MITSUBISHI กำลังเปิดตัว NEW XPANDER ใหม่ โมเดลสำหรับอาเซียน คาดปรับปรุง e:MOTION ประหยัดขึ้น

MITSUBISHI กำลังเปิดตัว NEW XPANDER ใหม่ โมเดลสำหรับอาเซียน คาดปรับปรุง e:MOTION ประหยัดขึ้น
Spread the love
Advertisement Advertisement

สร้างความสั่นสะเทือนให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ในภูมิภาคอาเซียนอีกครั้ง เมื่อ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (Mitsubishi Motors) ได้เปิดเผยแผนกลยุทธ์และวิสัยทัศน์ระยะกลาง-ระยะยาว (Mid-Long Term Vision) ฉบับล่าสุด ซึ่งหนึ่งในไฮไลต์ที่บิ๊กบราเธอร์แห่งวงการยานยนต์และผู้บริโภคให้ความสนใจมากที่สุด คือโครงร่างโมเดลภายใต้ผ้าคลุมดำที่ระบุชื่ออย่างชัดเจนว่า “New XPANDER” รถยนต์อเนกประสงค์ยอดนิยมที่จะกลับมาพลิกโฉมตลาดในอนาคตอันใกล้นี้

ถอดรหัสผ้าคลุมดำ “New XPANDER” จากแผน Mid-Long Term Vision

จากเอกสารนำเสนออย่างเป็นทางการของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ภายใต้กลยุทธ์กลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับภูมิภาคอาเซียน (ASEAN Product Group) ได้แสดงให้เห็นโครงร่างของ New XPANDER ที่กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา โดยถูกจัดวางเป็นหนึ่งในหมากตัวสำคัญร่วมกับรถยนต์รุ่นใหม่ทั้งหมด 13 รุ่น ที่มีกำหนดการทยอยเปิดตัวตั้งแต่ปีงบประมาณ 2026 ไปจนถึงปี 2031

ข้อมูลน่าสนใจ: ในแผนผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้ง 13 รุ่นนี้ มิตซูบิชิระบุว่าจะประกอบไปด้วยรถยนต์ระบบไฮบริด (HEV) จำนวน 5 รุ่น และรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) อีกจำนวน 5 รุ่น ซึ่งแน่นอนว่า New XPANDER จะเป็นหนึ่งในหัวหมู่ทะลวงฟันหลักของกลุ่มรถยนต์ขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้าในอาเซียน

วิเคราะห์ไทม์ไลน์ คาดการณ์เปิดตัว All-New ช่วงปี 2026–2027

แม้ว่าในทางภาพกลยุทธ์จะยังไม่มีการระบุปีที่เปิดตัวเจาะจงลงมาในสไลด์ แต่เมื่อเราคำนวณจากวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ (Product Life Cycle) ควบคู่กับสถานการณ์ในตลาดปัจจุบัน สามารถวิเคราะห์แนวโน้มได้ดังนี้:

  • โมเดลปัจจุบัน (Current Model) ปัจจุบัน มิตซูบิชิ ได้ส่ง Xpander HEV และ Xpander Cross HEV เข้ามาทำตลาดอย่างแข็งแกร่งเพื่อกระตุ้นยอดขายในช่วงปลายโมเดล
  • วงจรชีวิตรถยนต์ 7 ที่นั่ง Xpander เจนเนอเรชั่นแรกเปิดตัวตั้งแต่ปี 2017 ซึ่งลากอายุการทำตลาดมาอย่างยาวนานและคุ้มค่า
  • คาดการณ์ช่วงเวลาเปิดตัว มีความเป็นไปได้สูงมากที่ All-New MITSUBISHI XPANDER เจนเนอเรชั่นถัดไป จะเผยโฉมอย่างเป็นทางการอย่างไวที่สุดในช่วงปลายปี 2026 หรือไม่เกินปี 2027 เพื่อรักษากระแสความเป็นผู้นำ และตอกย้ำบัลลังก์ในเซกเมนต์ Mini MPV

ทิศทางการพัฒนา สานต่อ DNA และยกระดับขีดความสามารถ e:MOTION

อ้างอิงข้อมูลจากหน้าสไลด์ประกอบแผนงานธุรกิจ MITSUBISHI MOTORS ทางมิตซูบิชิระบุชัดเจนถึงแนวทางการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ยุคใหม่ที่จะมุ่งเน้นไปที่ 2 จุดแข็งหลัก:

1. Mitsubishi Motors-ness & DNA

เน้นย้ำเทคโนโลยีความปลอดภัยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Eco-friendly × Safety Technology) ผสานเข้ากับดีเอ็นเอความทนทาน ลุยได้ในแบบออฟโรด และการออกแบบจัดวางห้องโดยสารสำหรับผู้โดยสารหลายที่นั่ง (Multi-passenger packaging) ซึ่งตอบโจทย์ความเป็นรถครอบครัวของ XPANDER โดยตรง

