TOYOTA Land Cruier FJ เตรียมเผยราคาในญี่ปุ่น พฤษภาคมนี้ แม้นำเข้าไทย แต่ราคาอาจอยู่ช่วง 8-9 แสนบาท

เจาะลึกราคาและสเปก! Toyota Land Cruiser FJ (TRJ240) เตรียมเผยราคาญี่ปุ่นหลังหยุดยาว พร้อมเจาะลึกโควตาสีที่ต้องระวัง
ความเคลื่อนไหวล่าสุดของวงการยานยนต์ที่หลายคนจับตามองมีความชัดเจนมากขึ้น สำหรับรถยนต์ SUV ออฟโรดรุ่นน้องเล็กจากค่ายสามห่วงอย่าง Toyota Land Cruiser FJ (รหัสตัวถัง TRJ240) หรือที่แฟนๆ เรียกกันติดปากว่า “Land Cruiser Mini” ซึ่งมีกำหนดการเปิดตัวและวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในญี่ปุ่น วันที่ 14 พฤษภาคม 2026 นี้
หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้มีการเปิดเผยข้อมูลสำหรับตลาดประเทศไทยไปแล้ว วันนี้เราจะมาเจาะลึกข้อมูลล่าสุดของ “สเปกตลาดญี่ปุ่น (JDM)” ที่ได้รับการยืนยันจากตัวแทนจำหน่าย (Dealer) โดยตรง เพื่อให้ผู้ที่สนใจเตรียมตัวรับมือกับสงครามการจองรถลอตแรกที่กำลังจะมาถึง
เจาะลึกด้านราคา (Price Analysis) ช็อกตลาดไทยทะลุ 6.17 ล้านเยน รอลุ้นราคาญี่ปุ่น!
ประเด็นที่ร้อนแรงที่สุดในตอนนี้คือ “ราคาจำหน่าย” ก่อนหน้านี้ Land Cruiser FJ ได้สร้างความฮือฮาในการเปิดตัวที่ตลาดประเทศไทย ด้วยการประกาศราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่สูงกว่า 6.17 ล้านเยน (หรือ 1,269,000 บาท) ซึ่งมาพร้อมกับออปชันที่จัดเต็ม
สำหรับตลาดญี่ปุ่นนั้น จากการลงพื้นที่สอบถามข้อมูลจากตัวแทนจำหน่าย Toyota ในช่วงปลายเดือนเมษายน 2026 พบว่า ขณะนี้โควตารถยนต์ลอตแรกได้รับการจัดสรรไปยังศูนย์บริการแต่ละแห่งเรียบร้อยแล้ว และกำลังรอการประกาศราคาอย่างเป็นทางการ
จากการประเมินของสื่อยานยนต์ชั้นนำในญี่ปุ่น (เช่น Best Car และ MOTA) คาดการณ์ว่า Toyota Land Cruiser FJ (TRJ240) สเปกญี่ปุ่น จะมีราคาจำหน่ายอยู่ที่ประมาณ 3,700,000 – 4,500,000 เยน หรือประมาณ 750,000 – 912,000 บาท
“การประเมินราคาและออกใบเสนอราคาสำหรับสเปกญี่ปุ่น คาดว่าจะเริ่มต้นได้ในวันที่ 14 พฤษภาคม 2026 เวลา 13:30 น. เป็นต้นไป (ตามเวลาประเทศญี่ปุ่น)”
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลราคามักจะถูกส่งตรงจากผู้ผลิตถึงตัวแทนจำหน่ายล่วงหน้าเพื่อเตรียมความพร้อม ซึ่งคาดว่าจะเป็นช่วงวันที่ 11-12 พฤษภาคม 2026 (หลังสิ้นสุดเทศกาล Golden Week) จึงมีความเป็นไปได้สูงที่เราอาจจะได้เห็นข้อมูลราคาสำหรับตลาดญี่ปุ่นรั่วไหลออกมาก่อนวันเปิดตัวจริง
สเปกญี่ปุ่น ยืนหยัดขุมพลังเบนซิน 2.7L สไตล์ดั้งเดิม
