ZEEKR 8X PHEV SUV พรีเมียม วิ่งไฟฟ้า 320 – 410 กม. ราคาในจีน 1.53 – 2.21 ล้านบาท

วันที่ 16 มีนาคม 2026 ZEEKR AUTO ประเทศจีน จัดงานเปิดตัวเทคโนโลยี พร้อมเปิดตัว ZEEKR 8X PHEV เรือธง SUV ใหม่ เพียง 38 นาทีหลังจากการเปิดตัวมียอดจองทะลุ 10,000 คัน

Zeekr 8X เปิดตัวอย่างเป็นทางการ! SUV ปลั๊กอินไฮบริด 900V วิ่งไฟฟ้าล้วน 410 กม. เริ่มต้น 1.53 ล้านบาท ในประเทศจีน
เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2026 Zeekr ได้ประกาศเปิดตัว Zeekr 8X อย่างเป็นทางการ โดยเป็นรถรุ่นแรกที่พัฒนาบนแพลตฟอร์ม SEA-S Super Electric Hybrid (浩瀚-S) วางตำแหน่งเป็น SUV ขนาดกลาง-ใหญ่ (Mid-to-large SUV) ที่มาพร้อมเทคโนโลยีแรงดันไฟฟ้าสูง 900V และขุมพลังสมรรถนะสูง
ราคาจำหน่ายและรุ่นย่อย
Zeekr 8X เปิดตัวพร้อม 4 รุ่นย่อย โดยมีราคาพรีเซลล์และราคาส่วนลดพิเศษช่วงเปิดตัว (Limited Time Offer) ดังนี้:
- รุ่น Max: ราคาปกติ 356,800 หยวน (ราคาพิเศษ 329,800 หยวน หรือประมาณ 1,538,000 บาท)
- รุ่น Ultra: ราคาปกติ 376,800 หยวน (ราคาพิเศษ 349,800 หยวน หรือประมาณ 1,631,000 บาท)
- รุ่น Ultra+: ราคาปกติ 426,800 หยวน (ราคาพิเศษ 399,800 หยวน หรือประมาณ 1,865,000 บาท)
- รุ่น Shadow (曜影): ราคาปกติ 500,800 หยวน (ราคาพิเศษ 473,800 หยวน หรือประมาณ 2,210,000 บาท)
*สิทธิพิเศษช่วงเปิดตัวประกอบด้วย: เงินสนับสนุนการเทรดรถเก่า 10,000 หยวน, ประกันภัย 5,000 หยวน และเงินอุดหนุนภาษีสรรพสามิต 12,000 หยวน
ไฮไลท์ทางเทคนิคและสมรรถนะ
- สถาปัตยกรรม 900V: รองรับการชาร์จที่รวดเร็วเป็นพิเศษด้วยอัตราการชาร์จระดับ 6C (สามารถชาร์จไฟได้อย่างรวดเร็วมากในสถานีชาร์จที่รองรับ)
- ขุมพลัง Megawatt Electric Drive: ในรุ่นท็อป (Shadow) ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าถึง 3 ตัว ให้กำลังระดับ “เมกะวัตต์” มอบสมรรถนะการขับขี่ในระดับซูเปอร์คาร์
- ระยะทางวิ่งไฟฟ้าล้วน (EV Mode): สามารถวิ่งได้ไกลสูงสุดถึง 410 กม. (มาตรฐาน CLTC) ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ซึ่งถือว่าสูงมากสำหรับรถประเภท PHEV
- แพลตฟอร์ม SEA-S: เป็นสถาปัตยกรรมใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อรถไฮบริดสมรรถนะสูงโดยเฉพาะ เน้นความสมดุลระหว่างการใช้พลังงานไฟฟ้าและน้ำมันอย่างมีประสิทธิภาพ
มิติตัวถัง Zeekr 8X (รุ่นปี 2026)
- ความยาวตัวถัง: 5,100 มม. (รุ่น Shadow ยาว 5,108 มม.)
- ความกว้างตัวถัง: 1,998 มม. (รุ่น Shadow กว้าง 2,026 มม.)
- ความสูงตัวถัง: 1,780 มม.
- ระยะฐานล้อ: 3,069 มม.
