เปิดตัวญี่ปุ่น 14 พฤษภาคม คาดไม่เกิน 9 แสนบาท Toyota Land Cruiser FJ รุ่น VX เบนซิน 2.7 4WD




Toyota Land Cruiser “FJ” ต้นแบบใหม่ คอมแพ็กต์ออฟโรดดีไซน์ย้อนยุค พร้อมลุย เปิดตัวไทย 21 มีนาคม 2026 ส่วนประเทศญี่ปุ่น สื่อใหญ่อย่าง bestcarweb ระบุเปิดตัว 14 พฤษภาคมนี้
ตามที่ได้รายงานไปก่อนหน้านี้ รถยนต์ Land Cruiser FJ จะเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของซีรี่ส์ Land Cruiser โดย Land Cruiser FJ ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในโลกเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2025 จะได้รับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศญี่ปุ่นในที่สุด
แตกต่างจาก Land Cruiser 300 และ 250, Land Cruiser FJ เป็นรุ่นที่ใช้โครงสร้างเฟรมแบบบันไดของซีรี่ส์ IMV ระยะฐานล้ออยู่ที่ 2580 มม. สั้นกว่ารุ่นพี่บนแพลตฟอร์ม GA-F ถึง 270 มม. ซึ่งเป็นจุดสำคัญมาก
ระบบช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบปีกนกคู่ ส่วนด้านหลังเป็นเพลาแข็งพร้อมสปริงขด และทั้งสองส่วนของแชสซีมีความแข็งแรงทนทาน สามารถขับขี่บนเส้นทางออฟโรดได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้เป็นรถที่คู่ควรกับชื่อแลนด์ครุยเซอร์
ความยาวตัวถังโดยรวมอยู่ที่ 4575 มม. สั้นกว่า Land Cruiser 250 ถึง 350 มม. นอกจากนี้ ความกว้างโดยรวมอยู่ที่ 1855 มม. ทำให้มีขนาดกะทัดรัดมาก คุณจะสัมผัสได้ถึงความคล่องตัวในการขับขี่ไม่เพียงแต่ในเมืองเท่านั้น แต่ยังรวมถึงบนถนนในป่าอีกด้วย
เครื่องยนต์ที่มีให้เลือกเพียงอย่างเดียวคือเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบเรียงขนาด 2.7 ลิตร (แบบ 2TR-FE) และดูเหมือนว่าจะไม่มีตัวเลือกเครื่องยนต์ดีเซล ระบบส่งกำลังเป็นเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด และระบบขับเคลื่อนเป็นแบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบพาร์ทไทม์ แน่นอนว่ายังมีเกียร์เสริมและโหมด 4 ลิตรให้เลือกอีกด้วย
เราได้รับข้อมูลว่าวันวางจำหน่ายของ Land Cruiser FJ ที่หลายคนรอคอยได้รับการยืนยันแล้ว คือวันที่ 14 พฤษภาคม 2026
จากการสัมภาษณ์ตัวแทนจำหน่าย ดูเหมือนว่าการเตรียมการสำหรับการขาย Land Cruiser FJ ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว จำนวนรถที่จะจัดสรรให้แต่ละร้านยังไม่ชัดเจน และพวกเขายังไม่พร้อมที่จะรับคำสั่งซื้อ แต่ตัวแทนจำหน่ายส่วนใหญ่มีแผนจะขายรถโดยวิธีการจับฉลาก
รายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการขายแบบลอตเตอรี่ที่แท้จริงน่าจะประกาศในช่วงต้นเดือนเมษายน ดังนั้นผู้ที่หวังจะซื้อ Land Cruiser FJ ควรเริ่มติดต่อกับตัวแทนจำหน่ายอย่างใกล้ชิดตั้งแต่ตอนนี้
โดยทั่วไปแล้ว ระยะเวลาในการจัดส่งน่าจะอยู่ที่ประมาณ 1 ปีถึง 1 ปีครึ่ง
ส่วนเรื่องราคานั้น ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าจะอยู่ในช่วงประมาณ 4 ล้านเยน หวังว่าราคาจะอยู่ในช่วง 4.3 ล้านถึง 4.5 ล้านเยน หรือ 861,000 – 900,000 บาท โดยประมาณ ซึ่งจะทำให้กลุ่มผู้ซื้อสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น รวมถึงขนาดของตัวเครื่องด้วย
เช่นเดียวกับรุ่น 300, 250 และ 70 รถ Land Cruiser FJ จะต้องมีการแข่งขันที่ดุเดือดอย่างแน่นอน ใครจะเป็นผู้โชคดีที่ได้เป็นเจ้าของ? เราจะแจ้งให้คุณทราบทันทีที่เรามีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับราคาขายและรายละเอียดอื่นๆ
แนวคิดหลักของ Land Cruiser FJ “Freedom & Joy” เสรีภาพในการลุย และความสุขในการเป็นเจ้าของ
หัวใจสำคัญของโปรเจ็กต์นี้ คือคีย์เวิร์ดสองคำของ Toyota: “Freedom & Joy”
- Freedom – อิสระในการใช้รถทั้งในชีวิตประจำวันและกิจกรรมกลางแจ้ง ไม่ว่าจะเป็นการขับในเมือง แคมป์ปิง ลุยโคลน หรือลากอุปกรณ์เล็ก ๆ สำหรับงานอดิเรก
- Joy – ความสุขของคนใช้รถที่ “สนุกกับการครอบครอง” ไม่ใช่แค่การขับจากจุด A ไปจุด B แต่รวมถึงการตกแต่งรถ การดูรถของตัวเองในทุกมุม และการออกทริปกับคนที่เรารัก
Land Cruiser FJ จึงถูกวางบทบาทให้เป็น “แลนด์ครูเซอร์ที่เข้าถึงง่ายขึ้น” ทั้งขนาดตัวรถ ราคา (ในอนาคต) และบุคลิกการขับ โดยยังรักษาดีเอ็นเอความทนทานและความเป็นออฟโรดแท้ในแบบ Land Cruiser ไว้อย่างครบถ้วน
การออกแบบภายนอก กล่องเล็กที่ดุดัน แต่ดูเป็นมิตร
สัดส่วนตัวถังแบบ Dice Motif + เส้นสาย Simple & Robust
ภายนอกของ Land Cruiser FJ ถูกออกแบบตามแนวคิด “Simple & Robust” คือเรียบง่ายแต่แข็งแรง เน้นให้ “ใช้จริงได้” มากกว่าความหวือหวา
- ตัวถังทรงกล่อง (Boxy Shape) ทำให้มองมิติตัวรถง่ายเวลาเลี้ยวหรือปีนไต่
- มุมตัวถังแบบ Chamfered หรือมุมปาด ช่วยลดการรับแรงกระแทกโดยตรง เพิ่มความทนทานในระยะยาว
- หลังคาทรงเหลี่ยม และเสา A–B ที่แทบตั้งตรง ให้ฟีลคลาสสิกแบบ Land Cruiser รุ่นเก่า
กันชนแยกชิ้น ถอดเปลี่ยนง่าย ถูกใจสายลุย สายตกแต่ง
อีกจุดสำคัญที่สะท้อนแนวคิด “ซ่อมง่าย ใช้งานจริง” คือ กันชนหน้า–หลังแบบแยกชิ้น สามารถถอดเปลี่ยนเฉพาะส่วนที่เสียหายได้ ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทั้งชุด ช่วยลดต้นทุนการซ่อมโดยตรง
- รองรับการเปลี่ยนเป็นกันชนเหล็กลุยหนัก
- หรือชุดกันชนสไตล์ Overland / Adventure
