รัฐบาลเดินหน้าเงินกู้ 4 แสนล้านบาท แบ่ 2 แสนล้าน ดันพลังงานสะอาด–EV–สถานีชาร์จ พร้อมสร้างแรงงานรองรับอุตสาหกรรมใหม่
รัฐบาลเดินหน้าเงินกู้ 4 แสนล้านบาท ดันพลังงานสะอาด–EV–สถานีชาร์จ พร้อมสร้างแรงงานรองรับอุตสาหกรรมใหม่
วันที่ 27 สิงหาคม 2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า หลังจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 มีมติอนุมัติพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 วงเงิน ไม่เกิน 400,000 ล้านบาท
รัฐบาลระบุว่า พร้อมเดินหน้าดำเนินมาตรการตามกรอบกฎหมาย โดยยืนยันว่าเงินกู้จะต้องถูกใช้ภายใต้เป้าหมายที่ชัดเจน มีความคุ้มค่า โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้
2 แสนล้านบาท สำหรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานประเทศ
หนึ่งในส่วนสำคัญคือ แผนงานที่ 2 วงเงิน 200,000 ล้านบาท ซึ่งมุ่งปรับโครงสร้างและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศไทย
คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ หรือ คกง. ได้เห็นชอบกรอบแนวคิด หลักเกณฑ์ และแนวทางการพิจารณาโครงการไว้ล่วงหน้า เพื่อให้เงินกู้ถูกนำไปลงทุนในโครงการที่สามารถสร้างผลลัพธ์ได้จริง
เป้าหมายสำคัญครอบคลุมตั้งแต่
- ลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล
- เพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทน
- พัฒนาโครงข่ายไฟฟ้า
- เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน
- ส่งเสริมยานยนต์พลังงานสะอาด
- พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า
- สร้างแรงงานที่มีทักษะรองรับอุตสาหกรรมพลังงานใหม่
EV ได้อานิสงส์ ทั้งรถ สถานีชาร์จ และสถานีสลับแบตเตอรี่
สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ หนึ่งในกรอบการลงทุนที่น่าสนใจคือการสนับสนุน ยานพาหนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รัฐบาลระบุชัดถึงการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ รถยนต์ไฟฟ้า EV, พลังงานสะอาด, EV Charging Station และ Battery Swapping Station
รวมถึงการยกระดับประสิทธิภาพของระบบโลจิสติกส์
นั่นหมายความว่าเงินลงทุนในแผนเปลี่ยนผ่านพลังงานไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการผลิตไฟฟ้าสะอาด แต่ยังครอบคลุมไปถึงระบบนิเวศของยานยนต์ไฟฟ้า ตั้งแต่ตัวรถ โครงสร้างพื้นฐานสำหรับการชาร์จ ไปจนถึงเทคโนโลยีสลับแบตเตอรี่
หากมีโครงการผ่านหลักเกณฑ์และได้รับจัดสรรเงินจริง จึงมีโอกาสช่วยเร่งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน EV ของประเทศไทยในช่วงต่อไป
กรอบลงทุนแบ่งเป็น 3 ด้านใหญ่
รัฐบาลแบ่งกรอบการลงทุนออกเป็น 3 ด้านหลัก
1. ลดการใช้พลังงานฟอสซิล
เน้นเพิ่มการใช้พลังงานทดแทน พัฒนาโครงข่ายไฟฟ้า ตลอดจนเทคโนโลยีสำหรับบริหารจัดการพลังงาน เพื่อรองรับระบบพลังงานที่มีความยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
2. ส่งเสริมยานยนต์สะอาด
ครอบคลุมยานพาหนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รถยนต์ไฟฟ้า ระบบพลังงานสะอาด สถานีชาร์จ EV และสถานีสลับแบตเตอรี่ รวมถึงการปรับปรุงระบบโลจิสติกส์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
3. สร้างคนและสร้างงานใหม่
รัฐบาลต้องการใช้การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานควบคู่กับการสร้างทักษะแรงงานใหม่ ผ่านโครงการ Upskill และ Reskill
ตัวอย่างอาชีพที่ระบุไว้ ได้แก่
- ช่างติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์
- ช่างซ่อมบำรุงโซลาร์เซลล์
- ช่างซ่อมบำรุงรถยนต์ไฟฟ้า EV
- บุคลากรที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมพลังงานใหม่
นอกจากนี้ยังเปิดทางให้สนับสนุนนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้งานจริง หรือต่อยอดไปสู่เชิงพาณิชย์ได้
ตั้ง Negative List ปิดช่องใช้งบกับโครงการที่ไม่เกิดผลโดยตรง
อีกประเด็นสำคัญคือรัฐบาลได้กำหนด Negative List หรือรายการโครงการที่ไม่สามารถนำเงินกู้ไปใช้ได้
เช่น
- การจ้างที่ปรึกษาเพื่อศึกษาวิจัย
- การศึกษาดูงาน
- การเดินทางไปต่างประเทศ
- การจัดซื้อวัสดุหรือครุภัณฑ์เพื่อแจกจ่ายประชาชนโดยตรง
- การแบ่งซื้อแบ่งจ้าง
- โครงการที่ซ้ำซ้อนกับงบประมาณรายจ่ายประจำปี
- โครงการที่มีแหล่งเงินสนับสนุนจากช่องทางอื่นอยู่แล้ว
นอกจากนี้โครงการลงทุนจะต้องเป็นไปตามมาตรฐานและข้อกำหนดทางเทคนิค เพื่อให้สิ่งที่ลงทุนสามารถใช้งานและบำรุงรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว
ทุกโครงการต้องมี KPI วัดผลได้
การขอรับจัดสรรเงินกู้จะไม่ใช่เพียงการเสนอวงเงิน แต่จะต้องระบุ เป้าหมายและตัวชี้วัดผลสำเร็จ อย่างชัดเจน และต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของแผนงาน
สำนักงบประมาณจะปรับระบบการยื่นคำขอผ่าน New e-Budgeting ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้
นางสาวรัชดาระบุว่า
“พ.ร.ก.ฉบับนี้ไม่ใช่การกู้เงินมากองไว้ และไม่ใช่การตีเช็คเปล่าให้หน่วยงานนำไปใช้โดยไม่มีกรอบ ทุกบาทมีเป้าหมาย มีหลักเกณฑ์ และต้องมีผลลัพธ์ที่วัดได้”
รัฐบาลมองว่าการลงทุนครั้งนี้จะเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ประเทศไทย ลดการพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศ เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และสร้างอาชีพใหม่ในเศรษฐกิจพลังงานสะอาด
สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ จุดที่ต้องจับตาต่อจากนี้จึงอยู่ที่ว่า จากกรอบวงเงิน 200,000 ล้านบาทสำหรับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน จะมีโครงการด้าน EV สถานีชาร์จ โครงข่ายไฟฟ้า และการพัฒนาบุคลากรได้รับอนุมัติจริงมากน้อยเพียงใด เพราะตัวเลข 200,000 ล้านบาทเป็นกรอบวงเงินรวมของแผนงาน ไม่ได้หมายความว่าเงินทั้งหมดจะถูกนำมาใช้กับอุตสาหกรรม EV โดยตรง


