20 แบรนด์รถยนต์ขายดีสุดในออสเตรเลีย พฤษภาคม 2026 TOYOTA ยังอันดับ 1 อันดับ 2 คือ BYD

20 แบรนด์รถยนต์ขายดีสุดในออสเตรเลีย พฤษภาคม 2026 TOYOTA ยังอันดับ 1 อันดับ 2 คือ BYD
Spread the love
Advertisement Advertisement

ตลาดรถยนต์ใหม่ของออสเตรเลียในเดือนพฤษภาคม 2026 เผชิญกับภาวะชะลอตัวเล็กน้อย แต่กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ยังคงเป็นฮีโร่สำคัญที่ช่วยพยุงตลาดไม่ให้ดิ่งลงไปมากกว่านี้

จากข้อมูลล่าสุดของสมาคมหอการค้าอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งออสเตรเลีย (FCAI) และสภาสัญญายานยนต์ไฟฟ้า (EVC) ระบุว่า ยอดส่งมอบรถยนต์ใหม่ทั้งหมดในเดือนพฤษภาคม 2026 อยู่ที่ 106,887 คัน ลดลง 2.3% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว (May 2025)

เจาะลึกตลาด EV และ Hybrid ยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านพลังงาน

แม้ภาพรวมตลาดจะลดลง แต่กลุ่มรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานทางเลือกกลับเติบโตอย่างน่าทึ่ง โดยมีตัวเลขที่น่าสนใจดังนี้:

  • รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV): ยอดขายพุ่งสูงถึง 21,303 คัน เติบโตขึ้น 111.6% แบบปีต่อปี (YoY) และสร้างสถิติครองส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง 19.9%
  • รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV): เติบโตก้าวกระโดดที่สุดถึง 202.3% YoY ด้วยยอดขาย 9,315 คัน (แม้จะโตจากฐานตัวเลขที่ต่ำกว่ากลุ่มอื่น)
  • รถยนต์ไฮบริดทั่วไป (HEV): ยังคงรักษายอดขายที่สูงกว่า PHEV โดยมียอดส่งมอบ 19,024 คัน เติบโตขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไปที่ 11.3%

ข้อมูลสำคัญ: เมื่อนำยอดขายของรถยนต์ EV, PHEV และ Hybrids มารวมกัน จะพบว่ารถยนต์กลุ่มนี้ครองส่วนแบ่งสูงถึง 46.4% ของยอดส่งมอบรถยนต์ใหม่ทั้งหมดในออสเตรเลียแล้ว

Tony Weber ประธานบริหารของ FCAI กล่าวในแถลงการณ์ว่า “หลักฐานเหล่านี้ชี้ให้เห็นชัดเจนว่า มาตรฐานยานพาหนะประสิทธิภาพใหม่ (NVES) กำลังกระตุ้นให้ผู้ผลิตส่งรถยนต์ที่ปล่อยมลพิษต่ำเข้ามายังออสเตรเลียมากขึ้น ซึ่งช่วยเพิ่มทั้งตัวเลือกให้ผู้บริโภคและการเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ ๆ ความเสถียรด้านกฎระเบียบและการเติบโตของโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จสาธารณะ ถือเป็นสิ่งสำคัญยิ่งในการรักษาความเชื่อมั่นของนักลงทุนและผู้บริโภค ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความไม่แน่นอน”


วิเคราะห์สถานการณ์รายแบรนด์: แบรนด์จีนและ EV รุกหนัก เจ้าตลาดเดิมเริ่มสั่นคลอน

1. Toyota ยังครองแชมป์ แต่ตัวเลขร่วงน่าใจหาย

แม้ Toyota จะยังคงรักษาอันดับ 1 ไว้ได้ด้วยยอดขาย 16,342 คัน แต่ยอดขายกลับลดลงถึง 30.7% YoY แม้ว่าเดือนนี้จะเป็นเดือนแรกที่มีการวางจำหน่ายรถกระบะ New-Generation HiLux ครบทุกรุ่น (รวมถึงรุ่นพลังงานไฟฟ้าและรุ่น Extra-cab) แต่ยอดรวมของ HiLux ก็ยังลดลง 19.1% YoY นอกจากนี้ รถรุ่นยอดนิยมอย่าง Prado ดิ่งลง 63.9% (เหลือ 987 คัน) และ Kluger ร่วง 70.7% (เหลือ 400 คัน) เนื่องจากปัญหาด้านการผลิตและการขนส่ง

