Mercedes-Benz เตือน “อย่าชาร์จเกิน 80%” ใน EQB บางล็อต เสี่ยงเหตุความร้อน/ไฟไหม้ รออัปเดตซอฟต์แวร์แก้ไขต้นปี 2026

Mercedes-Benz เตือน “อย่าชาร์จเกิน 80%” ใน EQB บางล็อต เสี่ยงเหตุความร้อน/ไฟไหม้ รออัปเดตซอฟต์แวร์แก้ไขต้นปี 2026
Spread the love
Advertisement Advertisement

Mercedes-Benz เตือน “อย่าชาร์จเกิน 80%” ใน EQB บางล็อต เสี่ยงเหตุความร้อน/ไฟไหม้ รออัปเดตซอฟต์แวร์แก้ไขต้นปี 2026


ข่าวเรียกคืน (recall) ของรถยนต์ไฟฟ้าอาจไม่ใช่เรื่องใหม่ในยุค EV แต่กรณีล่าสุดของ Mercedes-Benz EQB ทำให้หลายคนต้อง “กลับมาคิดเรื่องการชาร์จเต็ม” อีกครั้ง เมื่อผู้ผลิตออกคำแนะนำให้เจ้าของรถบางล็อต จำกัดการชาร์จสูงสุดไว้ที่ 80% เนื่องจากมีความเสี่ยงเกิดสิ่งที่วิศวกรเรียกว่า “thermal event” ซึ่งโดยสาระสำคัญคือความเป็นไปได้ของ การลัดวงจรภายในเซลล์แบตเตอรี่ และอาจนำไปสู่ เพลิงไหม้รถ ได้ ทั้งในระหว่างขับและขณะจอดนิ่ง จนกว่าจะมีการแก้ไขด้วยซอฟต์แวร์ที่ศูนย์บริการในช่วง ต้นปี 2026.

ประเด็นสำคัญ ทำไมถึง “ห้ามชาร์จเต็ม”

Mercedes ใช้คำว่า thermal event เพื่ออธิบายความเสี่ยงด้านความร้อนจากระบบแบตเตอรี่แรงดันสูง ซึ่งเป็นศัพท์ทางวิศวกรรมที่ครอบคลุมเหตุการณ์เช่น ความร้อนสะสมผิดปกติ/การลัดวงจรภายในเซลล์ และในสถานการณ์เลวร้ายอาจลุกลามเป็น ไฟไหม้แบตเตอรี่.

จุดที่ทำให้คำเตือนนี้ “จริงจัง” คือเอกสารหน่วยงานกำกับระบุชัดว่า เหตุการณ์สามารถเกิดได้ทั้ง ขณะขับ และ ขณะจอด และในบางสถานการณ์รถที่จอดอยู่อาจเกิดเหตุได้โดย ไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า ทำให้มาตรการชั่วคราวที่ง่ายที่สุดคือ “ลดระดับพลังงานสูงสุด” โดยกำหนดให้ชาร์จไม่เกิน 80% เพื่อลดความเค้นของแบตเตอรี่ในช่วง SOC สูง

รถที่ได้รับผลกระทบ จำนวนไม่มาก แต่ต้องทำตามคำแนะนำ

รอบล่าสุดนี้มีรถที่กระทบในสหรัฐฯ จำนวน 169 คัน โดยเป็น EQB รุ่นปี MY2022–2023 ที่ Mercedes ระบุว่าเป็นรถ “ช่วงต้นของการผลิต (early-stage)” ขณะที่ล็อตหลัง ๆ ใช้แบตเตอรี่ที่ “robust” กว่าและไม่อยู่ในกลุ่มนี้.

  • EQB 300 4Matic 100 คัน
  • EQB 350 4Matic 48 คัน
  • EQB 250 21 คัน

แม้จำนวนจะดูน้อย แต่แนวทางของผู้ผลิตคือ “ความปลอดภัยมาก่อน” เจ้าของรถในกลุ่มที่ถูกแจ้งต้องปฏิบัติตามข้อแนะนำการชาร์จ 80% จนกว่าจะได้รับการแก้ไข.

