอรี่แบบ CTP และ Liquid Cooling System ซึ่งสามารถชาร์จได้กว่า 80% (จากแบตเตอรี่คงเหลือ 30%) ภายในเวลาเพียง 30 นาที นอกจากนี้ยังมีเซอร์ไพรส์ด้วยการเผยโฉม ORA Good Cat GT ปรับลุคให้รถไฟฟ้า ORA มีความความโฉบเฉี่ยว ปราดเปรียวมากยิ่งขึ้น

มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลัง 143 แรงม้า แรงบิต 155 นิวตัน-เมตร

ขนาดตัวถัง

  • ยาว 4,235 มม.
  • กว้าง 1,825 มม.
  • สูง 1,596 มม.
  • ฐานล้อ 2,650 มม.

ORA Good Cat ได้รับแรงบันดาลใจจากรถยนต์ยุโรปเช่น Porsche 911, VW Beetle และ Fiat 500

ภายในห้องโดยสารโทนครีมชมพูสัมผัสหนังนุ่ม พวงมาลัยแบบสองก้าน จอแสดงผลดิจิทัลด้านหน้าคนขับและจอแสดงผลระบบบันเทิงแบบ Widescreen

ราคาจำหน่ายเริ่ม 105,000 – 145,000 หยวน หรือประมาณ 486,000 – 672,000 บาท

ORA ES11 GT

เกรท วอลล์ มอเตอร์ส ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีแห่งอุตสาหกรรมยานยนต์ชั้นนำระดับโลก ด้วย 3 เทคโนโลยีใหม่สำหรับยานยนต์แห่งยุค ประกอบด้วย

  • L.E.M.O.N. (Lightweight Electrification Multi-purpose Omni-protection Network) เทคโนโลยีสุดล้ำของแพลตฟอร์มแบบโมดูล่าร์ ที่สามารถปรับเปลี่ยนเพื่อรองรับการพัฒนารถซีดาน รถเอสยูวี และรถเอ็มพีวี (Sedan, เอสยูวี และ MPV) ของทั้ง 5 ขนาดตั้งแต่เล็กไปจนถึงใหญ่ ช่วยให้ตัวรถมีน้ำหนักเบา สามารถลดแรงระหว่างการขับขี่ให้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งยังใช้กับทั้งรถยนต์ระบบสันดาปภายใน (ICE), ยานยนต์ไฟฟ้าพลังงานผสม หรือ ไฮบริด (HEV), ยานยนต์พลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ (BEV) และยานยนต์ไฟฟ้าพลังงานเซลล์เชื้อเพลิง (FCEV) ซึ่งรวมถึงความสามารถในการเชื่อมต่อระบบ 5G ในอนาคต และที่สำคัญที่สุดคือ ระบบปกป้องผู้ขับขี่ซึ่งตอบโจทย์หลัก 3DP (Passenger, Pedestrian, Parts) ของเกรท วอลล์ มอเตอร์ส
  • COFIS Intelligent Connectivity System ระบบอัจฉริยะเพื่อการขับเคลื่อนแห่งอนาคต (Future Mobility) ประกอบด้วย ห้องโดยสารอัจฉริยะ (Intelligent Cab) การขับขี่อัตโนมัติ (Intelligent Driving) และการออกแบบไฟฟ้าอัจฉริยะ (Intelligent Electrical Architecture) ที่มุ่งสร้างประสบกาณ์การขับขี่ที่สะดวกและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงพัฒนาขีดความสามารถในการเชื่อมต่อระบบอินเทอร์เน็ต โดยนำร่องภายใต้แบรนด์ WEY ก่อนพัฒนาและปรับใช้ในแบรนด์อื่นๆ ต่อไป ในอนาคต

ในวันนี้เกรท วอลล์ มอเตอร์ส ได้สร้างบทพิสูจน์ให้เห็นถึงความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีแห่งอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลก ที่พร้อมขับเคลื่อนวงการยนตรกรรมให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่มีสิ้นสุด ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งอนาคต ควบคู่ไปกับการพัฒนาการให้บริการเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุดแก่ผู้บริโภค ความสำเร็จของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ส จากงาน Beijing International Automotive Exhibition 2020 ซึ่งมีการไลฟ์สดจากงานให้ชาวไทยได้ชมทาง แฟนเพจ GWM Thailand นอกจากจะสร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนๆ ชาวไทยที่รอคอยแล้ว  ยังสร้างความคึกคักให้แก่อุตสาหกรรมยานยนต์ไทย รวมไปถึงเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคจากการที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ส ปักหมุดเข้ามาลงทุนและจะเข้ามาทำการตลาดในประเทศไทย

# # #

เกี่ยวกับเกรท วอลล์ มอเตอร์ส

เกรท วอลล์ มอเตอร์ส (Great Wall Motors) หรือ GWM ผู้ผลิตรถ เอสยูวี และรถกระบะระดับโลก จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงเมื่อปี 2546 และตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้เมื่อปี 2554 มีบริษัทย่อยที่ถือหุ้นมากกว่า 80 บริษัทและมีพนักงานกว่า 70,000 คน ปัจจุบัน     เกรท วอลล์ มอเตอร์ส ทำยอดขายได้กว่าหนึ่งล้านคันต่อปี เป็นเวลาสี่ปีติดต่อกัน ซึ่งนอกจากในประเทศจีน เกรท วอลล์ มอเตอร์ส ยังส่งมอบรถยนต์คุณภาพไปให้กว่า 60 ประเทศและภูมิภาค และมีเครือข่ายในต่างประเทศกว่า 500 แห่งอีกด้วย


You Want To Have Your Favorite Car?

We have a big list of modern & classic cars in both used and new categories.