2. BYD และ Tesla ทะยานขึ้นแท่นผู้นำ

ในทางกลับกัน BYD ก้าวขึ้นมาเป็นแบรนด์ที่มียอดขายสูงสุดอันดับ 2 ของออสเตรเลียติดต่อกันเป็นเดือนที่สอง โดยยอดขายพุ่งขึ้น 154.6% YoY ได้อานิสงส์จากรถรุ่นใหม่อย่าง Sealion 7 ที่เติบโตถึง 215.2% (1,538 คัน) และ Atto 1 ที่กลายเป็นรถยนต์ขนาดเล็ก (Light Car) ที่ขายดีที่สุดในออสเตรเลีย

ด้าน Tesla ทะยานขึ้นมาอยู่อันดับที่ 6 ซึ่งเป็นอันดับที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของแบรนด์ในตลาดนี้ (เทียบเท่าสถิติเดิมเมื่อเดือนมิถุนายน 2023) โดยมี Tesla Model Y สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการเป็นรถยนต์ไฟฟ้า (EV) รุ่นแรกที่สามารถคว้าตำแหน่ง “รถยนต์ที่ขายดีที่สุดอันดับ 1 ของออสเตรเลีย” ในรายเดือนได้สำเร็จ

3. แบรนด์อื่น ๆ ในตลาด

  • Ford: ครองอันดับ 3 (7,195 คัน, ลดลง 15.0%) โดยได้รถยนต์ขนาดใหญ่อย่าง F-150 และ Transit ช่วยพยุงยอดไว้
  • Hyundai & Kia: Hyundai แซงหน้าแบรนด์พี่น้องอย่าง Kia ขึ้นมาอยู่อันดับ 4 (7,007 คัน, เพิ่มขึ้น 4.5%) นำโดย Hyundai Kona ที่ยังครองแชมป์รถ SUV ขนาดเล็กที่ขายดีที่สุด ส่วน Kia ตกไปอยู่อันดับ 5 (6,761 คัน, ลดลง 2.1%) โดยรถกระบะรุ่นใหม่อย่าง Tasman ทำยอดไปได้เพียง 436 คันในเดือนนี้
  • แบรนด์จีนหน้าใหม่ไฟแรง: Omoda Jaecoo (อันดับ 14, โต 729.0%) และ Geely (อันดับ 13, โต 415.9%) ทำสถิติยอดขายรายเดือนที่ดีที่สุดนับตั้งแต่เปิดตัวในออสเตรเลีย

Advertisement Advertisement

ตารางสรุปยอดขายรถยนต์ใหม่ในออสเตรเลียแยกตามแบรนด์ทั้งหมด (พฤษภาคม 2026)