สำหรับตลาดญี่ปุ่น Toyota ตัดสินใจทำตลาดด้วยรุ่นย่อยเพียงรุ่นเดียว (Single Grade) เพื่อลดความซับซ้อนในการผลิตและตอบสนองความต้องการให้รวดเร็วที่สุด นั่นคือรุ่น เบนซิน VX [4WD]
ตัวรถจะถูกขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 2.7 ลิตร 4 สูบแถวเรียงแบบไม่มีระบบอัดอากาศ (Naturally Aspirated – NA) ซึ่งเป็นเครื่องยนต์บล็อกที่ได้รับการพิสูจน์แล้วถึงความทนทาน (Durability) และการดูแลรักษาที่ง่ายดาย
เจาะลึก 5 สีตัวถัง และ “กับดักโควตาการผลิต”
รถรุ่นนี้มีสีตัวถังให้เลือกทั้งหมด 5 สี ได้แก่:
- Platinum White Pearl Mica (สีขาวมุก – สียอดนิยมสูงสุด)
- Attitude Black Mica (สีดำ)
- Ash (สีเทา)
- Smoky Blue (สีน้ำเงิน)
- Oxide Bronze Metallic (สีบรอนซ์)
⚠️ ข้อควรระวัง: ฐานการผลิตอยู่ที่ประเทศไทย
เนื่องจาก Land Cruiser FJ สเปกญี่ปุ่น จะถูก ผลิตจากโรงงานในประเทศไทย (Made in Thailand) และส่งออกกลับไป ทำให้โควตาการส่งออกและการผลิตถูกล็อกจำนวนไว้ล่วงหน้าอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะ “สัดส่วนการผลิตตามสีตัวถัง” ทางโรงงานได้ให้น้ำหนักไปที่สีขาวมุก (Platinum White Pearl Mica) มากที่สุด
คำแนะนำสำหรับผู้ซื้อ: หากคุณต้องการสีพิเศษอย่าง สีบรอนซ์, สีเทา หรือ สีน้ำเงิน คุณอาจต้องเผชิญกับ “โควตาที่จำกัดอย่างมาก” ประกอบกับนโยบายของดีลเลอร์หลายแห่งที่สงวนสิทธิ์รถลอตแรกให้กับ “ลูกค้าเก่า” (Existing Customers) ก่อนลูกค้ารายใหม่ การเข้าไปจองสิทธิ์ตั้งแต่เนิ่นๆ จึงสำคัญมาก
สรุปข้อมูลสำคัญ (Executive Summary)
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ราคาอ้างอิง (สเปกไทย) | มากกว่า 6.17 ล้านเยน |
| ประกาศราคา (ญี่ปุ่น) | 14 พฤษภาคม 2026 (ลุ้นราคาหลุด 11-12 พ.ค.) |
| รุ่นย่อยที่วางจำหน่าย (ญี่ปุ่น) | เบนซิน 2.7L VX [4WD] (รุ่นเดียว) |
| ฐานการผลิต | ประเทศไทย (ผลิตเพื่อส่งออก) |
| เงื่อนไขรถลอตแรก | ให้สิทธิ์ลูกค้าเก่า / โควตาสีพิเศษมีจำนวนจำกัดมาก |
FULL SPEC ในประเทศไทย
ข้อมูลทางเทคนิคและมิติตัวถัง TOYOTA LAND CRUISER FJ
มิติตัวถังและโครงสร้าง TOYOTA LAND CRUISER FJ
ขนาดตัวถังภายนอก (Exterior Dimensions)
- ความยาว: 4,610 มิลลิเมตร
- ความกว้าง: 1,855 มิลลิเมต
- ความสูง: 1,890 มิลลิเมตร
- ความยาวช่วงล้อ (Wheelbase): 2,580 มิลลิเมตร
- ระยะต่ำสุดถึงพื้น (Ground Clearance): 245 มม.
- ถังน้ำมัน 63 ลิตร
- ตัวรถหนัก 1,960 กก.