- พิกัดตัวถัง: SUV ขนาดกลาง-ใหญ่ (Mid-to-large SUV) ซึ่งมีขนาดใกล้เคียงกับ BMW X5
- สัดส่วนความกว้างต่อความสูง: 1.12 (Golden Ratio) ช่วยให้รถดูเตี้ย กว้าง และมีความสปอร์ต
- ขนาดล้อ: มีให้เลือกตั้งแต่ 20, 21 นิ้ว และสูงสุด 22 นิ้ว (ในรุ่น Shadow 曜影)
- น้ำหนักตัวรถ: ประมาณ 2,820 กก. (Curb Weight)
ด้วยระยะฐานล้อที่ยาวกว่า 3 เมตร ทำให้ Zeekr 8X มีพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางมาก โดยเน้นการจัดวางที่นั่งแบบ 5 และ 6 ที่นั่ง เพื่อความสบายระดับสูงสุดครับ
มิติตัวถัง Zeekr 8X (รุ่นปี 2026)
- ความยาวตัวถัง: 5,100 มม. (รุ่น Shadow ยาว 5,108 มม.)
- ความกว้างตัวถัง: 1,998 มม. (รุ่น Shadow กว้าง 2,026 มม.)
- ความสูงตัวถัง: 1,780 มม.
- ระยะฐานล้อ: 3,069 มม.
- พิกัดตัวถัง: SUV ขนาดกลาง-ใหญ่ (Mid-to-large SUV) ซึ่งมีขนาดใกล้เคียงกับ BMW X5
- สัดส่วนความกว้างต่อความสูง: 1.12 (Golden Ratio) ช่วยให้รถดูเตี้ย กว้าง และมีความสปอร์ต
- ขนาดล้อ: มีให้เลือกตั้งแต่ 20, 21 นิ้ว และสูงสุด 22 นิ้ว (ในรุ่น Shadow 曜影)
- น้ำหนักตัวรถ: ประมาณ 2,820 กก. (Curb Weight)
ด้วยระยะฐานล้อที่ยาวกว่า 3 เมตร ทำให้ Zeekr 8X มีพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางมาก โดยเน้นการจัดวางที่นั่งแบบ 5 และ 6 ที่นั่ง เพื่อความสบายระดับสูงสุดครับ
สรุปข้อมูลสมรรถนะแบบเจาะลึกของ Zeekr 8X (2026) แบ่งตามรุ่นย่อยทั้ง 4 รุ่น ซึ่งชูจุดเด่นด้วยระบบ Super Electric Hybrid (SEA-S) บนสถาปัตยกรรม 900V มีรายละเอียดดังนี้ครับ
รุ่น Max (รุ่นเริ่มต้นสมรรถนะสูง)
เน้นความคุ้มค่าแต่ยังได้พละกำลังที่เหนือกว่าคู่แข่งในระดับเดียวกัน
- ขุมพลัง: เครื่องยนต์ 2.0T (205 kW) + มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ (AWD)
- พละกำลังรวม: 660 kW (ประมาณ 898 แรงม้า)
- แรงบิดสูงสุด: 935 นิวตันเมตร
- อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: ทำได้ในเวลา 3.7 – 4.0 วินาที
- แบตเตอรี่: ความจุ 55.1 kWh
- ระยะทางวิ่งไฟฟ้าล้วน (CLTC): 320 กิโลเมตร
- ระยะทางวิ่งรวมสูงสุด: ประมาณ 1,300 กิโลเมตร
รุ่น Ultra (รุ่นเน้นความหรูหราและอุปกรณ์จัดเต็ม)
ใช้ระบบขับเคลื่อนเดียวกับรุ่น Max แต่เน้นการปรับจูนซอฟต์แวร์ช่วงล่างและเพิ่มอุปกรณ์ภายใน
- ขุมพลัง: เครื่องยนต์ 2.0T + มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ (AWD)
- พละกำลังรวม: 660 kW (898 แรงม้า)
- อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: ทำได้ในเวลา 3.7 – 4.0 วินาที