อันดับ แบรนด์ ยอ (คัน) เปลี่ยนแปลง (YoY)
1 Toyota 16,342 -30.7%
2 BYD 8,211 +154.6%
3 Ford 7,195 -15.0%
4 Hyundai 7,007 +4.5%
5 Kia 6,761 -2.1%
6 Tesla 6,433 +65.1%
7 Mazda 5,698 -27.4%
8 GWM 4,660 +9.1%
9 Chery 4,401 +59.7%
10 MG 3,872 +18.4%
11 Mitsubishi 3,307 -30.6%
12 Isuzu Ute 2,978 -30.5%
13 Geely 2,636 +415.9%
14 Omoda Jaecoo 2,570 +729.0%
15 BMW 2,417 -13.4%
16 Subaru 2,178 -32.6%
17 Mercedes-Benz 2,004 -18.6%
18 Volkswagen 1,996 -21.6%
19 Nissan 1,780 -35.8%
20 Honda 1,332 +8.6%
21 Suzuki 1,151 -16.2%
22 Zeekr 1,043 +1390.0%
23 Audi 1,032 -10.8%
24 Lexus 1,018 -26.0%
25 LDV 1,008 -12.6%
26 Land Rover 689 -15.0%
27 Volvo 608 +4.3%
28 Denza 498
29 MINI 440 -9.7%
30 Renault 394 +1.8%
31 KGM 335 -15.8%
32 Chevrolet 314 +20.8%
33 Porsche 312 -43.6%
34 Skoda 303 -17.7%
35 Ram 258 -9.2%
36 Polestar 248 +2.1%
37 Deepal 171 +155.2%
38 Cupra 161 -30.9%
39 Fiat 143 -7.7%
40 Foton 128
41 Genesis 120 -15.5%
42 Leapmotor 109 +98.2%
43 Jeep 57 -68.5%
44 Peugeot 53 -47.5%
45 Alfa Romeo 48 -7.7%
46 JAC 43 -69.1%
47 GMC 30 +3.4%
48 Farizon 22
49 Maserati 18 +5.9%
50 Bentley 12 +50.0%
51 Ferrari 12 -25.0%
52 Aston Martin 10 -23.1%
53 Lamborghini 6 -71.4%
54 Rolls-Royce 2 -60.0%
55 Citroen 1 0.0%
56 McLaren 1 -83.3%
57 Jaguar 0 -100.0%
57 Lotus 0 -100.0%

 

เจาะลึก 20 อันดับรถยนต์รุ่นที่ขายดีที่สุด การเปลี่ยนแปลงขั้วอำนาจ

Tesla Model Y ผงาดขึ้นครองแชมป์อันดับ 1 เบียดรถกระบะมหาชนอย่าง Ford Ranger และ Toyota HiLux ลงไปอยู่อันดับ 2 และ 3 ตามลำดับ ในขณะที่รถ SUV ขวัญใจมหาชนอย่าง Toyota RAV4 เกือบหลุดโพเดียมไปอยู่ที่อันดับ 4

ความน่าสนใจของทำเนียบ Top 20 ในเดือนนี้คือ มีรถยนต์จากแบรนด์จีนถึง 7 รุ่น และหากนับตามฐานการผลิต จะมีรถที่ผลิตจากประเทศจีน (Chinese-built) สูงถึง 8 รุ่น ซึ่งสะท้อนถึงการยอมรับในคุณภาพและราคาของผู้บริโภคชาวออสเตรเลียในปัจจุบัน

ตารางสรุป 20 อันดับรถยนต์รุ่นที่ขายดีที่สุด (พฤษภาคม 2026)

อันดับ รุ่นรถยนต์ (Model) ยอด (คัน)
1 Tesla Model Y 5,605
2 Ford Ranger 4,474
3 Toyota HiLux 4,005
4 Toyota RAV4 3,865
5 Hyundai Kona 2,291
6 Hyundai Tucson 2,287
7 Jaecoo J5 2,172
8 Chery Tiggo 4 2,123
9 Isuzu D-Max 1,916
10 Ford Everest 1,876
11 Geely EX5 1,814
12 Kia Sportage 1,797
13 GWM Haval Jolion 1,674
14 BYD Sealion 7 1,538
15 Mitsubishi Triton 1449
16 Mitsubishi Outlander 1,403
17 Mazda CX-5 1,368
18 Toyota Landcruiser Wagon 1,262
19 BYD Shark 6 1,244
20 Chery Tiggo 7 1,202

บทสรุปทิศทางตลาด

ตัวเลขในเดือนพฤษภาคม 2026 นี้เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า ตลาดรถยนต์ออสเตรเลียกำลังก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีอย่างเต็มรูปแบบ นโยบายสนับสนุนรถยนต์ปล่อยมลพิษต่ำ (NVES) เริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรม แบรนด์ดั้งเดิมที่ปรับตัวช้าหรือประสบปัญหาซัพพลายเชนกำลังโดนแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า และแบรนด์สัญชาติจีนเข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดอย่างมีนัยสำคัญ

Carexpert

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้