- รัศมีวงเลี้ยว: ออกแบบให้มีรัศมีวงเลี้ยวน้อยเพื่อความคล่องตัว
โครงสร้างและพื้นฐานตัวรถ (Chassis & Structure)
- รูปแบบโครงสร้าง: แบบ Body On Frame ซึ่งเป็นพื้นฐานเดียวกับ Hilux Champ SSWB
- การเสริมความแข็งแรง: มีการปรับปรุงโครงสร้างด้านหลังและรางข้างครึ่งตอนหลังให้มีความแข็งแกร่งตามมาตรฐาน LAND CRUISER
- จุดศูนย์ถ่วง: มีการเพิ่มจุดถ่วงน้ำหนักเพื่อให้มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ช่วยลดการโคลงตัวและยึดเกาะถนนได้ดีขึ้น
- การป้องกันใต้ท้องรถ: ติดตั้งตะแกรงกันกระแทกใต้เครื่องยนต์เพื่อความมั่นใจในการขับขี่
มิติเพื่อการขับขี่ออฟโรด (Off-road Geometry)
- ความสามารถในการลุยน้ำ: สามารถลุยน้ำได้ลึกสูงสุด 700 มิลลิเมตร
- มิติการข้ามสิ่งกีดขวาง: จุดต่ำสุดของรถอยู่ใกล้ล้อ ทำให้สามารถคร่อมไต่เนินสูงได้ง่ายโดยไม่ติดใต้ท้องรถ
- มุมปะทะและมุมจาก: ออกแบบให้มีมุมไต่และมุมจากที่สูงเพื่อรองรับทางทุรกันดาร
- ระยะฐานล้อ: ระยะฐานล้อที่สั้นช่วยให้มีความคล่องตัวสูงและง่ายต่อการขับขี่ในที่แคบ
ข้อมูลเครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง
ขุมพลังเครื่องยนต์ (Engine Performance)
- รุ่นเครื่องยนต์: 2TR-FE
- แบบเครื่องยนต์: เบนซิน 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว พร้อมระบบ Dual VVT-i
- ความจุกระบอกสูบ: 2,694 ซีซี
- กำลังสูงสุด: 122 กิโลวัตต์ (166 แรงม้า) ที่ 5,200 รอบต่อนาที
- แรงบิดสูงสุด: 245 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที
- มาตรฐานไอเสีย: ผ่านมาตรฐาน Euro 6
ระบบส่งกำลังและเชื้อเพลิง (Transmission & Fuel)
- ระบบส่งกำลัง: เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อม Sequential Shift
- ระบบขับเคลื่อน: ขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ Part-time
- ระบบช่วยขับขี่: มาพร้อมระบบล็อกเฟืองท้าย (Rear Diff – Lock) และโหมด 2nd Start เพื่อช่วยในการออกตัวบนพื้นผิวลื่น
- เชื้อเพลิงที่รองรับ: แก๊สโซฮอล์ 91, 95 และ E20
จุดเด่นและการพัฒนา (Development Highlights)
- เครื่องยนต์ได้รับการพิสูจน์ความทนทานมาอย่างยาวนานและพัฒนาต่อเนื่องให้เหมาะกับการใช้งานสมบุกสมบัน
- ปรับจูน ECU ใหม่เพื่อให้การส่งกำลังและการควบคุมคันเร่งตอบสนองการขับขี่แบบออฟโรดได้ดีเยี่ยม
- ติดตั้งตะแกรงกันกระแทกใต้เครื่องยนต์เพื่อความแข็งแรงและมั่นใจในทุกสถานการณ์
ระบบช่วงล่างและระบบบังคับเลี้ยว
ระบบช่วงล่าง (Suspension):
- ด้านหน้า: แบบอิสระปีกนกคู่ (Double Wishbone) พร้อมคอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง
- ด้านหลัง: แบบโฟร์ลิงค์ (4-Link) พร้อมคอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง
- โช้คอัพและคอยล์สปริงได้รับการปรับจูนใหม่ เพื่อลดการโคลงตัวและเพิ่มความนุ่มนวลในการขับขี่
ระบบเบรกและบังคับเลี้ยว:
- ระบบเบรก: ดิสก์เบรกหน้า 17 นิ้ว และหลัง 15 นิ้ว พร้อมครีบระบายความร้อน
- ระบบบังคับเลี้ยว: แรคแอนด์พีเนียน พร้อมพาวเวอร์ไฮดรอลิกช่วยผ่อนแรง
- ล้อและยาง: ล้ออัลลอยสีดำ 18 นิ้ว จับคู่กับยางขนาด 265/60 R18
การออกแบบภายนอก TOYOTA LAND CRUISER FJ
แนวคิดการออกแบบ (Design Concept):
- ผสานแนวคิด “PLAYFUL-DICE” เข้ากับ “FUNCTIONAL BEAUTY”
- สะท้อนเอกลักษณ์ของ LAND CRUISER ผ่านความแข็งแกร่ง ความสนุกสนาน และความสวยงามที่ใช้งานได้จริง
โครงสร้างและตัวถัง (Body & Structure):
- ดีไซน์ตัวถังทรงสี่เหลี่ยม พร้อมมุมตัดเฉียงและการตัดมุมส่วนที่ไม่จำเป็นออก เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่
- ฝากระโปรงหน้าออกแบบเว้าตรงกลาง และเส้นขอบกระจกด้านข้างต่ำ เพื่อทัศนวิสัยการขับขี่ที่ดีเยี่ยม
- กันชนหน้าและหลังดีไซน์แบบแยกประกอบ 3 ชิ้น ช่วยให้ง่ายต่อการซ่อมแซมและลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา
- ติดตั้งกาบข้างประตูเพื่อป้องกันการขีดข่วนจากการใช้งาน และง่ายต่อการซ่อมแซม
- ดีไซน์ซุ้มล้อขนาดใหญ่เพิ่มความบึกบึน
ระบบส่องสว่าง (Lighting System):
- ไฟหน้าโปรเจคเตอร์แบบ LED พร้อม Daytime Running Light และไฟตัดหมอกแบบ LED
- ไฟท้ายแบบ LED พร้อมไฟเลี้ยวแบบ Bulb และไฟตัดหมอกหลังแบบ LED
อุปกรณ์ภายนอกและล้อ (Exterior Equipment):
- ล้ออัลลอยสีดำขนาด 18 นิ้ว พร้อมยางขนาด 265/60 R18
- ประตูท้ายแบบเปิดออกทางด้านข้าง เพิ่มความอเนกประสงค์ในการใช้งาน
- ยางอะไหล่ติดตั้งที่บานประตูหลัง พร้อมฝาครอบล้อ
ตัวเลือกสีตัวถัง (Available Colors):
- 🔵 ใหม่! สีฟ้า SMOKY BLUE
- ⚪ สีขาวมุก PLATINUM WHITE PEARL MICA
- 🔘 สีเทา ASH
การออกแบบภายในและสิ่งอำนวยความสะดวก
คอนเซปต์การออกแบบ (Interior Concept)
ภายในห้องโดยสารของ Toyota Land Cruiser FJ (2026) รุ่นที่ผลิตและจำหน่ายในไทย ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด “Functional Simplicity” ที่เน้นความทนทาน ใช้งานง่าย และรองรับการลุยแบบออฟโรดเป็นหลัก โดยมีรายละเอียดทั้งหมดดังนี้ครับ
ดีไซน์และการตกแต่ง (Design & Materials)
- แผงคอนโซลทรงแนวตั้งและแนวนอน: ออกแบบให้เป็นเส้นตรงเพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่กะระยะและสังเกตความเอียงของตัวรถขณะลุยทางวิบากได้ง่ายขึ้น (Spatial Awareness)
- วัสดุทำความสะอาดง่าย (Easy-to-clean): พื้นผิวส่วนใหญ่ใช้วัสดุที่เน้นความทนทานต่อการขีดข่วนและเช็ดล้างสิ่งสกปรกได้ง่าย เหมาะกับสายลุยที่อาจมีโคลนหรือฝุ่นเข้ามาในรถ