- แบตเตอรี่: ความจุ 55.1 kWh
- ระยะทางวิ่งไฟฟ้าล้วน (CLTC): 320 กิโลเมตร
- จุดเด่นสมรรถนะ: มีการเซ็ตค่าระบบ CDC (Continuous Damping Control) ให้เน้นความนุ่มนวลแบบพิเศษเพื่อรองรับความพรีเมียมของห้องโดยสาร
รุ่น Ultra+ (รุ่น Long Range วิ่งไกลที่สุด)
รุ่นที่เน้นระยะทางวิ่งไฟฟ้าเพื่อการใช้งานในเมืองโดยไม่ต้องพึ่งน้ำมันเป็นหลัก
- ขุมพลัง: เครื่องยนต์ 2.0T + มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ (AWD)
- พละกำลังรวม: 660 kW (898 แรงม้า)
- อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: ทำได้ในเวลา 3.7 วินาที
- แบตเตอรี่: ความจุใหญ่ที่สุด 70 kWh
- ระยะทางวิ่งไฟฟ้าล้วน (CLTC): 410 กิโลเมตร
- ระยะทางวิ่งรวมสูงสุด (Combined Range): 1,416 กิโลเมตร (น้ำมันเต็มถัง + แบตเต็ม)
รุ่น Shadow หรือ Yaoying [曜影] (รุ่นท็อปสมรรถนะระดับ Hyper SUV)
รุ่นที่แรงที่สุดในตระกูล มาพร้อมเทคโนโลยี Megawatt Drive เพื่อประสิทธิภาพการขับขี่สูงสุด
- ขุมพลัง: เครื่องยนต์ 2.0T + มอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว (Tri-motor AWD)
- พละกำลังรวม: 1,030 kW (ประมาณ 1,380 – 1,400 แรงม้า)
- อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: ทำได้ในเวลาเพียง 2.96 วินาที
- แรงบิดล้อสูงสุด (Crawl Mode): 13,000 นิวตันเมตร
- แบตเตอรี่: ความจุ 70 kWh
- ระยะทางวิ่งไฟฟ้าล้วน (CLTC): 410 กิโลเมตร
- ระยะทางวิ่งรวมสูงสุด: ประมาณ 1,210 กิโลเมตร (น้อยกว่ารุ่น Ultra+ เล็กน้อยเนื่องจากน้ำหนักมอเตอร์และการปรับจูนเพื่อสมรรถนะ)
ระบบการชาร์จ (Charging Performance)
- DC Fast Charge (6C): ทุกรุ่นรองรับการชาร์จด่วนพิเศษ ชาร์จจาก 20% ถึง 80% ได้ในเวลาเพียง 9 นาที รับกำลังไฟสูงสุดได้มากกว่า 420 kW
- AC Charge: รองรับ On-board Charger ขนาด 11 kW
-
- รุ่นแบต 55.1 kWh: ชาร์จเต็มในเวลาประมาณ 5-6 ชั่วโมง
- รุ่นแบต 70 kWh: ชาร์จเต็มในเวลาประมาณ 7-8 ชั่วโมง
-
V2L (Vehicle to Load): ปล่อยกำลังไฟให้อุปกรณ์ภายนอกได้สูงสุด 6.6 kW
ช่วงล่างและเทคโนโลยีแชสซี (Chassis)
ระบบช่วงล่างอัจฉริยะ Haohan AI Digital Chassis ที่ดีที่สุดของ Zeekr:
- Closed Dual-chamber Air Suspension: ปรับความสูงและนุ่มนวลอัตโนมัติ
- 48V Active Anti-roll Bar: กันโคลงไฟฟ้าที่ช่วยให้เข้าโค้งได้นิ่งสนิท
- Brembo 6-piston: ระบบเบรกประสิทธิภาพสูงในรุ่น Shadow
- Zero-turn: ระบบเลี้ยววงแคบพิเศษด้วยการควบคุมแรงบิดมอเตอร์อิสระ (ZVC)
- ขนาดยาง: 20 – 22 นิ้ว (รุ่น Shadow ใช้ยางกว้างพิเศษ 315 มม.)
