สคบ. เตรียมร่างกฏหมายใหม่ หากรถยนต์ชำรุด-ไม่ตรงปก ภายใน 1 ปี หรือ 10,000 กม. คืนเงินได้ หรือเปลี่ยน หากซ่อมต้องเสร็จภายใน 90 วัน

สคบ. เตรียมร่างกฏหมายใหม่ หากรถยนต์ชำรุด-ไม่ตรงปก ภายใน 1 ปี หรือ 10,000 กม. คืนเงินได้ หรือเปลี่ยน หากซ่อมต้องเสร็จภายใน 90 วัน
Spread the love
Advertisement Advertisement

วันนี้ (6 มิถุนายน 2569) เวลา 10.30 น. นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์สด ในรายการวิทยุ FM 100.5 คืบหน้าข่าว นิวส์อัพเดท ช่วงคนในข่าว ถึงประเด็นการคุ้มครองผู้บริโภค โดยเฉพาะกรณีที่เป็นกระแสสังคม เช่น ความเสียหายจากการใช้รถยนต์ EV ยี่ห้อ Volvo EX30 บ้านน็อกดาวน์จากการซื้อบ้านแล้วไม่เป็นไปตามสัญญา รวมถึงการซื้อสินค้าไม่ตรงปก ไม่ได้มาตรฐาน เป็นต้น

นางสาวศุภมาส เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำการบูรณาการความร่วมมือเพื่อช่วยเหลือประชาชนทุกด้าน โดยเฉพาะในเรื่องของการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับปากท้องและการใช้ชีวิตของประชาชนโดยตรง ตนในฐานะที่กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. ได้กำชับให้ปรับรูปแบบการดำเนินงาน จากการนั่งรอรับเรื่องมาสู่การเดินหน้าเข้าช่วยเหลือประชาชนถึงที่ ตามแนวทาง “สคบ.พลัส” “รวดเร็ว เชิงรุก เด็ดขาด และพึ่งพาได้”

“จะเห็นได้ว่า สคบ. เข้าไปเกี่ยวข้องกับทุกการดำเนินชีวิตของประชาชนซึ่งเป็นผู้บริโภค เราไม่ได้ทำงานลำพัง ที่ผ่านมาเราจับมือกับหลายหน่วยงานเพื่อให้ผู้บริโภคที่เดือดร้อนได้รับการช่วยเหลือโดยเร็ว เช่น ในกรณีรถยนต์ Volvo EX30 ที่ สคบ. เข้าไปช่วยดูแลจนกระทั่งดำเนินการฟ้องคดีแพ่งกับผู้ประกอบการเพื่อเรียกคืนเงินให้แก่ผู้บริโภค พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย รวมถึงค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจริง เราต้องเร่งคืนความเป็นธรรมแก่ผู้ที่เดือดร้อน และช่วยเหลือจนถึงที่สุด” นางสาวศุภมาสกล่าว

นอกจากนี้ นางสาวศุภมาสยังได้กล่าวถึง การช่วยเหลือผู้บริโภคดำเนินคดีแพ่ง จากกรณีที่ผู้ประกอบการผิดสัญญาว่าจ้างทำบ้านน็อกดาวน์ เนื่องจากผู้ประกอบธุรกิจไม่สามารถส่งมอบบ้านให้กับผู้บริโภคได้ตามสัญญา โดยคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค มีมติมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ฟ้องคดีผู้ประกอบธุรกิจ เพื่อบังคับให้คืนเงินค่าว่าจ้างทำบ้านน็อกดาวน์ พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย และได้เสนอศาลสั่งให้ผู้ประกอบธุรกิจจ่ายค่าเสียหายเพื่อการลงโทษให้แก่ผู้บริโภคด้วย

