ศึก EV ออสเตรเลียเดือด! TOYOTA ส่งรถเพิ่ม 10,000 คัน หลัง BYD ขนรถไฟฟ้าล็อตใหญ่เข้าเทียบท่า”

ศึก EV ออสเตรเลียเดือด! TOYOTA ส่งรถเพิ่ม 10,000 คัน หลัง BYD ขนรถไฟฟ้าล็อตใหญ่เข้าเทียบท่า”
Spread the love
Advertisement Advertisement

สมรภูมิตลาดยานยนต์ในออสเตรเลียปี 2026 กำลังลุกเป็นไฟ! ล่าสุดยักษ์ใหญ่อันดับหนึ่งอย่าง Toyota Australia ได้เปิดเกมรุกฆาตเพื่อสกัดดาวรุ่งอย่าง BYD ค่ายรถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีนที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ด้วยการประกาศเพิ่มโควตารถยนต์ใหม่เข้าสู่ตลาด พร้อมปรับเป้ายอดขายทั้งปีขึ้น และที่สำคัญคือการส่งมอบ Toyota RAV4 PHEV (Plug-in Hybrid) รุ่นแรกของค่ายเร็วกว่ากำหนดเพื่อดักทางคู่แข่ง

Toyota ชิงเปิดตัว RAV4 PHEV เร็วกว่ากำหนด ดักทางทัพเรือ BYD

หลังจากที่ Toyota ครองแชมป์ยอดขายอันดับหนึ่งในออสเตรเลียมาอย่างยาวนานถึง 29 ปีซ้อน ล่าสุดได้ออกมายืนยันว่า RAV4 PHEV รถ SUV ขวัญใจมหาชนในเวอร์ชันเสียบปลั๊กไฮบริดรุ่นแรก จะเดินทางถึงโชว์รูมและพร้อมส่งมอบภายในปลายเดือนนี้ ซึ่งถือว่าเร็วกว่ากำหนดการเดิมที่เคยแจ้งไว้ในไตรมาสที่ 3 (กรกฎาคม – กันยายน) ยิ่งไปกว่านั้น Toyota ยังคงยืนยันราคาเริ่มต้นที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว

ราคาจำหน่าย Toyota RAV4 PHEV ในออสเตรเลีย
เริ่มต้นที่ 58,840 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือแปลงเป็นเงินไทยประมาณ 1,373,900 บาท (มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่นย่อย)

ค่ายรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นคาดการณ์ว่า ยอดขายของรุ่น PHEV นี้ จะคิดเป็น 1 ใน 3 ของยอดขายรถ RAV4 เจเนอเรชันที่ 6 ทั้งหมดที่เปิดตัวไปเมื่อปลายปี 2025

สงครามตัวเลข ยอดจัดสรรเพิ่ม 10,000 คัน ชนยอดนำเข้า 5,000 คันของ BYD

จังหวะเวลาการประกาศของ Toyota ในครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นการจงใจ “ขัดตาทัพ” เนื่องจากออกแถลงการณ์ในเช้าวันเดียวกันกับที่ BYD กำลังจัดงานจัดแสดงสื่อมวลชนเพื่อต้อนรับการมาถึงของรถยนต์รุ่นใหม่เกือบ 5,000 คันจากแบรนด์ BYD และ Denza

เพื่อไม่ให้เสียตำแหน่งผู้นำ Toyota ประกาศว่าได้สิทธิ์จัดสรรรถยนต์เพิ่มอีก 10,000 คัน สำหรับตลาดออสเตรเลียในปี 2026 นี้ ส่งผลให้ยอดประมาณการขายรวมทั้งปีถูกปรับเพิ่มขึ้นสูงถึง 220,000 คัน ซึ่งนับเป็นแบรนด์เดียวในออสเตรเลียที่สามารถทำยอดขายทะลุ 2 แสนคันต่อปีได้

John Pappas รองประธานฝ่ายขาย การตลาด และการดำเนินงานแฟรนไชส์ของ Toyota Australia กล่าวว่า:

