เปิดตัว HONDA ACCORD MY2021 ใหม่ ปรับปรุง ราคาเริ่ม 1.49 - 1.79 ล้านบาท - CAR250 รถยนต์รถใหม่ ข่าวสารรถยนต์ รถใหม่ล่าสุด เปิดตัวรถใหม่ ราคารถใหม่ crossorigin="anonymous">
News ข่าวรถยนต์รถใหม่, Price ราคา รถยนต์รถใหม่, ราคา Honda
  • มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING เป็นมาตรฐานความปลอดภัยในทุกรุ่นย่อย
  • สมรรถนะการขับขี่ที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งานด้วย 2 ขุมพลังการขับเคลื่อนทั้ง VTEC TURBO และฟูลไฮบริด Sport Hybrid i-MMD ซึ่งมาพร้อมชื่อใหม่ e:HEV
  • เพิ่มฟังก์ชันการใช้งานระดับพรีเมียม ครบครันด้วยเทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบายในรุ่น EL อาทิ ไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED  อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย  กระจกมองหลังปรับลดแสงอัตโนมัติ  ม่านบังแดดกระจกข้างด้านหลัง  ช่องเชื่อมต่อ USB ด้านหลัง 2 ตำแหน่ง  และ เทคโนโลยีที่เชื่อมต่อเพื่อการสื่อสารระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์ Honda CONNECT
รุ่น e:HEV TECHราคา 1,799,000 บาท
รุ่น e:HEV EL+ราคา 1,639,000 บาท
รุ่น ELราคา 1,499,000 บาท
  • ฮอนด้า แอคคอร์ด มาพร้อมข้อเสนอพิเศษเพื่อให้ลูกค้าเป็นเจ้าของรถยนต์ได้ง่ายขึ้น สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2564 – 30 กันยายน 2564 
  • รับดอกเบี้ย 0.99% สำหรับ แอคคอร์ด รุ่น e:HEV EL+ และ รุ่น e:HEV TECH หรือ ดอกเบี้ย 1.99% สำหรับแอคคอร์ด รุ่น EL โดยทุกรุ่นมาพร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี

ขนาดตัวถัง

  • ยาว 4894 มม.
  • กว้าง 1862 มม.
  • สูง 1450 มม.
  • ฐานล้อ 2830 มม.
  • ความสูงใต้ท้องรถ 131.3 มม.
รุ่น EL ราคา 1,499,000 บาท
  • เบนซินเทอร์โบ 1.5T 190 แรงม้า แรงบิต 243 นิวตัน-เมตร เกียร์อัตโนมัติ CVT
  • ระยะห่างระหว่างล้อคู่หน้า / คู่หลัง 1600 / 1610.2 มม.
  • น้ำหนักตัวรถ 1464 กก.
  • ล้ออัลลอย 17 นิ้ว ขนาดยาง 225/50 R17
  • ความจุถังน้ำมัน 56 ลิตร

เทคโนโลยีด้านการขับขี่

  • ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Paddle Shift)
  • โหมดการขับขี่แบบสปอร์ต
  • ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake : EPB)
  • ระบบ Auto Brake Hold
  • มาตรวัด พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว

เทคโนโลยีความปลอดภัย Honda SENSING

  • ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (CMBS)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (LKAS)
  • ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (RDM with LDW)
  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (AHB)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (ACC with LSF)

ภายนอก

  • ไฟหน้า และไฟท้ายแบบ LED
  • ไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED
  • ระบบเปิด – ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
  • ไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED
  • มือจับเปิดประตูด้านนอกสีเดียวกับตัวรถตกแต่งด้วยโครเมียม
  • กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า พร้อมพับเก็บอัตโนมัติ
  • ระบบปัดน้ำฝนแบบอัตโนมัติ
  • ท่อไอเสียคู่ พร้อมปลอกท่อไอเสียสเตนเลส
  • เสาอากาศครีบฉลาม

