ISUZU เปิดตัว D-MAX EV ราคาเบาๆ 1.59 ล้านบาทในไทย 331 กม. NEDC

อีซูซุรุกหนัก! เปิดแผน Multi-pathways สู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน พร้อมโชว์ตัว Isuzu D-Max EV ในไทยมีนาคมนี้
อีซูซุ (Isuzu) ในฐานะผู้นำตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ของประเทศไทย ประกาศความคืบหน้าครั้งสำคัญภายใต้แนวคิด “โซลูชั่นส์อันหลากหลายสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน” (Multi-pathways to Carbon Neutrality) เพื่อตอบรับนโยบายของรัฐบาลไทยที่มุ่งหวังให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคอาเซียน โดยอีซูซุเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีที่หลากหลายให้เหมาะกับรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างกันของผู้บริโภค
เจาะลึกโปรดักต์ไฮไลต์: จาก MHEV ถึง EV เต็มรูปแบบ
อีซูซุได้ดำเนินการตามแผนงานอย่างเป็นรูปธรรมผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง ดังนี้:
- Isuzu D-Max MHEV: เริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 20 พฤศจิกายน 2567 โดยมุ่งเน้นไปที่กลุ่มลูกค้าในหัวเมืองใหญ่และลูกค้าองค์กร
- Isuzu D-Max EV: รถปิกอัพไฟฟ้า 100% รุ่นแรกจากฐานการผลิตในไทย ซึ่งได้เริ่มส่งออกไปยังยุโรปตั้งแต่ช่วงกลางปี 2568 และพร้อมที่จะเริ่มจำหน่ายในประเทศไทยในเดือนมีนาคม 2569 นี้ [
- Isuzu Elf EV: รถบรรทุกไฟฟ้าที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการทดสอบสมรรถนะเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการใช้งานเชิงพาณิชย์
“อีซูซุมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความเป็นกลางทางคาร์บอนสำหรับรถเพื่อการพาณิชย์โดยเฉพาะ ซึ่งมีความแตกต่างจากรถประเภทอื่น เนื่องจากต้องคำนึงถึงความสามารถในการบรรทุกและความทนทาน” — มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการบริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด
นวัตกรรมเพื่อการขนส่งและพลังงานทางเลือก
นอกจากการพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่ อีซูซุยังให้ความสำคัญกับการสร้างระบบนิเวศและโซลูชั่นใหม่ๆ เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการขนส่ง
- Battery Swapping: การทดลองโซลูชั่นการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ในประเทศไทย เพื่อช่วยลดระยะเวลารอคอยในการชาร์จและเพิ่มประสิทธิภาพงานโลจิสติกส์
- Next-Gen Biodiesel: ร่วมมือกับ ปตท. ในการพัฒนาและทดสอบไบโอดีเซลเจเนอเรชันใหม่กับเครื่องยนต์ดีเซล เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ใช้รถในปัจจุบัน
- High Efficiency Engines: ความสำเร็จของเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 และ 3.0 Ddi MAXFORCE Euro 5 ที่ยังคงเป็นหัวใจหลักสำหรับลูกค้าที่ต้องการความแข็งแกร่งและการประหยัดน้ำมัน
วิสัยทัศน์ระดับโลก: The EARTH Lab และยานยนต์ไร้คนขับ
อีซูซุไม่ได้หยุดเพียงแค่ในไทย แต่ยังมีการลงทุนในระดับสากลเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีแห่งอนาคต
- The EARTH Lab: ศูนย์พัฒนาและทดสอบยานยนต์ไฟฟ้า ณ เมืองฟูจิซาวะ ประเทศญี่ปุ่น