“การเพิ่มจำนวนอุปทานในครั้งนี้คือข่าวดีของลูกค้าและดีลเลอร์ของเรา มันสะท้อนให้เห็นถึงพันธมิตรที่แข็งแกร่งกับ Toyota ทั่วโลกที่ให้ความสำคัญกับตลาดออสเตรเลียเป็นอันดับแรก ๆ รถยนต์อย่าง HiLux ยังคงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชาวออสเตรเลีย ในขณะที่ RAV4 ก็ยังคงเป็นผู้นำในกลุ่ม SUV ด้วยความอเนกประสงค์ สมรรถนะ และความประหยัด”

  • กลุ่มรถกระบะและ SUV ยอดนิยม (Core Models)

    • Toyota HiLux ซึ่งเป็นรุ่นที่จำเป็นมากสำหรับผู้ใช้ชาวออสเตรเลีย
    • Toyota RAV4 ที่เป็นผู้นำในกลุ่ม SUV อยู่ในปัจจุบัน
  • กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริดใหม่ (New Electrified Lineup): โควตาในภาพรวมนี้จะเข้ามาช่วยสนับสนุนกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า 4 รุ่นใหม่ที่จะปล่อยสู่ตลาดพร้อมกันในช่วงปลายเดือนนี้ เพื่อดึงกระแสและแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดจาก BYD ได้แก่:

    • RAV4 PHEV (ปลั๊กอินไฮบริด)
    • HiLux BEV (ไฟฟ้า 100%)
    • bZ4X Touring (ไฟฟ้า 100%)
    • LandCruiser 300 Series Performance Hybrid (ไฮบริดสมรรถนะสูง)

BYD เติบโตร้อนแรง ตั้งเป้าโค่นยักษ์ใหญ่ภายในปี 2030

หันมาดูฝั่ง BYD ที่ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา สามารถสร้างสถิติใหม่ด้วยการทำยอดขายรายเดือนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 7,702 คัน (ทำลายสถิติเดิมของเดือนมีนาคมที่ 7,217 คัน) ก้าวขึ้นมาเป็นแบรนด์ที่มียอดขายสูงสุดเป็นอันดับ 2 ของออสเตรเลียในเดือนนั้น เป็นรองเพียงแค่ Toyota (15,185 คัน) เท่านั้น

Advertisement Advertisement

เมื่อดูสถิติตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือนเมษายน (YTD) ปัจจุบัน BYD รั้งอยู่ในอันดับที่ 5 ด้วยยอดขายรวม 25,243 คัน ตามหลังอันดับ 4 อย่าง Ford (25,920 คัน) เพียงไม่กี่ร้อยคันเท่านั้น โดยเป้าหมายของ BYD ในปี 2026 นี้คือการเบียดขึ้นไปติด Top 3 ของตลาดรวม และอดีตผู้จัดจำหน่ายอิสระของ BYD ยังเคยประกาศกร้าวไว้ว่า “BYD จะโค่นล้ม Toyota เพื่อขึ้นเป็นผู้นำตลาดออสเตรเลียให้ได้ภายในปี 2030”

ทัพเรือสินค้า BYD Zhengzhou เทียบท่าออสเตรเลีย

ปัจจุบันเรือบรรทุกรถยนต์ขนาดใหญ่แบบ RORO (Roll-on Roll-off) ของตัวเองที่ชื่อว่า BYD Zhengzhou ได้ส่งมอบรถยนต์ล็อตพิเศษเที่ยวแรกจำนวน 4,810 คัน จากท่าเรือเซี่ยงไฮ้มาถึงเมืองเมลเบิร์นแล้ว เพื่อกระจายสินค้าไปยังเมลเบิร์น ซิดนีย์ และบริสเบน โดยมีกลุ่มคนทำงานบริการสาธารณะและบุคลากรจำเป็น (Essential Workers) เป็นกลุ่มแรก ๆ ที่จะได้รับรถยนต์ล็อตนี้