ภายใน

  • ภายใน สีน้ำตาล/สีดำ (ขึ้นอยู่กับสีภายนอก)
  • เบาะหนังแท้และวัสดุหนังสังเคราะห์
  • ชุดตกแต่งภายในลายไม้
  • ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Remote Engine Start)
  • ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์แบบอัจฉริยะ (One Push Ignition System)
  • ระบบควบคุมประตูอัจฉริยะ (Honda Smart Key System)
  • เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมปุ่มปรับดันหลัง 4 ทิศทาง
  • ระบบบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งของผู้ขับขี่ พร้อมเลื่อนอัตโนมัติเวลาขึ้น-ลงรถ (Memory Seat with Easy Entry/Exit)
  • เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง
  • เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหลังสามารถพับได้
  • พนักเท้าแขนด้านหลังแบบเปิดผ่านห้องสัมภาระท้าย
  • พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชันพร้อมปุ่มควบคุมระบบเครื่องเสียง และปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์ พร้อมปุ่มควบคุม ACC with LSF และ LKAS
  • กระจกมองหลังปรับลดแสงอัตโนมัติ
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual Zone ปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้าย/ขวา
  • ช่องปรับอากาศตอนหลัง
  • ม่านบังแดดกระจกข้างด้านหลัง
  • อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย

เครื่องเสียง

  • ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay
  • ช่องเชื่อมต่อ USB ด้านหน้า 2 ตำแหน่ง และด้านหลัง 2 ตำแหน่ง
  • ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย Bluetooth
  • รองรับระบบสั่งการด้วยเสียง Siri
  • ลำโพง 8 ตำแหน่ง
  • ระบบควบคุมเสียงรบกวนเข้าห้องโดยสาร (ANC)
  • ระบบเชื่อมต่อ Honda CONNECT

ความปลอดภัย

  • ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch)
  • กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ
  • ระบบช่วยเตือนความเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (Driver Attention Monitor)
  • ถุงลมคู่หน้า (Dual SRS)
  • ถุงลมด้านข้างคู่หน้า (Side Airbags)
  • ม่านถุงลมด้านข้าง (Side Curtain Airbags)
  • ระบบป้องกันล้อล็อกและระบบกระจายแรงเบรก (ABS & EBD)
  • ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (VSA)
  • ระบบเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ (AHA)
  • ระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA)
  • ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)
  • ระบบล็อกประตูรถอัตโนมัติ (Auto Door Lock by Speed)
  • ระบบกุญแจนิรภัย IMMOBILIZER พร้อมสัญญาณกันขโมย
  • สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (ESS)
  • ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยผู้โดยสารด้านหน้า
  • จุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก (ISOFIX & Child Anchor)
รุ่น e:HEV EL+ ราคา 1,639,000 บาท

เหมือนกับ รุ่น EL ราคา 1,499,000 บาท แต่เพิ่มเติม

  • เครื่องยนต์เบนซินไฮบริด 20.0 ลิตร ให้กำลัง 215 แรงม้า แรงบิต 315 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ E-CVT
  • ระยะห่างระหว่างล้อคู่หน้า / คู่หลัง 1,588 / 1,603.2 มม.
  • น้ำหนักตัวรถ 1552 กก.
  • ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ยาง 235/45 R18
  • ความจุถังน้ำมัน 48.5 ลิตร

เทคโนโลยีด้านการขับขี่

  • ระบบช่วยชะลอความเร็วรถที่พวงมาลัย (Deceleration Paddle Selectors)
  • สวิตช์ควบคุมโหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า

ภายนอก

  • กระจกมองข้างด้านซ้ายปรับลดอัตโนมัติเมื่อถอยหลัง

ภายใน

  • ปุ่มปรับเบาะไฟฟ้าข้างพนักพิงเบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้า
  • ระบบฟอกอากาศในห้องโดยสาร Plasmacluster

เครื่องเสียง

  • ระบบนำทางเนวิเกเตอร์
  • ระบบเครื่องเสียงแบบ Premium Sound System พร้อม Sub-Woofer
  • ลำโพง 10 ตำแหน่ง

ความปลอดภัย

  • ระบบแจ้งเตือนแรงดันลมยาง (TPMS)
  • เสียงเตือนคนภายนอกรถขณะขับขี่โหมดมอเตอร์ไฟฟ้า (AVAS)
  • กระจกมองข้างลดการเกาะตัวของหยดน้ำ (Hydrophilic)
  • อุปกรณ์อุดการรั่วซึมของยางชั่วคราว (TPRK)
รุ่น e:HEV TECH ราคา 1,799,000 บาท

เหมือนกับ รุ่น e:HEV EL+ ราคา 1,639,000 บาท แต่เพิ่มเติม

  • น้ำหนักตัวรถ 1568 กก.