เดจาวู เคยมีการเรียกคืนลักษณะคล้ายกันมาก่อน

จุดที่ทำให้หลายคนจับตาคือ ก่อนหน้านี้ Mercedes เคยเรียกคืน EQB ในสหรัฐฯ “มากกว่า 7,000 คัน” ด้วยความเสี่ยงไฟไหม้จากแบตเตอรี่แรงดันสูงเช่นกัน และในครั้งนั้นก็ใช้แนวทางเดียวกันคือ แนะนำชาร์จไม่เกิน 80% จนกว่าจะได้ซอฟต์แวร์อัปเดต.

สิ่งนี้สะท้อนภาพรวมของอุตสาหกรรม EV: ในช่วงที่เทคโนโลยีแบตเตอรี่และซอฟต์แวร์กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว ผู้ผลิตจำนวนมากเลือกใช้ “มาตรการบริหารความเสี่ยง” ผ่านซอฟต์แวร์และคำแนะนำการใช้งานชั่วคราว เพื่อลดโอกาสเกิดเหตุ ก่อนมีการแก้ไขถาวร.

Advertisement Advertisement

วิธีแก้ไข ไม่ได้เปลี่ยนแบตฯ แต่เป็น “อัปเดตซอฟต์แวร์” ที่ศูนย์

หลายคนอาจคาดหวังว่าเมื่อเป็นความเสี่ยงระดับแบตเตอรี่ ผู้ผลิตจะเปลี่ยนแบตเตอรี่ลูกใหม่ แต่สำหรับแคมเปญนี้ แนวทางแก้คือ อัปเดตซอฟต์แวร์ระบบบริหารแบตเตอรี่ (Battery Management System) โดยต้องเข้าศูนย์บริการ และกำหนดช่วงดำเนินการไว้ ต้นปี 2026.

ข้อแนะนำจากเอกสารทางการระบุชัดว่า จนกว่าจะทำการแก้ไข เจ้าของรถควรตั้งค่า SOC สูงสุดไว้ที่ 80%.

ผลกระทบต่อการใช้งานจริง “ระยะทางหาย” เท่าไรเมื่อชาร์จแค่ 80%

ประเด็นที่กระทบผู้ใช้ทันทีคือ ระยะทางสูงสุดต่อการชาร์จ 1 ครั้ง โดยเฉพาะในรุ่นที่ระยะทางไม่ได้ยาวมากตั้งแต่ต้น เช่น EQB 350 ที่มีระยะทางตามมาตรฐาน EPA ประมาณ 227 ไมล์ เมื่อชาร์จเต็ม หากจำกัดไว้ที่ 80% ระยะทางทฤษฎีจะลดลงเหลือราว 80% ของตัวเลขเดิม.

  • 227 ไมล์ × 0.8 ≈ 182 ไมล์ (ประมาณ 293 กม.)
  • หากเผื่อ “ขอบปลอดภัย” ไม่ใช้จนเหลือ 0% (เช่น เว้นไว้ 10–15%) ระยะทางใช้งานจริงอาจลดลงอีก

นี่คือเหตุผลที่สื่อบางแห่งมองว่า “ข้อจำกัด 80%” อาจสร้างภาระกับผู้ใช้ที่ต้องเดินทางไกลหรือมีพฤติกรรมลากจูง/บรรทุกหนัก เพราะเมื่อระยะทางสั้นลง ความถี่ในการแวะชาร์จจะเพิ่มขึ้นทันที.

