BYD ทำสถิติยอดขายสูงสุดในประวัติศาสตร์ ปี 2025 ทะลุ 4.6 ล้านคัน ครองแชมป์จีนและผู้นำรถพลังงานใหม่โลก

BYD ทำสถิติยอดขายสูงสุดในประวัติศาสตร์ ปี 2025 ทะลุ 4.6 ล้านคัน ครองแชมป์จีนและผู้นำรถพลังงานใหม่โลก
สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์อีกครั้ง หลังประกาศยอดขายปี 2025 อย่างเป็นทางการ โดยมียอดจำหน่ายสะสมตลอดทั้งปีสูงถึง 4,602,436 คัน เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด และทำสถิติสูงสุดตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท จากตัวเลขดังกล่าว ส่งผลให้ BYD ครองตำแหน่งแชมป์ยอดขาย ทั้งในฐานะผู้ผลิตรถยนต์และแบรนด์รถยนต์อันดับหนึ่งของจีน พร้อมกันนั้นยังครองแชมป์ ยอดขายรถพลังงานใหม่ (New Energy Vehicle: NEV) ระดับโลก ต่อเนื่องอีกปี
ยอดขายรถยนต์นั่งปี 2025 โตแรง ส่งออกทะลุ 1 ล้านคันครั้งแรก
เฉพาะกลุ่มรถยนต์นั่ง (Passenger Car) BYD มียอดขายในเดือนธันวาคม 2025 อยู่ที่ 414,784 คัน ขณะที่ยอดขายรวมตลอดปีทำได้ 4,545,423 คัน
ไฮไลต์สำคัญคือ ยอดส่งออกรถยนต์ไปต่างประเทศทะลุ 1,000,000 คันเป็นครั้งแรก สะท้อนความสำเร็จของ BYD ในการขยายตลาดนอกประเทศจีน ทั้งในเอเชีย ยุโรป อเมริกาใต้ และตะวันออกกลาง
Dynasty + Ocean Network ยังคงเป็นเสาหลักยอดขาย
เครือ Dynasty Network (王朝网) และ Ocean Network (海洋网) ยังคงเป็นกำลังหลักของ BYD โดยมียอดขายรวมกันมากกว่า 4 ล้านคัน
Dynasty Network: Qin Series ครองแชมป์รุ่นขายดีที่สุด
Dynasty Network มียอดขายสะสมทั้งปี 1,885,203 คัน โดยรุ่นที่ประสบความสำเร็จสูงสุดคือ ตระกูล Qin (Qin PLUS, Qin L และ Qin EV) ซึ่งทำยอดขายรวมได้ถึง 661,090 คัน กลายเป็นรถที่ขายดีที่สุดของ BYD ในปี 2025
Ocean Network: Seagull และ Song PLUS ดันยอดทะลุ 2.2 ล้านคัน
Ocean Network ทำยอดขายสะสมได้ 2,220,008 คัน แซงหน้า Dynasty Network โดยมี BYD Seagull เป็นรุ่นเรือธง ทำยอดขายทั้งปี 529,537 คัน กลายเป็นรถพลังงานใหม่ระดับเริ่มต้นที่ขายดีที่สุดในจีน ขณะที่ Song PLUS ยังคงรักษาความนิยมอย่างต่อเนื่อง ด้วยยอดขายทั้งปี 400,920 คัน
Denza และ Fang Cheng Bao ดันตลาดพรีเมียม-ออฟโรดโตต่อเนื่อง
Denza แบรนด์พรีเมียม ยอดขายเกิน 1.5 แสนคัน
Denza แบรนด์ระดับพรีเมียมของ BYD มียอดขายทั้งปี 157,134 คัน โดย Denza D9 เป็นรุ่นหลัก ทำยอดขายได้ 103,460 คัน ส่วน Denza N8L รุ่นใหม่ที่เพิ่งเปิดตัว เริ่มแสดงศักยภาพชัดเจน โดยในเดือนธันวาคมทำยอดขายได้ถึง 6,510 คัน
Fang Cheng Bao โตแรง ไท่ 7 ขึ้นแท่น SUV ขายดี
Fang Cheng Bao มียอดขายสะสมทั้งปี 234,637 คัน โดยรุ่นที่มาแรงที่สุดคือ Tai 7 ซึ่งในเดือนธันวาคมเพียงเดือนเดียวทำยอดขายได้ 34,088 คัน
ความสำเร็จดังกล่าวทำให้ Tai 7 กลายเป็น SUV พลังงานใหม่ที่ขายดีที่สุดอันดับ 2 ของจีน รองจาก Xiaomi YU7 ขณะที่ Bao 5 รถสายออฟโรด มียอดขายทั้งปี 59,836 คัน
Yangwang แบรนด์หรูระดับล้านหยวน แม้ปริมาณน้อยแต่สร้างภาพลักษณ์
สำหรับแบรนด์หรูระดับบน Yangwang มียอดขายรวมทั้งปี 4,785 คัน แบ่งเป็น
- Yangwang U8: 2,728 คัน
- Yangwang U7: 1,953 คัน
- Yangwang U9 (ซูเปอร์คาร์ไฟฟ้า): 104 คัน
แม้ยอดขายจะไม่สูง แต่ Yangwang มีบทบาทสำคัญในการสร้างภาพลักษณ์ด้านเทคโนโลยีขั้นสูง และยกระดับแบรนด์ BYD ในตลาดโลก
บทสรุป BYD ตอกย้ำผู้นำยุครถพลังงานใหม่
ยอดขายกว่า 4.6 ล้านคันในปี 2025 ไม่เพียงตอกย้ำความแข็งแกร่งของ BYD ในจีนเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความสำเร็จในการรุกตลาดโลกอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมตั้งแต่รถราคาประหยัด รถครอบครัว รถพรีเมียม ไปจนถึงรถหรูระดับซูเปอร์คาร์
ด้วยพอร์ตผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย เทคโนโลยีแบตเตอรี่และระบบขับเคลื่อนที่พัฒนาเอง BYD กำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ทรงอิทธิพลที่สุดของอุตสาหกรรมยานยนต์โลกในยุคเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานไฟฟ้า
ยอดขายรายปี (หลักจากกลยุทธ์ NEV เติบโต)
| ปี | ยอดขายทั่วโลก (ประมาณ) | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| 2019 | 467,960 คัน | ตลาดจีนเริ่มโตอย่างมีนัยสำคัญ |
| 2020 | 431,447 คัน | เริ่มเข้าสู่ยุคขาย NEV อย่างจริงจัง |
| 2021 | 749,325 คัน | โตเกือบเท่าตัว YoY |
| 2022 | 1,881,669 คัน | เกือบแตะ 2 ล้านคัน |
| 2023 | 3,024,417 คัน | โตสูงต่อเนื่องมากกว่า 60% จากปีก่อน |
| 2024 | 4,272,145 คัน | พุ่งแตะ >4 ล้านคัน เติบโต 41% YoY |
| 2025 | 4,602,436 คัน | สถิติสูงสุดใหม่ของบริษัท (ปรับเป้าลงเล็กน้อยแต่ยังเติบโต) |