เทคโนโลยีและความปลอดภัย
- ชิปประมวลผล: Dual NVIDIA DRIVE Thor (1,400 TOPS)
- เซนเซอร์: รวม 43 จุด พร้อม LiDAR บนหลังคา
- ระบบช่วยขับขี่: G-ASD 4.0 รองรับการขับอัตโนมัติแบบไร้แผนที่ (Map-free AD)
- ภายใน: จอ OLED ความละเอียดสูง, เครื่องเสียง Naim 29 ลำโพง และเบาะนวด First Class
การออกแบบภายนอก
การออกแบบภายนอกของ Zeekr 8X (2026) เน้นความหรูหราแบบมินิมอลตามปรัชญา “Hidden Energy” ที่ผสานเข้ากับสัดส่วนแบบรถสปอร์ต SUV ได้อย่างลงตัว โดยมีไฮไลท์ที่น่าสนใจดังนี้ครับ
- สัดส่วนตัวรถแบบ Golden Ratio: ตัวรถมีค่าความกว้างต่อความสูงอยู่ที่ 1.12 ซึ่งเป็นสัดส่วนทองคำที่ทำให้รถ SUV ขนาดใหญ่ดูมีความสปอร์ต มั่นคง และมีจุดศูนย์ถ่วงที่ดูต่ำลง
- ชุดไฟอัจฉริยะ Stargate: ด้านหน้าติดตั้งแถบไฟส่องสว่างอัจฉริยะขนาดใหญ่ (Intelligent Light Curtain) ที่สามารถแสดงแอนิเมชันโต้ตอบได้หลากหลายรูปแบบ พร้อมไฟหน้าแบบ Matrix LED ที่ซ่อนตัวอย่างแนบเนียน
- ดีไซน์ไร้รอยต่อ (Seamless Design): * กระจกหน้าต่างแบบ Flush Windows: ขอบกระจกเรียบสนิทไปกับตัวถังเพื่อลดเสียงลมและเพิ่มประสิทธิภาพตามหลักอากาศพลศาสตร์
- มือจับประตูแบบซ่อน (Hidden Door Handles): ที่จะเลื่อนออกมาอัตโนมัติเมื่อเจ้าของรถเข้าใกล้
- กระจกมองข้างแบบไร้ขอบ (Frameless Side Mirrors): ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยและทำให้รถดูทันสมัย
-
หลังคาแบบ Panoramic Sky Island: หลังคากระจกพาโนรามาขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อตั้งแต่ด้านหน้าไปจนถึงด้านหลัง ช่วยให้ห้องโดยสารดูโปร่งสบายและดูหรูหราจากภายนอก
-
รุ่น Shadow (曜影) – ตัวแต่งพิเศษ
- ตกแต่งด้วยวัสดุสีดำเงา (Gloss Black) รอบคันแทนที่โครเมียม
- มาพร้อมล้ออัลลอยฟอร์จขนาด 22 นิ้ว ลายเฉพาะรุ่น
- ติดตั้งชุดเบรก Brembo 6-piston สีแดงโดดเด่น
- ยางหน้ากว้างพิเศษขนาด 315 มม. ที่ด้านหลัง เพิ่มความดุดันและสมรรถนะการยึดเกาะ
-
ประสิทธิภาพ Aero: แม้จะเป็น SUV ขนาดใหญ่ แต่มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน (Cd) ที่ต่ำมาก ช่วยลดแรงต้านอากาศ เพิ่มระยะทางการวิ่งไฟฟ้า และลดเสียงรบกวนในห้องโดยสาร
ภายในห้องโดยสาร
การออกแบบภายในและสิ่งอำนวยความสะดวกของ Zeekr 8X (2026) ถูกยกให้เป็นห้องรับแขกเคลื่อนที่ระดับไฮเอนด์ (Mobile Luxury Lounge) ที่ผสมผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับความประณีต โดยมีรายละเอียดดังนี้ครับ
แนวคิดการออกแบบห้องโดยสาร
- Hidden Energy & Minimalism: ภายในเน้นความเรียบง่ายแต่หรูหรา ลดการใช้ปุ่มกดทางกายภาพและแทนที่ด้วยการควบคุมผ่านหน้าจออัจฉริยะและการสั่งงานด้วยเสียง