เจ้าของรถควรทำอะไรตอนนี้

  1. ตรวจสอบว่ารถอยู่ในกลุ่มเรียกคืนหรือไม่ แนวปฏิบัติทั่วไปคือเช็กจากแจ้งเตือนของผู้ผลิต/แอป/หรือสอบถามศูนย์บริการตามเลขตัวถัง (VIN) (บทความนี้อ้างอิงประกาศเรียกคืนในสหรัฐฯ เป็นหลัก).
  2. ตั้งค่าชาร์จสูงสุด 80% ตั้งค่าในรถหรือในแอปของ Mercedes (ถ้ามีเมนูจำกัด SOC) และหลีกเลี่ยงการชาร์จเต็ม 100% จนกว่าจะได้รับการแก้ไข.
  3. สังเกตการแจ้งเตือนบนหน้าปัด ผู้ผลิตระบุว่าอาจมีการแจ้งเตือนระหว่างขับ หากเกิดความผิดปกติ แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่รถจอดอาจเกิดเหตุโดยไม่มีสัญญาณเตือน.}
  4. นัดหมายเข้าศูนย์เพื่ออัปเดตซอฟต์แวร์ การแก้ไขจะเป็นการอัปเดตระบบบริหารแบตเตอรี่ ซึ่งต้องดำเนินการโดยศูนย์บริการตามกำหนด.

มุมมองเชิงเทคนิค ทำไมการจำกัด 80% ถึงช่วยลดความเสี่ยงได้

โดยหลักการทั่วไป แบตเตอรี่ลิเทียมไอออนจะมี “ภาระทางเคมีไฟฟ้า” สูงขึ้นเมื่ออยู่ในช่วง SOC สูง และมีความไวต่อปัจจัยด้านอุณหภูมิ/ความต้านทานภายในมากขึ้น การจำกัด SOC ไว้ที่ 80% จึงเป็นมาตรการล ความเค้น (stress) ของระบบ ลดโอกาสที่เงื่อนไขผิดปกติจะพัฒนาไปสู่เหตุการณ์ความร้อนรุนแรง
ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางความปลอดภัยที่ผู้ผลิตระบุในเอกสารการเรียกคืน.

สรุป เรื่องเล็กในจำนวนรถ แต่ไม่เล็กในมุม “ความเชื่อมั่น EV พรีเมียม”

แม้การเรียกคืนรอบนี้จะกระทบรถเพียง 169 คัน แต่การต้อง “ห้ามชาร์จเต็ม” สะท้อนโจทย์สำคัญของรถไฟฟ้าในตลาดพรีเมียม: ผู้ใช้คาดหวังทั้งความปลอดภัย ความสะดวก และระยะทางใช้งานจริงที่ไม่ถูกจำกัด ดังนั้นการแก้ไขด้วยซอฟต์แวร์ในต้นปี 2026 จะเป็นจุดที่ต้องจับตาว่า Mercedes จะสามารถยุติข้อกังวลนี้ได้ “อย่างเด็ดขาด” เพียงใด.

FAQ: คำถามที่คนใช้ EQB มักสงสัย

1) ต้องชาร์จ 80% นานแค่ไหน?

ตามประกาศเรียกคืนในสหรัฐฯ แนะนำให้จำกัด 80% จนกว่าจะทำการแก้ไข ซึ่งเป็นการอัปเดตซอฟต์แวร์ที่ศูนย์บริการในช่วง ต้นปี 2026.

2) ถ้าจำเป็นต้องเดินทางไกล ชาร์จ 100% ได้ไหม?

ในเชิง “คำแนะนำความปลอดภัย” ผู้ผลิตระบุให้จำกัดไว้ที่ 80% จนกว่าจะได้รับการแก้ไข หากจำเป็นต้องเดินทางไกล แนะนำวางแผนเส้นทาง/จุดชาร์จเพิ่ม และเผื่อเวลามากขึ้น เพราะการฝืนชาร์จเกินคำแนะนำย่อมเพิ่มความเสี่ยงตามที่ประกาศระบุ.

3) รถจะมีอาการเตือนก่อนเกิดเหตุไหม?

ผู้ผลิตระบุว่าอาจมีคำเตือนบนหน้าปัดในบางกรณีระหว่างขับ แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่รถจอดจะเกิดเหตุได้โดยไม่มีคำเตือน.

Carscoop

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้