- เหมาะกับคนที่ตั้งใจนำไปลุยจริง หรือเตรียมติดตั้งวินช์ จุดห่วงลาก และแผ่นกันกระแทกใต้ท้องรถ
ไฟหน้าทรงกลม Round Headlamp ออปชันที่พาเรากลับไปหายุค FJ40
จุดที่แฟนคลับ Land Cruiser พูดถึงกันมากคือ ไฟหน้าทรงกลม (Round-type Headlamp) ซึ่งถูกทำให้เป็น ออปชันเสริม เผื่อไว้สำหรับคนที่อยากได้ฟีลย้อนยุค กลิ่นอายแบบ FJ40 รุ่นดั้งเดิม
การทำให้ไฟหน้ากลมเป็นอุปกรณ์เสริม ยังช่วยเปิดทางให้ Toyota สามารถออกแบบหน้าแบบอื่นในอนาคต เช่น รุ่นพิเศษ รุ่นแต่งจากโรงงาน หรือรุ่นสำหรับตลาดบางประเทศโดยเฉพาะ
MOLLE Panel จากยุทธภัณฑ์สู่อุปกรณ์แต่งรถสายแคมป์
บนตัวถังด้านข้างและประตูท้าย ถูกติดตั้ง MOLLE Panel ซึ่งเดิมทีเป็นระบบคล้องอุปกรณ์ทางทหาร แต่ถูกนำมาดัดแปลงใช้กับรถแคมป์/ออฟโรดสมัยใหม่
- แขวนถังน้ำ ถุงเก็บอุปกรณ์ หรือกล่องเก็บของ
- ติดตั้งอุปกรณ์เสริมเช่น ขวาน พายทราย หรือชุดซ่อมฉุกเฉิน
- สร้างคาแรกเตอร์ให้รถดู “พร้อมออกภารกิจ” อยู่ตลอดเวลา
ห้องโดยสาร เรียบ ตรงไปตรงมา ใช้งานได้จริงแบบ Land Cruiser
คอนโซลแนวนอน เห็นเส้นทางชัดเวลาไต่เนิน
ภายในของ Land Cruiser FJ ถูกออกแบบให้ “ใช้งานได้จริง” เป็นหลัก โดยเฉพาะการขับทางวิบาก
- แผงคอนโซลแนวนอน ช่วยให้ผู้ขับมองความเอียงของตัวรถได้ง่าย
- ฝากระโปรงหน้าเตี้ย + เสากระจกหน้า Low Cowl เพิ่มทัศนวิสัยขณะปีนเนินหรือหักหลบสิ่งกีดขวาง
ปุ่มควบคุมใหญ่ ใช้ได้แม้ใส่ถุงมือ
เพราะถูกออกแบบให้รองรับการใช้งานกลางแจ้ง ปุ่มควบคุมต่าง ๆ จึงถูกวางไว้ในตำแหน่งที่ “มองง่าย เอื้อมง่าย”
- สวิตช์โหมดขับเคลื่อน 4WD อยู่ใกล้มือคนขับ
- ปุ่มปรับระบบช่วยลงทางชัน / ควบคุมการยึดเกาะถูกจัดกลุ่มไว้ด้วยกัน
- ขนาดปุ่มใหญ่พอให้ใช้งานได้แม้ใส่ถุงมือ
วัสดุภายในเน้นทนทาน ทำความสะอาดง่าย
เบาะและวัสดุทั้งหมดเลือกใช้เกรดที่เน้นความทนทานและการดูแลรักษาง่าย รองรับการใช้งานแบบ “ขึ้น–ลงรถด้วยรองเท้าเปื้อนโคลน” และการเก็บสัมภาระกลางแจ้งที่อาจเปียกหรือเลอะฝุ่นได้เสมอ
ความปลอดภัย Toyota Safety Sense รุ่นล่าสุด
แม้จะเป็นคอมแพ็กต์ออฟโรดสายลุย แต่ Toyota ก็ใส่ระบบความปลอดภัยเต็มที่ ได้แก่
- ระบบช่วยเบรกฉุกเฉิน (Pre-collision System)
- ระบบเตือนออกนอกเลนและช่วยดึงรถกลับ (LDA/LKA)
- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control)
- ระบบช่วยออกตัวบนทางชัน (Hill-start Assist)
สเปกพื้นฐาน Land Cruiser FJ (Prototype)
| รายการ | ข้อมูลเบื้องต้น (Prototype) |
|---|---|
| เครื่องยนต์ | เบนซิน 2.7 ลิตร 4 สูบ รหัส 2TR-FE |
| กำลังสูงสุด | 120 kW (163 PS) |
| แรงบิดสูงสุด | 246 นิวตันเมตร |