เทคโนโลยีด้านการขับขี่

  • ระบบแสดงข้อมูลบนกระจกหน้า (HUD)

ภายนอก

  • ไฟส่องมือจับเปิดประตูด้านนอก
  • สปอยเลอร์หลัง

ภายใน

  • พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชันพร้อมปุ่มควบคุมระบบเครื่องเสียง และปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์ พร้อมปุ่มควบคุม ACC with LSF, LKAS และ HUD

ความปลอดภัย

  • ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง (MVCS)
  • ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (CTM)
  • ระบบช่วยจอดอัจฉริยะ พร้อมระบบช่วยเบรก(6)
  • เซ็นเซอร์กะระยะหน้า 4 จุด และ หลัง 4 จุด

ทุกรุ่นมาพร้อมกระจังหน้าแบบโครเมียมที่เชื่อมต่อกับไฟหน้าและไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED ไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED และไฟท้ายแบบ LED เสริมความสปอร์ตยิ่งขึ้นด้วยท่อไอเสียคู่พร้อมปลอกท่อไอเสียสเตนเลส (เฉพาะรุ่น EL) ตอกย้ำเอกลักษณ์อันโดดเด่นของยนตรกรรมไฮบริดใน แอคคอร์ด e:HEV ด้วย โลโก้ H Mark ตกแต่งกรอบสีฟ้า และสัญลักษณ์ e:HEV ที่ด้านท้าย มาพร้อมล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด 17 นิ้วในรุ่น EL และขนาด 18 นิ้วในรุ่น e:HEV เสริมความสปอร์ตด้วยสปอยเลอร์หลัง และเพิ่มสุนทรียภาพในการเดินทางด้วยซันรูฟพร้อมระบบ One-Touch (เฉพาะรุ่น e:HEV TECH)

ภายในห้องโดยสาร ติดตั้งเบาะหนังดีไซน์พรีเมียมสีน้ำตาลและสีดำ พร้อมชุดตกแต่งลายไม้ มอบความสะดวกสบายสุดเอกซ์คลูซีฟด้วยเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกล้ำสมัยที่ครบครัน สมบูรณ์แบบในทุกการเดินทาง อาทิ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual Zone ปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้าย/ขวา พร้อมเทคโนโลยีระบบฟอกอากาศพลาสม่าคลัสเตอร์ (Plasmacluster Technology)(เฉพาะรุ่น e:HEV EL+ และ e:HEV TECH)  ระบบแสดงข้อมูลบนกระจกหน้า (Head-up Display: HUD) (เฉพาะรุ่น e:HEV TECH)  มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว  ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้วแบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ  Apple CarPlay และระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมปุ่มปรับดันหลัง 4 ทิศทาง  ระบบบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งของผู้ขับขี่พร้อมเลื่อนอัตโนมัติเวลาขึ้น-ลงรถ (Memory Seat with Easy Entry/Exit) พร้อมตอบรับทุกไลฟ์สไตล์ด้วยฟังก์ชันการใช้งานระดับพรีเมียมที่เพิ่มเติมเข้ามาให้ครบครันในรุ่นเริ่มต้น(รุ่น EL) อาทิ

  • อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger)
  • กระจกมองหลังปรับลดแสงอัตโนมัติ (Auto Dimming Rearview Mirror)
  • ม่านบังแดดกระจกข้างด้านหลัง (Rear Door Window Sunshades)
  • ช่องเชื่อมต่อ USB ด้านหลัง 2 ตำแหน่ง (2 Rear USB Ports)
  • Honda CONNECT เทคโนโลยีที่เชื่อมต่อเพื่อการสื่อสารระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์ ทำงานผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน

Honda SENSING ทุกรุ่นย่อย

  • ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF)
  • ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)
  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)

เสริมด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยระดับพรีเมียมในรุ่น e:HEV TECH อาทิ ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor: CTM)  ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง (Multi-view Camera System: MVCS)  ระบบช่วยจอดอัจฉริยะพร้อมระบบช่วยเบรก (Honda Smart Parking Assist System) พร้อมด้วยมาตรฐานความปลอดภัยอันล้ำสมัยอื่นๆ เช่น ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) และระบบ Auto Brake Hold  ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch)  ระบบช่วยเตือนความเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (Driver Attention Monitor)  ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)

เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบขนาด 1.5 ลิตร Di VTEC TURBO ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า ตอบสนองทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 243 นิวตัน-เมตร จากเทคโนโลยีไดเรคอินเจคชัน (Direct Injection) ประสานการทำงานกับระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่อง (CVT) ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลังกว่าเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร ขับสนุก อัตราเร่งทันใจ และมีอัตราการประหยัดน้ำมันที่ 16.4 กิโลเมตร/ลิตร อีกทั้งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และรองรับน้ำมัน E85

e:HEV ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด Sport Hybrid Intelligent Multi-Mode Drive (i-MMD) เป็นการทำงานอันทรงพลังของเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร Atkinson-Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว ผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ได้แก่ มอเตอร์ที่ทำหน้าที่สร้างกระแสไฟฟ้า (Motor Generator) และมอเตอร์ที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนล้อ (Motor Drive) พร้อมด้วยเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน มอบกำลังสูงสุด 215 แรงม้า จากเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า ตอบสนองทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 315 นิวตัน-เมตร โดยมีอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยมสูงถึง 24.4 กิโลเมตร/ลิตร อีกทั้งปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำเพียง 97 กรัม/กิโลเมตร

โดยระบบสามารถปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้อย่างชาญฉลาดถึง 3 โหมด ได้แก่ 

  • โหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Drive Mode) 
  • โหมดการขับขี่ด้วยระบบไฮบริด (Hybrid Drive Mode) 
  • โหมดการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ (Engine Drive Mode) อีกทั้งผู้ขับขี่สามารถกดสวิตช์เลือกควบคุมโหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Mode) เพื่อเข้าสู่โหมดการขับขี่ที่ใช้กำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนได้อีกด้วย
  • โหมดการขับขี่แบบสปอร์ต (Sport Mode) ที่จะช่วยให้ผู้ขับขี่เข้าถึงอารมณ์สปอร์ตได้อย่างแท้จริง ตอบสนองอัตราเร่งได้อย่างเร้าใจ โดยสามารถใช้งานได้อย่างง่ายดายเพียงกดปุ่ม SPORT ที่อยู่บริเวณด้านล่างของคันเกียร์ โดยสัญลักษณ์ SPORT จะแสดงขึ้นบนมาตรวัดในขณะที่ใช้ระบบ หรือเลือกใช้ระบบ ECON Mode ที่ช่วยลดการใช้พลังงานที่สิ้นเปลือง โดยจะปรับการทำงานของเครื่องยนต์และระบบเกียร์ให้สัมพันธ์กัน อีกทั้งปรับการทำงานของระบบปรับอากาศและการหมุนเวียนอากาศภายในห้องโดยสารให้เหมาะสม ทำให้เครื่องยนต์ใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ฮอนด้า แอคคอร์ด ทุกรุ่น มาพร้อมสีภายนอกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีใหม่ สีเทาเมทิเออรอยด์ (เมทัลลิก) สีขาวแพลทินัม (มุก) และ สีดำคริสตัล (มุก) ที่มาพร้อมสีภายในห้องโดยสารสีน้ำตาล และสีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) ที่มาพร้อมสีภายในห้องโดยสารสีดำ


4 + 3 =

You Want To Have Your Favorite Car?

We have a big list of modern & classic cars in both used and new categories.

Copy Protected by Chetan's WP-Copyprotect.