- ปุ่มกดขนาดใหญ่ (Large Switches): ปุ่มควบคุมต่างๆ ถูกออกแบบให้มีขนาดใหญ่และมีผิวสัมผัสที่ชัดเจน เพื่อให้กดสั่งงานได้แม่นยำแม้จะสวมถุงมือขับรถออฟโรด
- โทนสีภายใน: เน้นโทนสีดำเพื่อความดุดันและดูแลรักษาง่าย ตกแต่งด้วยตะเข็บด้ายสีขาวในบางจุดเพื่อเพิ่มมิติ
ระบบความบันเทิงและเทคโนโลยี (Infotainment & Tech)
- หน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว: รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto แบบ ไร้สาย (Wireless)
- มาตรวัด Full Digital: หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบดิจิทัลเต็มรูปแบบขนาด 12.3 นิ้ว
- ช่องเชื่อมต่อ: มีช่อง USB Type-C สำหรับการชาร์จไฟและส่งผ่านข้อมูล
- ปุ่มสตาร์ท: ระบบ Push Start พร้อมกุญแจรีโมทอัจฉริยะ
เบาะนั่งและการจัดวาง (Seats & Space)
- เบาะนั่งคู่หน้า: ปรับด้วยมือ (Manual) เพื่อความทนทานและไม่ซับซ้อน (ฝั่งคนขับ 6 ทิศทาง / ผู้โดยสาร 4 ทิศทาง) หุ้มด้วยหนังเทียมหรือผ้าเกรดสูงสีดำ
- เบาะนั่งด้านหลัง: สามารถแยกพับได้แบบ 60:40 เพื่อขยายพื้นที่เก็บสัมภาระ
- พื้นที่บรรทุก: ด้วยทรงรถแบบกล่อง (Boxy Shape) ทำให้มีพื้นที่แนวตั้งค่อนข้างมาก และมีแผง MOLLE Panel ที่ด้านข้างห้องสัมภาระสำหรับยึดอุปกรณ์แคมป์ปิ้งหรือเครื่องมือต่างๆ
ระบบการขับขี่และฟังก์ชันภายใน (Driving Functions)
- เบรกมือแบบก้าน (Lever Hand brake): เน้นความดิบและความทนทานสไตล์รถลุยดั้งเดิม (ไม่ใช่เบรกมือไฟฟ้า)
- คันเกียร์และตัวเลือกขับเคลื่อน: หัวเกียร์ออกแบบให้จับกระชับมือ พร้อมสวิตช์หรือคันเกียร์แยกสำหรับปรับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (H2 / H4 / L4)
- กระจกไฟฟ้า: ปรับขึ้น-ลงอัตโนมัติพร้อมระบบป้องกันการหนีบ (One Touch & Jam Protection) ทั้ง 4 บาน
- กล้อง 360 องศา (PVM): มาพร้อมฟังก์ชัน Transparent Chassis ที่ช่วยแสดงภาพใต้พื้นรถและมุมเงยขณะปีนป่ายทางวิบาก
ระบบความปลอดภัย TOYOTA LAND CRUISER FJ
เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ (Toyota Safety Sense)
- ระบบความปลอดภัยก่อนการชน (Pre-Collision System)
- ระบบควบคุมและปรับลดความเร็วอัตโนมัติ (Dynamic Radar Cruise Control)
- ระบบควบคุมไฟสูงอัจฉริยะ (Adaptive High-beam System)
- ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน (Lane Departure Alert)
ระบบช่วยขับขี่และทัศนวิสัย (Driving Assistance)
- กล้องมองรอบคัน (Panoramic View Monitor) ความละเอียดระดับ HD
- ฟังก์ชันแสดงภาพพื้นใต้ท้องรถ พร้อมแสดงมุมเอียงและมุมเงยของรถ
- ระบบเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Monitor)
