CHERY Automobile ครึ่งปี 2026 กำไร 41,875 ล้านบาท ขายรถรวม 1.35 ล้านคัน ส่งออกคิดเป็น 70%

CHERY Automobile ครึ่งปี 2026 กำไร 41,875 ล้านบาท ขายรถรวม 1.35 ล้านคัน ส่งออกคิดเป็น 70%
Spread the love
Advertisement Advertisement

CHERY ครึ่งแรกปี 2026 รายได้ทะลุ 7 แสนล้านบาท ต่างประเทศสร้างรายได้เกือบ 70%

CHERY Automobile เปิดเผยผลประกอบการช่วงครึ่งแรกของปี 2026 สามารถสร้างรายได้รวม 143,280 ล้านหยวน หรือประมาณ 700,353 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยตลาดต่างประเทศกลายเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนรายได้และยอดขายของบริษัทอย่างชัดเจน

รายได้จากตลาดต่างประเทศอยู่ที่ 98,968 ล้านหยวน หรือประมาณ 483,756 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 51% และคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 70% ของรายได้ทั้งหมด

พูดง่าย ๆ คือ ในทุก ๆ รายได้ 3 หยวนของ CHERY จะมีประมาณ 2 หยวนที่มาจากลูกค้าในต่างประเทศ สะท้อนให้เห็นว่า CHERY ไม่ได้พึ่งพาตลาดจีนเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่กำลังก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์จีนที่มีฐานรายได้ระดับโลกอย่างเต็มตัว

ครึ่งปีขายรถรวมกว่า 1.35 ล้านคัน

ช่วงเดือนมกราคม–มิถุนายน 2026 CHERY Group มียอดจำหน่ายรถยนต์สะสม 1,357,500 คัน เพิ่มขึ้น 7.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน และเป็นยอดขายครึ่งปีแรกที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของกลุ่มบริษัท ขณะที่ CHERY Automobile ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง มียอดจำหน่ายรถยนต์รวม 1,275,000 คัน

ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า แม้อุตสาหกรรมรถยนต์จีนจะเผชิญการแข่งขันด้านราคาอย่างรุนแรง แต่ CHERY ยังสามารถรักษาการเติบโตของยอดขายได้ โดยเฉพาะจากรถยนต์พลังงานใหม่และการส่งออก

รถยนต์พลังงานใหม่ขาย 475,000 คัน

รถยนต์พลังงานใหม่ของ CHERY ซึ่งครอบคลุมรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์พลังงานทางเลือก มียอดขายสะสม 475,000 คัน เพิ่มขึ้น 32.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

CHERY สามารถทำยอดขายรถยนต์พลังงานใหม่มากกว่า 100,000 คันต่อเดือนได้ต่อเนื่องเป็นเวลา 3 เดือน พร้อมดันยอดขายส่งขึ้นไปติด 3 อันดับแรกของอุตสาหกรรมรถยนต์พลังงานใหม่ในจีน

รายได้จากธุรกิจรถยนต์พลังงานใหม่อยู่ที่ 59,284 ล้านหยวน หรือประมาณ 289,780 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 63.8% สัดส่วนรายได้จากรถยนต์พลังงานใหม่เพิ่มจาก 25.6% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็น 41.4% ในครึ่งแรกของปี 2026 หรือเพิ่มขึ้นถึง 15.8 จุดเปอร์เซ็นต์

ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่า CHERY กำลังเปลี่ยนผ่านจากผู้ผลิตรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปที่แข็งแกร่ง ไปสู่ผู้ผลิตรถยนต์พลังงานใหม่อย่างรวดเร็ว และรายได้จากรถยนต์กลุ่มนี้กำลังเข้าใกล้ครึ่งหนึ่งของรายได้ทั้งหมด