นางสาวศุภมาส กล่าวเพิ่มเติมถึง การยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคที่ได้รับความเดือดร้อนจากการซื้อสินค้าไม่ได้มาตรฐาน โดยรัฐบาลกำลังผลักดันกฎหมาย Lemon Law หรือ ร่างพระราชบัญญัติความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า พ.ศ. …. เข้าสู่ที่ประชุม ครม. เพื่อพิจารณาความเห็น ก่อนเข้าสู่การพิจารณาในรัฐสภาต่อไป ซึ่งสาระสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ คือ การช่วยเหลือและคุ้มครองผู้บริโภค ในกรณีที่พบว่าซื้อสินค้ามา แล้วสินค้าชำรุดเสียหาย ให้สันนิษฐานว่าเสียหายตั้งแต่ส่งมอบตามระยะเวลาที่กำหนด โดยสินค้าทั่วไป 6 เดือน และ รถยนต์ 1 ปี ผู้บริโภคสามารถขอเปลี่ยนสินค้าทั่วไปได้ภายใน 7 วัน กรณีเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ ภายใน 14 วัน นับแต่วันรับสินค้า ส่วนกรณีที่มีการซ่อมแซมสินค้า ผู้ขายต้องซ่อมให้เสร็จภายใน 60 วัน ยกเว้นรถยนต์ภายใน 90 วัน ส่วนกรณีการเช่าซื้อ ผู้เช่าซื้อมีสิทธิเช่นเดียวกับผู้ซื้อ และสามารถเลื่อนชำระงวดถัดไปได้ จนกว่าจะได้สินค้าที่ซ่อมเสร็จหรือเปลี่ยนใหม่

“นับตั้งแต่ดิฉันได้รับมอบหมายให้ดูแล สคบ. ดิฉันมีความตั้งใจที่อยากให้ผู้บริโภคทุกท่านได้รับความเป็นธรรม อย่างเท่าเทียม ทุกวันนี้การซื้อขายสินค้าและบริการทำได้ง่าย ผ่านโทรศัพท์มือถือหรือคอมพิวเตอร์ เราพบการถูกหลอก ถูกเอาเปรียบรายวัน รัฐบาลพยายามอย่างสุดความสามารถ เพื่อให้พี่น้องประชาชนในฐานะผู้บริโภคปลอดภัยจากการซื้อขายสินค้าและบริการทุกรูปแบบ” นางสาวศุภมาสกล่าวทิ้งท้าย

สคบ. เตรียมร่างกฏหมายใหม่ หากรถยนต์ชำรุด-ไม่ตรงปก ภายใน 1 ปี หรือ 10,000 กม. คืนเงินได้ หรือเปลี่ยน หากซ่อมต้องเสร็จภายใน 90 วัน

ก้าวสำคัญของการคุ้มครองผู้บริโภคไทย! เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 ณ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้มีการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกฎหมายใหม่ที่จะมาพลิกโฉมการซื้อขายสินค้าในประเทศไทย นั่นคือ “ร่างพระราชบัญญัติความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า พ.ศ. ….” หรือที่ประชาชนคุ้นเคยในชื่อ “กฎหมาย Lemon Law”

การประชุมครั้งนี้ได้รับมอบหมายจาก นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (ผู้กำกับดูแล สคบ.) โดยมี นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีฯ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการ สคบ. และผู้แทนจากภาคประชาชน ภาครัฐ และภาคเอกชนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อผลักดันนโยบายสร้างความเป็นธรรมของรัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี


ทำความรู้จัก “Lemon Law” กฎหมายดัดหลังสินค้าไร้คุณภาพ

เจตนารมณ์สำคัญของร่างกฎหมายฉบับนี้ คือการกำหนดสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบระหว่าง “ผู้ซื้อ” และ “ผู้ขาย” ให้มีความชัดเจน ไม่ปล่อยให้ผู้บริโภคต้องแบกรับภาระหรือถูกเอาเปรียบเมื่อซื้อสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน ชำรุดบกพร่อง หรือไม่ตรงปกตามที่โฆษณาไว้ โดยกฎหมายจะเข้ามาช่วยสร้างกลไกการเปลี่ยนสินค้า การซ่อมแซม และการคืนเงินที่เป็นธรรมและรวดเร็วยิ่งขึ้น

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี กล่าวว่า:
“ร่างกฎหมายนี้ยกร่างเสร็จตั้งแต่ปี 2567 แต่ตราบใดที่เวลาเปลี่ยนไป บริบทของผู้บริโภคก็เปลี่ยนตาม ตนจึงสั่งให้ สคบ. เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นใหม่ เพื่อให้อัปเดตสอดคล้องกับปัญหาที่ประชาชนประสบจริงในปัจจุบัน ก่อนที่จะนำเข้าสู่ชั้นกรรมาธิการต่อไป”