- ระบบช่วยเตือนขณะถอยรถพร้อมช่วยเบรกอัตโนมัติ (Rear Cross Traffic Alert)
- ระบบแจ้งเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านและเบรกเมื่อพบวัตถุหยุดนิ่ง (Parking Support Brake)
การปกป้องและระบบควบคุมการทรงตัว (Protection & Stability)
- ถุงลมเสริมความปลอดภัย 7 ตำแหน่ง
- ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (Active Traction Control)
- ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HAC) และระบบช่วยควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (DAC)
- เข็มขัดนิรภัยแบบดึงรั้งกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติ ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
เทคโนโลยีการขับขี่และสมรรถนะออฟโรด
ระบบขับเคลื่อนและช่วยการทรงตัว (Drivetrain & Stability)
- ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD): แบบ Part-time ออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่สมบุกสมบัน
- ระบบล็อกเฟืองท้าย (Rear Diff – Lock): ช่วยกระจายแรงส่งไปยังล้อหลังทั้งสองข้างให้เท่ากัน เพื่อผ่านอุปสรรคที่ยากลำบาก
- โหมด 2nd Start: ช่วยลดการหมุนฟรีของล้อและช่วยในการออกตัวบนพื้นผิวที่ลื่นได้อย่างมั่นใจ
- ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (Active Traction Control): ช่วยควบคุมแรงบิดและการเบรกของแต่ละล้อเพื่อรักษาการยึดเกาะ
ขีดความสามารถในการลุยและมิติตัวรถ (Off-road Capability)
- ความสามารถในการลุยน้ำ: สามารถลุยน้ำได้ลึกสูงสุดถึง 700 มิลลิเมตร
- รัศมีวงเลี้ยว: ออกแบบให้มีรัศมีวงเลี้ยวแคบ พร้อมระยะฐานล้อที่สั้น เพื่อความคล่องตัวสูงสุดในการเลี้ยวหรือกลับรถในทางแคบ
- มิติการข้ามสิ่งกีดขวาง: จุดต่ำสุดของรถถูกออกแบบให้อยู่ใกล้ล้อ ทำให้สามารถคร่อมหรือไต่เนินสูงได้โดยไม่ติดใต้ท้องรถ
- มุมปะทะและมุมจาก: ตัวรถมีมุมไต่และมุมจากที่สูง ช่วยให้ผ่านทางลาดชันหรืออุปสรรคที่มีความสูงต่างระดับได้ดี
ระบบควบคุมความเร็วบนทางลาดชัน (Hill Assistance)
- ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HAC): ป้องกันรถไหลขณะออกตัวบนทางชัน
- ระบบช่วยควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (DAC): ช่วยควบคุมความเร็วรถให้คงที่โดยอัตโนมัติขณะลงทางชัน โดยที่ผู้ขับขี่ไม่ต้องแตะเบรก
- การปรับจูน ECU: ปรับแต่งการส่งกำลังของเครื่องยนต์และเกียร์ให้ตอบสนองต่อการขับขี่แบบออฟโรดได้อย่างแม่นยำ

สำหรับเครื่องยนต์เบนซิน (2.7 VVT-i) ใน FJ
น้ำมันที่ “แนะนำ” และเหมาะสมที่สุด หากคุณต้องการสมรรถนะที่ดีที่สุดจากเครื่องยนต์ 2.7 ลิตร น้ำมันกลุ่มนี้คือทางเลือกอันดับหนึ่ง
แก๊สโซฮอล์ 95 (E10): ✅ ดีที่สุด