| ระบบเกียร์ | อัตโนมัติ 6 สปีด Super ECT |
| ระบบขับเคลื่อน | Part-time 4WD |
| ความยาวตัวถัง | 4,575 มม. |
| ความกว้าง | 1,855 มม. |
| ความสูง | 1,960 มม. |
| ฐานล้อ | 2,580 มม. |
| ที่นั่ง | 5 ที่นั่ง |
| น้ำหนักรถโดยประมาณ | 2,040 กิโลกรัม |
| รัศมีวงเลี้ยวต่ำสุด | 5.5 เมตร |
ความคล่องตัวในเมือง + ความลุยแบบ Land Cruiser
แม้จะเป็นรถออฟโรดแท้ ๆ แต่ Land Cruiser FJ ก็ถูกออกแบบให้ใช้งานในเมืองได้สบายขึ้น
- ฐานล้อสั้นกว่า Land Cruiser 250 ถึง 270 มม. → เลี้ยวง่าย เข้า–ออกซอยแคบหรือที่จอดรถได้คล่องกว่า
- รัศมีวงเลี้ยวเพียง 5.5 เมตร ใกล้เคียงรถ SUV ขนาดเล็กหลายรุ่น
- ระบบช่วงล่างให้ระยะยืด–ยุบล้อ (Wheel Articulation) สูงระดับ Land Cruiser 70 Series
สรุปคือ FJ ถูกจูนมาให้ “ขับไปทำงานวันธรรมดาได้ ไม่อึดอัด” แต่พอถึงวันหยุดก็สามารถพาออกทริปขับบนทางลูกรัง ทางโขดหิน หรือขึ้นเขาแบบจริงจังได้โดยไม่ต้องกลัวช้ำง่ายเหมือน SUV ทั่วไป
แนวคิดการตกแต่ง แต่งได้ตั้งแต่ลุยโหด ยันน่ารักย้อนยุค
Toyota วางจุดขายให้ Land Cruiser FJ เป็นแพลตฟอร์มสำหรับคนชอบแต่งรถโดยเฉพาะ
- รองรับ ชุดยกสูง / ชุดช่วงล่างออฟโรด จากสำนักแต่ง
- สามารถติดตั้ง แร็คหลังคา เต็นท์นอนบนหลังคา และกล่องเก็บสัมภาระ
- ตกแต่งแนวย้อนยุคด้วยไฟหน้ากลม ล้อเหล็กสีครีม หรือยางแก้มหนา
- แต่งแนว Overland ด้วย MOLLE Panel เต็มทุกด้าน และอุปกรณ์แคมป์ครบเซ็ต
Toyota เองก็เตรียมชุดแต่งแท้ และ อุปกรณ์เฉพาะแต่ละภูมิภาค เช่น ญี่ปุ่น ยุโรป ออสเตรเลีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพถนนและสไตล์การใช้งานของลูกค้าในแต่ละพื้นที่
Land Hopper เพื่อนร่วมทางไฟฟ้า พับเก็บท้ายรถได้
อีกหนึ่งไอเทมที่ Toyota นำมาโชว์ร่วมกับ Land Cruiser FJ คือ “Land Hopper” ยานพาหนะไฟฟ้าส่วนบุคคลแบบพับได้
- ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า เหมาะสำหรับระยะทางสั้น ๆ
- พับเก็บได้ ใส่ท้ายรถหรือผูกยึดกับตัวรถ
- เหมาะสำหรับใช้ในแคมป์ ไซต์งาน หรือพื้นที่ท่องเที่ยวที่รถยนต์เข้าไม่สะดวก
จุดนี้สะท้อนแนวคิดของ Toyota ที่มองการเดินทางเป็น “ระบบนิเวศ” ไม่ใช่แค่รถคันเดียว แต่รวมถึงพาหนะเสริมที่ช่วยต่อเชื่อมการเดินทางในสถานการณ์ต่าง ๆ
ดีเซลจะมีไหม? สายลุยทั่วโลกกำลังส่งเสียง
เบื้องต้น มีแค่เบนซิน 2.7 ลิตร 2TR-FE
ในสเปกระดับ Prototype ที่เผยในงาน เปิดตัวมาด้วยเครื่องยนต์เดียวคือ เบนซิน 2.7 ลิตร 2TR-FE ซึ่งเป็นขุมพลังที่เราเห็นกันอยู่แล้วในหลายตลาดของ Toyota โดยเฉพาะในรถกระบะและ SUV บางรุ่น
เสียงวิจารณ์ “ทำไมไม่มีดีเซล?”