- วัสดุระดับพรีเมียม: ใช้หนัง Nappa แท้เกรดนุ่มพิเศษ ผสมผสานกับวัสดุรีไซเคิลที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการตกแต่งด้วยวัสดุคล้ายคริสตัลในจุดต่างๆ เพิ่มความหรูหรา
เบาะนั่งระดับเฟิร์สคลาส (Seating)
- การจัดวาง: มีให้เลือกทั้งแบบ 5 ที่นั่ง และ 6 ที่นั่ง
- Zero Gravity Seats: ในรุ่น 6 ที่นั่ง เบาะแถวที่สองจะเป็นเบาะแยกอิสระแบบกัปตันซีท (Captain Seats) ที่มาพร้อมโหมด Zero Gravity ปรับเอนได้สูงสุดเพื่อความผ่อนคลาย ลดแรงกดทับของร่างกาย
- ฟังก์ชันครบครัน: เบาะนั่งทุกตำแหน่ง (รวมถึงแถวที่สามในบางรุ่น) รองรับระบบ นวดไฟฟ้า, อุ่นเบาะ (Heating) และระบายอากาศ (Ventilation)
- เบาะหลังอัจฉริยะ: แถวที่สองสามารถเลื่อนปรับไฟฟ้าได้หลายทิศทาง พร้อมที่รองขาไฟฟ้า
ระบบความบันเทิง (Entertainment)
-
ชุดเครื่องเสียง Naim: ติดตั้งระบบเสียงระดับโลกจาก Naim พร้อมลำโพงสูงสุดถึง 29 ตำแหน่ง (รวมลำโพงที่พนักพิงศีรษะ) มอบประสบการณ์เสียงแบบ 7.1.4 Surround Sound
-
หน้าจอแสดงผล:
- จอกลาง OLED: ขนาดใหญ่กว่า 15 นิ้ว ความละเอียดสูง 2.5K ให้สีสันคมชัด
- AR-HUD (Augmented Reality Head-up Display): ฉายข้อมูลการขับขี่และระบบนำทางลงบนกระจกหน้าขนาดใหญ่กว่า 35 นิ้ว
- หน้าจอผู้โดยสารตอนหลัง: ในรุ่นท็อปจะมีหน้าจอความบันเทิงแยกสำหรับผู้โดยสารแถวสอง
-
ระบบประมวลผล: ขับเคลื่อนด้วยชิป NVIDIA DRIVE Thor และ Zeekr OS เวอร์ชั่นล่าสุด ทำให้การทำงานของหน้าจอลื่นไหลเหมือนสมาร์ทโฟนเรือธง
ความสะดวกสบายและบรรยากาศ (Comfort)
- ระบบปรับอากาศอัจฉริยะ: แบบ 4 โซน (แยกอิสระซ้าย-ขวา หน้า-หลัง) พร้อมระบบฟอกอากาศประสิทธิภาพสูงและระบบปล่อยกลิ่นหอม (Fragrance System) ที่เลือกได้หลายกลิ่น
- ความเงียบในห้องโดยสาร: ใช้กระจกกันเสียงรอบคัน (Acoustic Glass) และระบบตัดเสียงรบกวนแบบ Active Noise Cancellation ผ่านลำโพง
- ไฟสร้างบรรยากาศ (Ambient Light): ปรับเปลี่ยนได้นับหมื่นเฉดสี และสามารถกะพริบตามจังหวะเพลงหรือแจ้งเตือนระบบความปลอดภัยได้
- ตู้เย็นขนาดเล็ก: ติดตั้งบริเวณคอนโซลกลางหรือระหว่างเบาะแถวสอง (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย) สามารถปรับอุณหภูมิได้ทั้งเย็นและร้อน
ระบบความปลอดภัย
ระบบความปลอดภัยและเทคโนโลยีการขับขี่ของ Zeekr 8X (2026) ถูกออกแบบมาให้เป็น “ป้อมปราการเคลื่อนที่” โดยใช้ซอฟต์แวร์อัจฉริยะทำงานร่วมกับโครงสร้างทางกายภาพที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่ Zeekr เคยผลิตมา ดังนี้ครับ
โครงสร้างตัวถัง (Body Structure)
- SEA-S Architecture: โครงสร้างพื้นฐานที่ออกแบบมาเพื่อรถไฮบริดสมรรถนะสูงโดยเฉพาะ เน้นการปกป้องแบตเตอรี่และห้องโดยสาร