เป็นน้ำมันที่วิศวกรออกแบบมาให้เหมาะสมกับรอบเครื่องยนต์และการจุดระเบิดของ Fortuner มากที่สุด ให้การเผาไหม้ที่หมดจด เครื่องยนต์เดินเรียบ และให้อัตราเร่งที่ตอบสนองได้ทันใจ
แก๊สโซฮอล์ 91 (E10): ✅ ใช้งานได้ดี
สามารถเติมได้โดยไม่มีผลเสียต่อชิ้นส่วนเครื่องยนต์ แต่อาจจะรู้สึกได้ถึงความแรงที่ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับ 95 เหมาะสำหรับการขับขี่ทั่วไปในเมืองที่ไม่เน้นการใช้ความเร็วสูง
แก๊สโซฮอล์ E20: รุ่นปัจจุบันตั้งแต่ 2012 รองรับ E20 ตั้งนานแล้ว
เติมได้เฉพาะ รุ่นที่ผลิตตั้งแต่ปี 2012 เป็นต้นไป เท่านั้น เนื่องจากมีการปรับปรุงวัสดุท่อยางและระบบทางเดินน้ำมันให้ทนต่อการกัดกร่อนของเอทานอลได้มากขึ้น
แก๊สโซฮอล์ E85: ❌ ห้ามเติมเด็ดขาด
ยังไม่รองรับน้ำมันประเภทนี้ เนื่องจากมีส่วนผสมของเอทานอลสูงถึง 85% หากฝืนเติมจะส่งผลให้เครื่องยนต์สะดุด สตาร์ทติดยาก และสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อปั๊มติ๊กและหัวฉีด


“THE LEGENDARY” คันนี้ของโตโยต้า ประเทศไทย ถือว่าดึงเสน่ห์ความดิบและคลาสสิกของ Land Cruiser 70 (LC70) ออกมาสวมเข้ากับบอดี้ของ Land Cruiser FJ ได้ลงตัวและมีสไตล์มากครับ เป็นการแต่งแนว Retro-Offroad ที่กำลังได้รับความนิยมสุดๆ
- ฟิล์มสีตัวถัง Wrap สีเหลือง Sand Stone Yellow: โทนสีเหลืองตุ่นๆ ทรายๆ แบบนี้คือสีซิกเนเจอร์ที่สะท้อนภาพจำของรถออฟโรดยุค 80-90s ได้ดีที่สุด
- โลโก้ LAND CRUISER: ช่วยตอกย้ำสายเลือดสายลุยระดับตำนาน
- ชุดโคมไฟหน้า พร้อม DRL แบบวงกลม: ไฟหน้ากลมคือ “วิญญาณ” ของรถคลาสสิก การใส่ไฟกลมพร้อมวงแหวน LED ทำให้ได้ทั้งความวินเทจและความทันสมัย
- ชุดกระจกมองข้างทรงสูง: นอกจากจะให้ลุคที่ดูดิบและบึกบึนแบบรถบรรทุกเบาหรือรถทัวร์ริ่งแล้ว ยังช่วยเพิ่มวิสัยทัศน์เวลาขับขี่ลุยป่าด้วย
- คิ้วกระจังหน้า: ปรับหน้าตาให้ดูย้อนยุคมากยิ่งขึ้น
- ชุดคิ้วตกแต่งกันชนหน้า สีดำ
- คิ้วกันกระแทกประตู สีดำ
- ชุดบังโคลนล้อ
- ชุดตกแต่งมือเปิดประตูภายนอก
- ชุดคิ้วตกแต่งด้านข้างโครเมียม (เพิ่มมิติให้รถดูไม่ทึบจนเกินไป)ล้อ LENSO MX Duty (17 นิ้ว 8.5J x 17″ ET20): การเลือกใช้แบรนด์ล้อสัญชาติไทยที่โด่งดังระดับโลกอย่าง LENSO ในซีรีส์สายลุย (MX) ช่วยเพิ่มความดุดัน สเปกออฟเซ็ต ET20 น่าจะทำให้ล้อล้นออกมาพอดีกับซุ้มล้อ ดูเต็มทรง
- ยาง AT ขนาด 265/65 R17: ไซส์ยาง All-Terrain ยอดฮิตที่หาของง่าย ลุยฝุ่นได้ดี และยังวิ่งบนถนนดำในชีวิตประจำวันได้สบายๆ โดยไม่เสียงดังหรือกินน้ำมันจนเกินไป
รวมภาพคันจริง TOYOTA LAND CRUISER FJ แนวทางการตกแต่ง The Legendary







รวมภาพคันจริง TOYOTA LAND CRUISER ชุดแต่งเอาใจสายแคมป์ THE NATURE EXPLORER CONCEPT