2. การต่อยอดเทคโนโลยี MITSUBISHI e:MOTION

ในโมเดลปัจจุบัน มิตซูบิชิได้ชูจุดเด่นด้วยระบบ MITSUBISHI e:MOTION ซึ่งเป็นการผสาน 3 เทคโนโลยีอัจฉริยะเข้าด้วยกัน ได้แก่:

ระบบขับเคลื่อนและควบคุม รายละเอียดการทำงานในปัจจุบัน
Mitsubishi HEV System ขุมพลังฟูลไฮบริด มอเตอร์ไฟฟ้าตอบสนองทันใจ ประหยัดน้ำมันเยี่ยม
7 DRIVE MODE โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ (เช่น Wet, Gravel, Tarmac, Mud) พร้อมลุยทุกสภาพถนน
Active Yaw Control (AYC) ระบบควบคุมการเลี้ยวอัจฉริยะ ช่วยให้เข้าโค้งได้อย่างแม่นยำและปลอดภัย

สำหรับ New XPANDER เจนเนอเรชั่นใหม่ (2026–2027) คาดว่าจะได้รับอานิสงส์จากการนำระบบ e:MOTION นี้ไปปรับปรุงใหม่ให้ทำงานร่วมกับแบตเตอรี่และมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น มอบอัตราเร่งที่ดีขึ้น และอัตราการประหยัดน้ำมันที่เหนือชั้นกว่าเดิม

ตลาดรถครอบครัวอาเซียนเตรียมเดือด

การส่งสัญญาณอย่างเป็นทางการผ่านแผน “Mid-Long Term Vision” ยืนยันแล้วว่า New MITSUBISHI XPANDER คือไพ่ตายใบสำคัญที่มิตซูบิชิจะใช้รักษาพื้นที่ฐานที่มั่นในอาเซียน สำหรับใครที่กำลังมองหารถยนต์อเนกประสงค์ 7 ที่นั่งขนาดเล็ก ที่เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีไฮบริดและการขับขี่ที่สนุกสนาน อดใจรอการอัปเดตไทม์ไลน์และรายละเอียดอย่างเป็นทางการในช่วงปี 2026–2027 นี้ได้เลยครับ!

Advertisement Advertisement

คาร์เซกเมนต์ Mini MPV 7 ที่นั่งในประเทศไทยคงไม่มีใครไม่รู้จัก Mitsubishi Xpander (มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์) รถยนต์ที่เข้ามาเปลี่ยนเกมและครองแชมป์ยอดขายอันดับ 1 ในหมวดนี้มาอย่างยาวนาน นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในไทยเมื่อปี 2018 จนถึงโฉมล่าสุด (Model Year 2026)

เส้นทางการปรับปรุงและวิวัฒนาการของ Mitsubishi Xpander ในประเทศไทย มีรายละเอียดดังนี้

Timeline ประวัติการปรับปรุงวิวัฒนาการในไทย

ยุคเริ่มต้นบุกเบิก (สิงหาคม 2018)

เปิดตัวครั้งแรกในไทยด้วยฐานะรถนำเข้าสำเร็จรูป (CBU) จากอินโดนีเซีย ชูจุดเด่นดีไซน์ด้านหน้าแบบ Advanced Dynamic Shield ที่ฉีกภาพจำรถครอบครัวทรงกล่องแบบเดิมๆ

  • ขุมพลัง เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร รหัส 4A91 พลัง 105 แรงม้า จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ (4A/T)
  • รุ่นย่อย มีให้เลือก 2 รุ่น คือ GLS-LTD และ GT (ตัวท็อปเบาะหนัง จอสัมผัส)

เสริมทัพสายลุย Xpander Cross & Minorchange รอบแรก (2020 – 2021)

  • มีนาคม 2020 (เปิดตัว Xpander Cross) ยกสูงเพิ่มระยะต่ำสุดจากพื้น (Ground Clearance) เป็น 225 มิลลิเมตร ตกแต่งรอบคันสไตล์ SUV ดุดัน ล้ออัลลอยขยายเป็น 17 นิ้ว
  • สิงหาคม 2020 (Xpander ปรับอุปกรณ์) มีการปรับหน้าตาเล็กน้อย เปลี่ยนเสาอากาศเป็นแบบครีบฉลาม และเปลี่ยนล้อลายใหม่ขนาด 16 นิ้ว ทูโทน
  • พฤศจิกายน 2021 (Xpander Special Edition) รุ่นพิเศษฉลอง 60 ปี มิตซูบิชิ ประเทศไทย เพิ่มที่ชาร์จไร้สาย (Wireless Charger), หน้าจอกลางขนาด 9 นิ้ว และชุดแต่งสีดำรอบคัน