- 65-ton Side Impact Protection: ตัวถังด้านข้างได้รับการเสริมความแข็งแรงเป็นพิเศษ สามารถทนต่อแรงกระแทกจากด้านข้างได้สูงสุดถึง 65 ตัน ซึ่งสูงกว่ามาตรฐานทั่วไปมาก เพื่อป้องกันการยุบตัวเข้าสู่ห้องโดยสาร
- High-strength Steel & Aluminum: ใช้เหล็กกล้าความแข็งแรงสูง (Ultra-high-strength steel) ร่วมกับอลูมิเนียมหล่อขึ้นรูปชิ้นเดียวในส่วนสำคัญ เพื่อลดน้ำหนักแต่เพิ่มความแข็งแกร่งในการทนต่อการบิดตัวและการชน
ระบบถุงลมนิรภัย (Airbags)
- 10 Airbags Standard: ติดตั้งถุงลมนิรภัยมาให้เป็นมาตรฐาน 10 ตำแหน่ง รอบคัน ครอบคลุมผู้โดยสารทั้ง 3 แถว
- Far-side Airbag: มีถุงลมนิรภัยคั่นกลางระหว่างผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้า เพื่อป้องกันศีรษะกระแทกกันเองในกรณีที่เกิดการชนจากด้านข้าง
- Extra-long Side Curtains: ม่านถุงลมนิรภัยด้านข้างที่มีความยาวเป็นพิเศษ ปกป้องตั้งแต่เสา A ไปจนถึงเสา C เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารแถวหลังสุด
กล้องและเซนเซอร์ (Sensors & Cameras)
- 43 High-precision Sensors: ติดตั้งเซนเซอร์รอบคันรวม 43 จุด ซึ่งมากที่สุดรุ่นหนึ่งในปัจจุบัน
- LiDAR Gen-4: เซนเซอร์ LiDAR ความละเอียดสูงติดตั้งบนหลังคา ช่วยในการตรวจจับวัตถุในระยะไกลและในสภาวะแสงน้อยได้อย่างแม่นยำ
- 8MP HD Cameras: กล้องความละเอียด 8 ล้านพิกเซลรอบตัวรถ ให้ภาพที่คมชัดและช่วยให้ระบบ AI ประมวลผลภาพเพื่อหลบหลีกอุปสรรคได้อย่างรวดเร็ว
- 360° Surround View & Transparent Chassis: ระบบกล้องรอบคันพร้อมฟังก์ชัน “ภาพใต้ท้องรถล่องหน” ช่วยให้เห็นสิ่งกีดขวางรอบรถได้ทุกมิติ
เทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะ (Autonomous Tech)
-
G-ASD 4.0 (Global Autonomous Safe Driving): ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะเจเนอเรชันล่าสุดที่ Zeekr พัฒนาขึ้นเอง
-
Dual NVIDIA DRIVE Thor: ขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผลคู่ที่มีพลังสูงถึง 1,400 TOPS (สูงกว่าชิป Orin รุ่นเดิมหลายเท่า) ทำให้ประมวลผลข้อมูลการขับขี่ได้แบบเรียลไทม์โดยไม่มีการดีเลย์
-
Map-free Navigation: รองรับการขับขี่อัตโนมัติแบบ Point-to-Point ทั้งในเมืองและทางหลวง โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาแผนที่ความละเอียดสูง (HD Map) แต่ใช้ AI ในการวิเคราะห์เส้นทางจากเซนเซอร์โดยตรง
-
Active Safety Features: * AEB 2.0: ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติที่ทำงานได้แม่นยำขึ้นแม้ในทางโค้งหรือทางแยก
-
Emergency Lane Keeping: ระบบดึงรถกลับเข้าเลนอัตโนมัติเมื่อเสี่ยงต่อการชน
-
Automated Valet Parking: ระบบจอดรถอัตโนมัติที่คนขับสามารถลงจากรถแล้วปล่อยให้รถหาที่จอดเองได้
-