บนโลกออนไลน์ และในงาน Japan Mobility Show 2025 เอง มีเสียงสะท้อนจำนวนมากจากผู้ใช้ โดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่ในประเทศนิยมดีเซล เช่น ออสเตรเลีย ตะวันออกกลาง รวมถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ตั้งคำถามว่า
- ทำไม Land Cruiser FJ ถึงไม่มี เครื่องดีเซล ทั้งที่เป็นรถออฟโรดลุยจริง?
- ถ้ามีดีเซล 2.8 ลิตร 1GD-FTV จะน่าสนใจขึ้นมาก โดยเฉพาะการลากของและการขับระยะไกล
คำตอบจากเจ้าหน้าที่ Toyota “เราได้ยินเสียงนั้นแล้ว และกำลังพิจารณาอยู่”
ตามข้อมูลที่สื่อยานยนต์ญี่ปุ่นรายงาน เจ้าหน้าที่ประจำบูธ Toyota ยอมรับว่า
- ฟีดแบ็กเรื่องรุ่นดีเซลถูกส่งไปยังทีมพัฒนาแล้ว
- ภายในบริษัทเองก็กำลังมองโอกาสในการเพิ่มขุมพลังให้ตอบโจทย์หลายภูมิภาคมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ต้องพิจารณาไม่ใช่แค่ดีมานด์จากลูกค้า แต่ยังรวมถึง
- กำลังการผลิตเครื่องยนต์ 1GD-FTV ที่ถูกใช้ในหลายรุ่นอยู่แล้ว
- ข้อกำหนดมลพิษในแต่ละประเทศ
- ตำแหน่งทางการตลาดของ Land Cruiser รุ่นอื่น ๆ ที่ใช้เครื่องดีเซลเหมือนกัน
สรุป ทำไม Land Cruiser FJ จึงน่าจับตามอง?
- คืนชีพชื่อ “FJ” ในแบบที่เข้าถึงง่ายขึ้น
- ดีไซน์ทรงกล่องย้อนยุค แต่ฟังก์ชันคิดแบบออฟโรดสมัยใหม่
- ขนาดตัวถังและรัศมีวงเลี้ยวที่เป็นมิตรกับการใช้งานในเมือง
- โครงสร้างรองรับการแต่งออฟโรดและแคมป์ปิงเต็มรูปแบบ
- ยังคงมาตรฐานความทนทานและความสามารถลุยระดับ Land Cruiser
- มีโอกาสพัฒนาเครื่องยนต์ทางเลือกในอนาคต ทั้งดีเซลและอาจรวมถึงระบบไฟฟ้า
Land Cruiser FJ จึงไม่ใช่แค่รถต้นแบบคันหนึ่งในงานโชว์ แต่คือสัญลักษณ์ของการที่ Toyota พยายามพาแบรนด์ Land Cruiser กลับไปสู่ “จิตวิญญาณแห่งการผจญภัย” ในยุคที่คนรุ่นใหม่อยากออกไปเจอโลกกว้าง แต่ยังต้องใช้รถคันเดียวกันในการใช้ชีวิตทุกวัน



สื่อฟิลิปปินส์รายงาน TOYOTA Land Cruiser FJ ใหม่ มีแนวโน้มใช้ดีเซล 2.8
รวมภาพคันจริง! ก่อนขายไทยมีนาคมนี้ TOYOTA Land Cruiser FJ เบนซิน 2.7 4WD ผลิตไทย คาดล้านต้นๆ

