Mitsubishi Eclipse Sportback EV วิ่งได้ 488 กม./ชาร์จ EPA อีกร่าง NISSAN LEAF

Mitsubishi Eclipse Sportback EV วิ่งได้ 488 กม./ชาร์จ EPA อีกร่าง NISSAN LEAF
Spread the love
Advertisement Advertisement

สำหรับแฟนนิตยสารรถยนต์ยุค 90s ชื่อของ Mitsubishi Eclipse คือสัญลักษณ์ของรถสปอร์ตคูเป้ 2 ประตูที่โฉบเฉี่ยวและทรงพลัง (วางจำหน่ายในช่วงปี 1989 – 2011) แต่ในยุคปัจจุบัน ค่ายตรีเพชรได้เลือกที่จะนำชื่อระดับตำนานนี้มาปัดฝุ่นใหม่ในฐานะรถอเนกประสงค์ และล่าสุดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อ Mitsubishi ประกาศเปิดตัว Eclipse Sportback EV รถยนต์ไฟฟ้า 100% ในรูปแบบ Crossover Fastback สำหรับบุกตลาดอเมริกาเหนือในฐานะโมเดลปี 2027 ช่วงครึ่งหลังของปีนี้

อย่างไรก็ตาม ใครที่กำลังรอคอยทายาทที่แท้จริงของรถสปอร์ตในตำนานอาจจะต้องทำใจล่วงหน้า เพราะภายใต้โลโก้สามเหลี่ยมเพชรนี้ มันคือการนำ Nissan Leaf เจเนอเรชันใหม่ มาปรับดีไซน์ภายนอก (Reskinned) เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งเป็นผลผลิตจากการแชร์แพลตฟอร์มร่วมกันในกลุ่มพันธมิตร Renault-Nissan-Mitsubishi นั่นเอง

ดีไซน์ภายนอก: ปรับลุคใหม่ให้มีกลิ่นอาย Mitsubishi

แม้ว่าในภาพรวม โครงสร้างตัวถังภายนอกจะยังคงทับซ้อนกับ Nissan Leaf อย่างเห็นได้ชัด แต่ทีมออกแบบของ Mitsubishi ก็ได้พยายามสร้างความแตกต่างในรายละเอียดส่วนหน้าและส่วนท้ายเพื่อสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัว ดังนี้:

  • ด้านหน้าตัวรถ: กันชนหน้าได้รับการออกแบบใหม่ มาพร้อมกระจังหน้าเฉพาะตัวและช่องดักลมแนวนอนที่เสริมรายละเอียดตามหลักอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamic) สำหรับไฟหน้า LED แม้จะมีรูปทรงใกล้เคียงกับ Nissan แต่จะไม่มีแถบตกแต่งสีดำเชื่อมต่อระหว่างไฟหน้าทั้งสองฝั่ง ทำให้ดูสะอาดตามากขึ้น
  • เส้นสายด้านข้าง: ยังคงรักษาความสปอร์ตในสไตล์ Crossover Fastback เอาไว้เช่นเดิม แต่เพิ่มความพรีเมียมด้วยตราสัญลักษณ์ EV บริเวณประตูหน้า, คิ้วโครเมียมรอบขอบหน้าต่าง และฝาครอบล้อแบบ Aero ขนาด 18 นิ้ว ลาย 3 ก้าน ซึ่งยกมาจากรุ่น Leaf S+
  • ด้านท้ายตัวรถ: มีการปรับเปลี่ยนแบบมินิมอล ด้วยกันชนท้ายทรงสปอร์ต และฝาท้ายดีไซน์ใหม่ที่ตัดแถบตกแต่งสีดำเงา (Glossy Black) ของ Nissan ออกไป พร้อมกับออกแบบกราฟิกไฟท้าย LED ใหม่ อย่างไรก็ตาม รุ่นนี้จะไม่ได้รับไฟท้ายแบบ “3D holographic LEDs” ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากตระกูล Z ซึ่งเป็นฟีเจอร์เอกสิทธิ์เฉพาะของ Nissan Leaf รุ่นท็อป (Platinum+)

ห้องโดยสารภายใน และเทคโนโลยีที่ต้องลุ้น

ปัจจุบันทาง Mitsubishi ยังไม่มีการเปิดเผยภาพถ่ายภายในห้องโดยสารอย่างเป็นทางการ แต่อ้างอิงจากโครงสร้างร่วม คาดว่าดีไซน์หลักจะไม่หนีจาก Nissan Leaf มากนัก โดยอาจจะมีเพียงการเปลี่ยนโลโก้บนพวงมาลัยเป็นตรา Mitsubishi เท่านั้น

Advertisement Advertisement

เปรียบเทียบฟีเจอร์เด่น: ใน Nissan Leaf เจเนอเรชันใหม่ จะมาพร้อมหน้าจอคู่ขนาดใหญ่ (Dual Screens) เลือกได้ระหว่างขนาด 12.3 นิ้ว หรือ 14.3 นิ้ว ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย แต่สิ่งที่ยังต้องติดตามกันต่อคือ Mitsubishi จะได้รับฟังก์ชันระดับพรีเมียมอย่าง หลังกากระจกปรับแสงอัตโนมัติ (Electrochromic Panoramic Roof) และระบบเสียง Bose Personal Audio ที่มีลำโพงฝังมากับพนักพิงศีรษะหรือไม่

ขุมพลังไฟฟ้า 100% บนสถาปัตยกรรม CMF-EV

ภายใต้เปลือกนอก Mitsubishi Eclipse Sportback EV ขับเคลื่อนด้วยแพลตฟอร์ม CMF-EV Architecture ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะที่พัฒนาร่วมกันในเครือ (ใช้ใน Nissan Leaf และ Nissan Ariya)

แม้จะยังไม่มีการประกาศสเปกอย่างเป็นทางการของทาง Mitsubishi แต่คาดว่าจะใช้ระบบขับเคลื่อนชุดเดียวกับ Nissan Leaf ซึ่งมีตัวเลือกขุมพลังดังนี้:

ความจุแบตเตอรี่ พละกำลัง (มอเตอร์เดี่ยว) ระยะทางวิ่งสูงสุด (มาตรฐาน EPA)
52 kWh 174 แรงม้า (130 kW / 176 PS) ประมาณ 488 กิโลเมตร
75 kWh 214 แรงม้า (160 kW / 218 PS)

ก้าวต่อไปของ Mitsubishi ในตลาดโลก

รายละเอียดทางเทคนิคทั้งหมด รวมถึงราคาจำหน่ายของ Eclipse Sportback EV จะถูกเปิดเผยในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ก่อนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในตลาดอเมริกาเหนือช่วงปลายปีนี้

นอกจากนี้ Mitsubishi ยังส่งสัญญาณการรุกตลาดรถยนต์ยุคใหม่ ด้วยการยืนยันเตรียมเปิดตัว Outlander SUV เวอร์ชัน Off-road สายลุยเต็มรูปแบบ ในช่วงต้นปี 2027 และมีแผนที่จะเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ หรือรุ่นปรับโฉมครั้งใหญ่ (Major Revision) เป็นประจำทุกปีต่อเนื่องไปจนถึงปี 2030 เพื่อทวงคืนความยิ่งใหญ่ในตลาดโลกอย่างยั่งยืน

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้