รายชื่อรุ่นรถยนต์บนเรือขนส่งของ BYD ในล็อตนี้:

  • รถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV): BYD Atto 2 และ Sealion 7 (มีจำนวนมากกว่า 2,000 คัน)
  • แบรนด์หรูในเครือ: Denza B5 (SUV ออฟโรด) และ Denza D9 (รถตู้หรูอเนกประสงค์)
  • รุ่นอื่น ๆ ที่ปรากฏในใบตราส่งและวิดีโอ: Atto 1, Sealion 6, Sealion 8, Seal 6 และรถกระบะ Shark 6

กลยุทธ์ “หลากหลายทางเลือก” (Multi-Pathway) ของ Toyota

ในขณะที่ BYD รุกหนักด้านไฟฟ้า 100% ทางฝั่ง Toyota เลือกที่จะเดินหน้าด้วยกลยุทธ์ Multi-Pathway หรือการนำเสนอพลังงานทางเลือกที่หลากหลายเพื่อให้เหมาะกับการใช้งานจริง โดยเตรียมปล่อยรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมกันถึง 4 รุ่นในปลายเดือนนี้ ได้แก่

  1. RAV4 PHEV (ปลั๊กอินไฮบริด)
  2. HiLux BEV (รถกระบะไฟฟ้า 100%)
  3. bZ4X Touring (รถยนต์ไฟฟ้า 100%)
  4. LandCruiser 300 Series Performance Hybrid (ไฮบริดสมรรถนะสูง)

“เรากล่าวอยู่เสมอว่ารถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) เป็นเพียงส่วนหนึ่งของแนวทางแก้ไขปัญหาการลดการปล่อยมลพิษ รถยนต์ของเราต้องตอบโจทย์การใช้งานจริง (Fit for purpose) นั่นหมายถึงเราจะยังคงนำเสนอเครื่องยนต์ที่หลากหลาย ทั้ง Hybrid, BEV, PHEV, ดีเซล, เบนซิน และ FCEV (ไฮโดรเจน)” John Pappas กล่าวเสริม

วิกฤตตะวันออกกลางกระทบยอดผลิตโลก แต่คัดออกเฉพาะบางตลาด

แม้ว่าในภาพรวมระดับโลก Toyota จำเป็นต้องลดเป้าหมายการผลิตลงเนื่องจากผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงและกำลังซื้อในภูมิภาคดังกล่าวลดลง โดยสำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า Toyota ได้แจ้งซัพพลายเออร์ว่าจะลดกำลังการผลิตลงราว 83,000 คันในช่วง 6 เดือนข้างหน้า ซึ่งส่วนใหญ่จะกระทบกับตลาดในแถบตะวันออกกลาง

อย่างไรก็ตาม สำหรับตลาดออสเตรเลียกลับไม่ได้รับผลกระทบจากยอดจำกัดนี้ แต่เป็นตลาดที่ได้รับการจัดสรรโควตาพิเศษเพิ่มขึ้นแทน สะท้อนให้เห็นว่า Toyota ยอมลงเงินและทรัพยากรเพื่อรักษาปราการด่านสำคัญนี้ไม่ให้ค่ายรถยนต์ไฟฟ้าจากจีนเข้ามาแย่งชิงบัลลังก์แชมป์ไปได้โดยง่าย

บทสรุป ปี 2026 นี้จึงเป็นปีที่ผู้บริโภคในออสเตรเลียได้ประโยชน์ไปเต็ม ๆ จากการแข่งขันที่ดุเดือด ทั้งฝั่งซัพพลายที่เพิ่มขึ้น ตัวเลือกเทคโนโลยีที่หลากหลาย และสงครามราคาที่ไม่มีใครยอมใคร!

ตลาดรถยนต์ออสเตรเลีย เดือนเมษายน 2026 ยอดขาย EV และ PHEV พุ่งกระฉูด ดัน BYD ผงาดขึ้นอันดับ 2 แซงหน้าแบรนด์ยักษ์ใหญ่

carexpert

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้