ส่งออกรถยนต์เกือบ 1 ล้านคันใน 6 เดือน

อีกหนึ่งตัวเลขที่โดดเด่นคือยอดส่งออกรถยนต์ของ CHERY ซึ่งอยู่ที่ 943,800 คัน เพิ่มขึ้นถึง 71.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน เมื่อเทียบกับยอดขายรวมของกลุ่ม หมายความว่ารถยนต์ CHERY ทุก ๆ 3 คันที่จำหน่ายในช่วงครึ่งปีแรก จะมีประมาณ 2 คันถูกส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ หรือคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 70% ของยอดขายทั้งหมด

ตลาดต่างประเทศจึงไม่ได้เป็นเพียงตลาดเสริม แต่กลายเป็นฐานธุรกิจหลักของ CHERY ทั้งในด้านรายได้และปริมาณการจำหน่าย การเติบโตของตลาดต่างประเทศยังช่วยลดความเสี่ยงจากการแข่งขันด้านราคาในประเทศจีน ซึ่งผู้ผลิตรถยนต์จำนวนมากกำลังเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนและอัตรากำไร

ยุโรปกลายเป็นตลาดเติบโตแห่งใหม่

ยุโรปเป็นหนึ่งในตลาดที่ CHERY เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยช่วงเดือนมกราคม–พฤษภาคม 2026 บริษัทจำหน่ายรถยนต์ในยุโรปได้ประมาณ 139,000 คัน เพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อน

ในสหราชอาณาจักร CHERY สามารถขึ้นไปอยู่ในอันดับ 2 ของยอดขายรวมทุกแบรนด์ได้ต่อเนื่อง 3 เดือน ขณะที่ JAECOO 7 เคยขึ้นเป็นรถยนต์ที่มียอดขายสูงสุดของตลาดสหราชอาณาจักรในบางเดือน

ความสำเร็จในยุโรปมีความสำคัญต่อ CHERY เนื่องจากเป็นตลาดที่มีข้อกำหนดเข้มงวดทั้งด้านความปลอดภัย มาตรฐานสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี และภาพลักษณ์ของแบรนด์

หาก CHERY สามารถรักษาการเติบโตในยุโรปได้อย่างต่อเนื่อง จะช่วยยกระดับแบรนด์จีนจากผู้เล่นที่เน้นความคุ้มค่า ไปสู่การแข่งขันกับผู้ผลิตรถยนต์ระดับโลกได้มากขึ้น

กำไรขั้นต้นเพิ่ม แม้รายได้รวมโตเพียง 1.2%

แม้รายได้รวมของ CHERY จะเพิ่มขึ้นเพียง 1.2% แต่คุณภาพของกำไรกลับปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน บริษัทมีกำไรขั้นต้น 23,044 ล้านหยวน หรือประมาณ 112,639 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มจาก 13% เป็น 16.1% หรือเพิ่มขึ้น 3.1 จุดเปอร์เซ็นต์

กำไรในช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ 9,016 ล้านหยวน หรือประมาณ 44,070 ล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทแม่อยู่ที่ 8,567 ล้านหยวน หรือประมาณ 41,875 ล้านบาท CHERY มีอัตรากำไรสุทธิประมาณ 6.3% ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมรถยนต์จีน

ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติจีนระบุว่า อุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์จีนมีอัตรากำไรต่อรายได้เฉลี่ยประมาณ 3.8% ขณะที่ข้อมูลจากสมาคมผู้ผลิตรถยนต์จีนระบุว่า ธุรกิจผลิตรถยนต์ทั้งคันมีอัตรากำไรเฉลี่ยเพียงประมาณ 1.5%

เมื่อเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยของธุรกิจผลิตรถยนต์ทั้งคัน อัตรากำไรสุทธิของ CHERY สูงกว่าประมาณ 4.2 เท่า การที่กำไรขั้นต้นเติบโตเร็วกว่ารายได้ อาจสะท้อนถึงการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้น รวมถึงสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศและรถยนต์พลังงานใหม่ที่เพิ่มสูงขึ้น