Big Minorchange เปลี่ยนเกียร์เป็น CVT (มีนาคม 2022)

การปรับโฉมครั้งใหญ่ที่ยกระดับทั้งดีไซน์ สมรรถนะ และความนุ่มนวล

  • ดีไซน์ภายนอก: เปลี่ยนไฟหน้าเป็นดีไซน์รูปตัว T (T-Shape LED) ไฟท้ายแบบใหม่ กันชนหน้า-หลังปรับให้ดูหรูหราทันสมัยยิ่งขึ้น
  • ระบบส่งกำลัง: ยกเลิกเกียร์อัตโนมัติ 4AT เดิม เปลี่ยนมาใช้เกียร์อัตโนมัติ Eco Dynamic CVT ช่วยให้อัตราเร่งนุ่มนวลชดเชยรอบเครื่องยนต์ได้ดีขึ้น และประหยัดน้ำมันกว่าเดิม
  • ภายในและออปชัน: เปลี่ยนคอนโซลหน้าดีไซน์ใหม่เป็นแนวราบ (Horizontal Axis) เพิ่มระบบเบรกมือไฟฟ้า (EPB) พร้อม Auto Brake Hold

ยุคแห่งความประหยัด พลิกโฉมสู่ “Full Hybrid” ครั้งแรกของโลก (กุมภาพันธ์ 2024)

มิตซูบิชิเลือกประเทศไทยเป็นที่แรกในโลกในการเปิดตัว Xpander HEV และ Xpander Cross HEV ขับเคลื่อนด้วยระบบฟูลไฮบริดเต็มรูปแบบ พร้อมย้ายฐานการผลิตมาประกอบในประเทศไทย ณ โรงงานแหลมฉบัง

  • ขุมพลังใหม่: เครื่องยนต์เบนซิน Atkinson Cycle ขนาด 1.6 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุด 116 แรงม้า แรงบิด 255 นิวตันเมตร พ่วงแบตเตอรี่ Lithium-ion 1.1 kWh
  • เทคโนโลยีเด่น: ใส่ระบบควบคุมการขับเคลื่อนอันเป็นเอกลักษณ์ Mitsubishi e:MOTION มีโหมดการขับขี่ให้เลือก 7 โหมด และติดตั้งระบบควบคุมเสถียรภาพขณะเข้าโค้ง AYC (Active Yaw Control) ที่หยิบยืมเทคโนโลยีมาจากรถแรลลี่ระดับตำนาน

ล่าสุดปรับโฉม Minorchange และอัปเกรดความปลอดภัยสูงสุด (เปิดตัวปลายปี 2025 เข้าสู่ปี 2026)

มิตซูบิชิ ประเทศไทย ได้ทำการอัปเกรดครั้งล่าสุดให้กับทั้ง New Xpander HEV และ Xpander Cross HEV (Model Year 2026) เพื่อเพิ่มความพรีเมียมและอุดรอยรั่วเรื่องระบบความปลอดภัยที่ผู้บริโภคเรียกร้องมานาน

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงและอัปเกรดเพิ่มเข้ามาในรุ่นล่าสุด

  • ดีไซน์ภายนอกใหม่ ปรับกระจังหน้า Dynamic Shield ดีไซน์ใหม่ ชุดโคมไฟหน้ารมดำ (Smoke Chrome) เพิ่มความสปอร์ต กันชนหน้าและหลังดีไซน์ใหม่ พร้อมล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ลายใหม่ 10 ก้าน

  • ระบบความปลอดภัย Diamond Sense คลื่นความถี่ 360 องศา

    • เพิ่มถุงลมนิรภัยรอบคันเป็น 6 ตำแหน่ง (คู่หน้า, ด้านข้าง, และม่านถุงลมนิรภัย) จากเดิมที่มีเพียง 2 ตำแหน่งคู่หน้า
    • ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (FCM)
    • ระบบสัญญาณเตือนจุดอับสายตา พร้อมระบบเตือนขณะเปลี่ยนเลน (BSW with LCA)
    • ระบบเตือนด้านหลังขณะถอยออกจากช่องจอด (RCTA)
    • ระบบเตือนการออกนอกเลน (LDW)
    • กล้องมองภาพรอบคัน (Multi Around Monitor – 360 องศา)
  • ภายในห้องโดยสาร

    • หน้าจอกลางระบบสัมผัสขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 10 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย (Wireless)
    • ปรับโทนสีภายในใหม่ โดยในรุ่น Xpander Cross ใช้โทนสีทูโทน น้ำตาล-ดำ พร้อมเบาะนั่งหุ้มหนังที่มีคุณสมบัติสะท้อนความร้อน (Heat Guard) พร้อมเพิ่มพนักพิงศีรษะตรงกลางสำหรับผู้โดยสารแถวที่ 2
Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้