- Hydrogen Fuel Cell: การทดสอบรถบรรทุกไฟฟ้าที่ใช้เซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน
- Autonomous Driving: การสร้างสนามทดสอบรถขับเคลื่อนอัตโนมัติที่ฮอกไกโด และการทดสอบรถบรรทุกไร้คนขับบนถนนสาธารณะในญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา ซึ่งผ่านการทดสอบวิ่งมาแล้วกว่า 150,000 กิโลเมตร
อีซูซุเขย่าวงการรถไฟฟ้า! เปิดสเปก D-Max EV พร้อมความคืบหน้ากลยุทธ์ “โซลูชั่นส์อันหลากหลาย” ในประเทศไทย
อีซูซุ (Isuzu) ในฐานะผู้นำตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ของประเทศไทย ประกาศความคืบหน้าครั้งสำคัญภายใต้แนวคิด “โซลูชั่นส์อันหลากหลายสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน” (Multi-pathways to Carbon Neutrality) โดยมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีที่หลากหลายเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคที่แตกต่างกัน ตั้งแต่รถยนต์ไฟฟ้า 100% ไปจนถึงพลังงานทางเลือก เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ในอนาคต
เจาะลึก Isuzu D-Max EV ปิกอัพไฟฟ้า 100% เตรียมจำหน่าย มีนาคม 2569
หลังจากส่งออกไปจำหน่ายที่ยุโรปมาสักพัก ในที่สุด “อีซูซุ ดีแมคซ์ EV” รถปิกอัพ 4 ประตูพลังไฟฟ้า 100% ก็พร้อมที่จะเปิดตัวและจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคมนี้ โดยชูจุดเด่นเรื่องความแข็งแกร่ง ทนทาน ตามแบบฉบับ Isuzu แต่ไร้มลพิษ
สเปกและราคาจำหน่าย
- ความยาว: 5,280 มม.
- ความกว้าง: 1,870 มม.
- ความสูง: 1,810 มม.
- ระยะฐานล้อ (Wheelbase): 3,125 มม.
- ระยะต่ำสุดถึงพื้น (Ground Clearance): 210 มม.
สมรรถนะและระบบขับเคลื่อน
- ระบบขับเคลื่อน: มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ (Dual Motor) ขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ Dual Motor by E-Axle
- กำลังรวมสูงสุด: 190 แรงม้า (140 กิโลวัตต์)
- แรงบิดรวมสูงสุด: 325 นิวตัน-เมตร
แบตเตรี่และการชาร์จ
- ประเภทแบตเตอรี่: ลิเทียมไอออน (Lithium-ion)
- ความจุแบตเตอรี่: 66.9 kWh
- ระยะทางวิ่งสูงสุด: 331 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC)
- ระบบป้องกันและระบายความร้อน:
- Battery Guard: ออกแบบมาเพื่อปกป้องแบตเตอรี่ให้ลุยได้ทุกสถานการณ์
- Battery Cooling System: ระบบระบายความร้อนเพื่อให้แบตเตอรี่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและยืดอายุการใช้งาน
- การชาร์จแบบ AC: รองรับสูงสุด 11 kW
- การชาร์จแบบ DC: รองรับสูงสุด 50 kW
โครงสร้างและความสามารถในการบรรทุก
- ช่วงล่างหลัง: De-Dion E-AXLE โครงสร้างที่แยกส่วนขับเคลื่อนและการรับน้ำหนักออกจากกัน ช่วยให้บรรทุกหนักได้อย่างทนทาน
- ความสามารถในการลุยน้ำ: ลุยน้ำลึกสูงสุด 600 มิลลิเมตร
- ระบบพวงมาลัย: พวงมาลัยไฟฟ้า EPS (Electronic Power Steering)
เทคโนโลยีและความปลอดภัย
- ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่: ติดตั้งระบบ ADAS (Advanced Driver Assistance Systems) เต็มรูปแบบ
- ระบบกล้อง: กล้องรอบคัน 360 องศา พร้อมมุมมองพิเศษ “ใต้ท้องรถ” เพื่อความแม่นยำในการขับขี่
- หน้าจอแสดงผล: หน้าจอ MID ขนาด 7 นิ้ว
ราคาจำหน่าย: 1,591,000 บาท (มาพร้อมแพ็กเกจเช็กระยะฟรี 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร)