ถือเงินสดกว่า 3 แสนล้านบาท

ณ สิ้นงวด CHERY มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดรวม 63,419 ล้านหยวน หรือประมาณ 309,992 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.1% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2025

เงินสดจำนวนมากช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้ CHERY สามารถลงทุนพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่ ขยายโรงงาน สร้างเครือข่ายจำหน่ายในต่างประเทศ และลงทุนในเทคโนโลยีได้อย่างต่อเนื่อง

ในช่วงครึ่งปีแรก บริษัทใช้งบประมาณด้านการวิจัยและพัฒนา 6,672 ล้านหยวน หรือประมาณ 32,613 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน

งบวิจัยและพัฒนาส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้กับเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า ระบบช่วยเหลือการขับขี่ และห้องโดยสารอัจฉริยะ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสำคัญในการแข่งขันกับผู้ผลิตรถยนต์จีนและค่ายรถยนต์ระดับโลก

กำไรสุทธิลดลงและแบรนด์พรีเมียมยังเป็นจุดอ่อน

อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการของ CHERY ไม่ได้เติบโตในทุกด้าน เนื่องจากค่าใช้จ่ายด้านการขายและการวิจัยพัฒนาที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทแม่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน แม้กำไรขั้นต้นและอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับตัวดีขึ้นก็ตาม

อีกหนึ่งความท้าทายสำคัญคือการยกระดับแบรนด์เข้าสู่ตลาดพรีเมียม โดย EXEED และ LUXEED มียอดขายในช่วงครึ่งปีแรกลดลง 44.9% และ 56.9% ตามลำดับ

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า CHERY ประสบความสำเร็จอย่างมากในตลาดรถยนต์ระดับแมส รถยนต์พลังงานใหม่ และตลาดส่งออก แต่ยังต้องใช้เวลาในการสร้างการยอมรับในตลาดรถยนต์ระดับบน ซึ่งผู้บริโภคให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ เทคโนโลยี ประสบการณ์ใช้งาน และมูลค่าแบรนด์มากกว่าราคาเพียงอย่างเดียว

CHERY กำลังเปลี่ยนจากค่ายรถจีนสู่ผู้ผลิตระดับโลก

ภาพรวมผลประกอบการครึ่งแรกของปี 2026 แสดงให้เห็นว่า ตลาดต่างประเทศกำลังกลายเป็นเสาหลักของ CHERY อย่างแท้จริง โดยสร้างรายได้เกือบ 70% และมีสัดส่วนยอดส่งออกเกือบ 7 ใน 10 ของยอดขายทั้งหมด

ขณะเดียวกัน รายได้จากรถยนต์พลังงานใหม่เพิ่มขึ้นมากกว่า 60% และคิดเป็นกว่า 40% ของรายได้รวม สะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านด้านผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

จุดแข็งสำคัญของ CHERY ในเวลานี้คือยอดส่งออก การเติบโตในยุโรป อัตรากำไรที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม และเงินสดในมือกว่า 3 แสนล้านบาท

ส่วนโจทย์สำคัญที่ต้องจับตามองต่อไป คือการรักษาการเติบโตท่ามกลางการแข่งขันด้านราคา การเปลี่ยนยอดขายในต่างประเทศให้เป็นกำไรอย่างยั่งยืน และการผลักดันแบรนด์ระดับพรีเมียมให้ได้รับการยอมรับมากขึ้น

หาก CHERY สามารถแก้ไขจุดอ่อนด้านตลาดพรีเมียมได้สำเร็จ บริษัทก็มีโอกาสก้าวจากผู้ส่งออกรถยนต์รายใหญ่ของจีน ไปสู่การเป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์ระดับโลกอย่างเต็มตัว

หมายเหตุ: ตัวเลขเงินบาทคำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยน 1 หยวนจีน = 4.888 บาท เป็นการประมาณการเบื้องต้น และยังไม่รวมความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน

แหล่งข้อมูล: ผลประกอบการครึ่งแรกปี 2026 ของ CHERY Automobile

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้