เจาะลึกสาระสำคัญ เงื่อนไขการรับประกันและระยะเวลาคุ้มครอง

หลักการสำคัญที่เป็นหัวใจของร่างกฎหมายฉบับนี้ คือ “การผลักภาระพิสูจน์” โดยระบุว่า หากสินค้าเกิดการชำรุดภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้ “สันนิษฐานไว้ก่อนว่าสินค้าชำรุดมาตั้งแต่วันส่งมอบ” ซึ่งมีการจำแนกเงื่อนไขตามประเภทสินค้าไว้ดังนี้

Advertisement Advertisement

1. กลุ่มสินค้าทั่วไป

  • สิทธิ์การขอเปลี่ยนสินค้า: สามารถแจ้งเปลี่ยนใหม่ได้ภายใน 7 วัน นับแต่วันรับสินค้า
  • ระยะเวลาสันนิษฐานความชำรุด: 6 เดือน นับจากวันส่งมอบ
  • ระยะเวลาซ่อมแซม: ผู้ขายต้องดำเนินการซ่อมให้เสร็จสิ้นภายใน 60 วัน

2. กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

  • สิทธิ์การขอเปลี่ยนสินค้า: สามารถแจ้งเปลี่ยนใหม่ได้ภายใน 14 วัน นับแต่วันรับสินค้า
  • ระยะเวลาสันนิษฐานความชำรุด: 6 เดือน นับจากวันส่งมอบ
  • ระยะเวลาซ่อมแซม: ผู้ขายต้องดำเนินการซ่อมให้เสร็จสิ้นภายใน 60 วัน
  • อายุความฟ้องร้อง: ขยายอายุความเพิ่มเป็น 2 ปี นับตั้งแต่ตรวจพบความชำรุด

3. ยานพาหนะ (รถยนต์ และ รถจักรยานยนต์)

  • ระยะเวลาสันนิษฐานความชำรุด
    • รถยนต์: คุ้มครองภายใน 1 ปี หรือ 10,000 กิโลเมตร
    • รถจักรยานยนต์: คุ้มครองภายใน 6 เดือน หรือ 5,000 กิโลเมตร
  • ระยะเวลาซ่อมแซม: เฉพาะรถยนต์ผู้ขายต้องซ่อมแซมให้เสร็จภายใน 90 วัน
  • อายุความฟ้องร้อง: ขยายอายุความเพิ่มเป็น 2 ปี นับตั้งแต่ตรวจพบความชำรุด

สิทธิพิเศษเพิ่มเติมสำหรับผู้ซื้อ “เช่าซื้อ / ผ่อนส่ง”

สำหรับผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าผ่านระบบผ่อนส่งหรือการเช่าซื้อ (อาทิ รถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์) ร่างกฎหมายฉบับนี้ได้ระบุความคุ้มครองไว้อย่างเท่าเทียมอย่างน่าสนใจ

  • สิทธิ์เท่าเทียมเงินสด ผู้เช่าซื้อมีสิทธิ์ในสินค้าและได้รับการคุ้มครองเช่นเดียวกับผู้ซื้อเงินสดทุกประการ
  • สิทธิ์เลื่อนชำระค่างวด หากสินค้าเกิดการชำรุดและอยู่ในระหว่างกระบวนการซ่อมแซมหรือรอเปลี่ยนชิ้นใหม่ ผู้เช่าซื้อมีสิทธิ์เลื่อนการชำระค่างวดในงวดถัดไปได้ จนกว่าจะได้สินค้าที่แก้ไขเสร็จสมบูรณ์

สาระสำคัญในร่างกฎหมาย (เวอร์ชันล่าสุดที่กำลังผลักดัน)

หากกฎหมายนี้ผ่านและมีผลบังคับใช้ จะมีการแบ่งประเภทสินค้าและกำหนด “ระยะเวลาข้อสันนิษฐานความชำรุดบกพร่อง” ไว้อย่างชัดเจน โดยที่ผู้บริโภคไม่ต้องไปเหนื่อยหาหลักฐานมาพิสูจน์เอง ดังนี้ครับ:

ประเภทสินค้า ระยะเวลาสันนิษฐานว่าพังตั้งแต่ส่งมอบ สิทธิ์การขอเปลี่ยนสินค้าใหม่ ระยะเวลาที่ผู้ขายต้องซ่อมให้เสร็จ
รถยนต์ 1 ปี หรือ 10,000 กม. สิทธิ์เปลี่ยน/คืนตามเงื่อนไข ภายใน 90 วัน
จักรยานยนต์ 6 เดือน หรือ 5,000 กม. สิทธิ์เปลี่ยน/คืนตามเงื่อนไข ภายใน 60 วัน
เครื่องใช้ไฟฟ้า / ไอที 6 เดือน ภายใน 14 วัน นับจากรับของ ภายใน 60 วัน
สินค้าทั่วไป 6 เดือน ภายใน 7 วัน นับจากรับของ ภายใน 60 วัน

การบูรณาการร่วมกันเพื่อความเป็นธรรม

ในการประชาพิจารณ์ครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือและการสะท้อนมุมมองอย่างกว้างขวางจากทัั้งภาคประชาชน ได้แก่ สภาองค์กรของผู้บริโภค และ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ร่วมด้วยหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ภาคเอกชนกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ และ สมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย เพื่อปรับปรุงเนื้อหาให้มีความสมดุล เอื้อประโยชน์ต่อผู้บริโภคในขณะที่ภาคธุรกิจยังสามารถขับเคลื่อนได้อย่างเป็นระบบ

💡 ช่องทางการร้องเรียนเมื่อพบสินค้าชำรุดบกพร่อง:

หากผู้บริโภคประสบปัญหาสินค้าไม่ได้คุณภาพ ชำรุดบกพร่อง หรือไม่เป็นไปตามโฆษณา สามารถติดต่อร้องเรียนได้ที่ช่องทางหลักของ สคบ. และเครือข่ายรัฐดังนี้:

  • 📞 โทรสายด่วน สคบ. 1166
  • 📱 แอปพลิเคชัน OCPB Connect
  • 🌐 เว็บไซต์สคบ. ocpb.go.th
  • 🏢 ศูนย์ดำรงธรรม ทุกจังหวัดทั่วประเทศไทย

สถานะปัจจุบัน (อัปเดตมิถุนายน 2569)

  • ร่างกฎหมายเคยตกไปเพราะยุบสภา: ก่อนหน้านี้ร่าง พ.ร.บ. ฉบับที่สภาองค์กรของผู้บริโภคและประชาชนร่วมกันเข้าชื่อ เคยถูกบรรจุวาระไปแล้วเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคม 2568 แต่เนื่องจากมีการประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎรในเวลาต่อมา ทำให้ร่างกฎหมายฉบับนั้นต้องตกไปตามรัฐธรรมนูญ

  • รัฐบาลปัจจุบันกำลังเร่งดันต่อ: ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ทาง สคบ. (สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค) ภายใต้การกำกับดูแลของนางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นรอบใหม่ เพื่อปรับปรุงเนื้อหาให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน (เน้นเรื่องปัญหารถยนต์ไฟฟ้าหรือ EV และสินค้าออนไลน์) ก่อนที่จะส่งต่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบและส่งเข้าสู่กระบวนการของรัฐสภาอีกครั้ง

แล้วจะออกตอนไหน? (ประเมินตามขั้นตอนกฎหมาย)

เนื่องจากตัวร่างต้องเดินทางตามกระบวนการนิติบัญญัติใหม่ทั้งหมดหลังจากที่เคยตกไป

  • ผ่านเวทีประชาพิจารณ์ (กำลังทำอยู่ขณะนี้)
  • เสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่ออนุมัติหลักการ
  • ส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจร่าง
  • ส่งเข้าสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา พิจารณา 3 วาระ
  • ประกาศในราชกิจจานุเบกษา (มักจะมีเวลาทอดรอบังคับใช้จริงอีกประมาณ 90-180 วัน เพื่อให้ผู้ประกอบการปรับตัว)

หากรัฐบาลชุดนี้ดันเป็นกฎหมายเร่งด่วนและไม่มีการสะดุดทางการเมืองอีก คาดว่ากระบวนการในชั้นสภาน่าจะใช้เวลาอย่างน้อย ช่วงปลายปี 2569 ไปจนถึงปี 2570 กว่าจะคลอดออกมาบังคับใช้จริงได้ครับ ในระหว่างที่กฎหมายยังไม่ออก หากเจอสินค้าชำรุดบกพร่องร้ายแรง ปัจจุบันยังต้องพึ่งพากลไกการร้องเรียนผ่าน สคบ. (สายด่วน 1166) หรือใช้กฎหมายวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภคเพื่อฟ้องร้องไปก่อนครับ

ocpb

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้