สคบ. ลุยตรวจเข้ม! “ศุภมาส” สั่งจัดการจักรยานไฟฟ้าไม่ได้มาตรฐาน หลังเหตุระเบิดคาบ้าน
สคบ. ลุยตรวจเข้ม! “ศุภมาส” สั่งจัดการจักรยานไฟฟ้าไม่ได้มาตรฐาน หลังเหตุระเบิดคาบ้าน
จากกรณีเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ เมื่อแบตเตอรี่รถจักรยานไฟฟ้าเกิดการระเบิดขณะชาร์จไฟภายในบ้านพัก จนส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้และกลุ่มควันหนาทึบ ทำให้ผู้อยู่อาศัยได้รับอันตรายและเกือบสูญเสียชีวิต เหตุการณ์ดังกล่าวได้จุดกระแสความห่วงใยด้านความปลอดภัยในการใช้งานยานพาหนะไฟฟ้าในครัวเรือนขึ้นมาอีกครั้ง
ล่าสุดเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้ขานรับนโยบายเชิงรุกของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่มุ่งเน้นความปลอดภัยของประชาชนจากสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน โดยสั่งการให้ทีมงานชุดใหญ่ลงพื้นที่ตรวจสอบทันที
เปิดรายชื่อทีมเฉพาะกิจ สคบ. เร่งหาต้นตอสินค้าอันตราย
นางสาวศุภมาส ได้สั่งการให้คณะทำงานระดับแกนนำเร่งบูรณาการตรวจสอบที่มาของสินค้า ทั้งระบบ ตั้งแต่ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ไปจนถึงผู้จำหน่าย โดยมีรายนามดังต่อไปนี้:
- นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
- นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
- นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการ สคบ.
“ดิฉันติดตามกรณีนี้ด้วยความห่วงใย เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นในบ้านที่มีคนอาศัยอยู่ และเกือบเป็นเหตุให้สูญเสียชีวิต ดิฉันได้สั่งการให้ สคบ. ตรวจสอบทันที และประสานสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เพื่อตรวจสอบมาตรฐานของแบตเตอรี่และอุปกรณ์ชาร์จที่จำหน่ายในท้องตลาด ผู้ประกอบการที่นำสินค้าไม่ปลอดภัยมาขายให้ประชาชนต้องรับผิดชอบ”
— นางสาวศุภมาส อิศรภักดี กล่าว
งัดกฎหมายเด็ดขาด! เพิ่มความคุ้มครอง สั่งห้ามขาย-ผู้บริโภคไม่ต้องพิสูจน์เอง
ในด้านการดำเนินคดีและคุ้มครองผู้บริโภค รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีระบุว่า สคบ. มีอาวุธทางกฎหมายที่พร้อมจะจัดการกับผู้ประกอบการที่ไร้ความรับผิดชอบอย่างเด็ดขาด ผ่านกฎหมายสำคัญ 2 ฉบับ คือ:
1. พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522
กฎหมายฉบับนี้ให้อำนาจแก่คณะกรรมการว่าด้วยความปลอดภัยของสินค้าและบริการ ในการสั่งห้ามขายสินค้าที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคได้ในทันที เพื่อหยุดยั้งความเสี่ยงก่อนจะเกิดความสูญเสียเพิ่มขึ้น
2. พระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551
กฎหมายฉบับนี้คุ้มครองผู้ได้รับความเสียหายอย่างเต็มที่ โดยกำหนดให้ผู้ผลิตและผู้นำเข้าต้องรับผิดชอบเมื่อสินค้าไม่ปลอดภัยก่อความเสียหาย ที่สำคัญคือผู้บริโภคไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ว่าใครเป็นฝ่ายผิด
นอกจากนี้ สคบ. จะทำการบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) การไฟฟ้า และสภาองค์กรของผู้บริโภค เพื่อร่วมกันวางมาตรการป้องกันและคุ้มครองประชาชนอย่างรอบด้านในทุกมิติ
5 ข้อควรระวัง! ชาร์จแบตเตอรี่ลิเทียมอย่างไรให้ปลอดภัย
เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุสลดซ้ำรอย นางสาวศุภมาส ได้ฝากความห่วงใยและคำแนะนำในการเลือกซื้อและใช้งานยานพาหนะไฟฟ้าและอุปกรณ์ที่ใช้แบตเตอรี่ลิเทียมไว้ดังนี้:
- มองหาเครื่องหมาย มอก.: เลือกซื้อเฉพาะสินค้าที่ผ่านมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเท่านั้น
- ใช้อุปกรณ์แท้: ใช้สายชาร์จและอะแดปเตอร์แท้ที่ติดมากับตัวสินค้า ไม่ใช้ของเลียนแบบที่ไม่ได้มาตรฐาน
- ห้ามชาร์จทิ้งไว้ข้ามคืน: หลีกเลี่ยงการชาร์จไฟทิ้งไว้ในขณะที่ไม่มีคนอยู่เพื่อป้องกันเหตุฉุกเฉิน
- สถานที่ชาร์จต้องเหมาะสม: ชาร์จในพื้นที่ที่อากาศถ่ายเทสะดวก และอยู่ห่างจากวัตถุไวไฟหรือวัสดุที่ติดไฟง่าย
- สังเกตสิ่งผิดปกติ: หากพบว่าแบตเตอรี่มีอาการบวม, มีความร้อนสะสมผิดปกติ หรือส่งกลิ่นไหม้ ให้หยุดใช้งานทันที
ช่องทางการร้องเรียนเมื่อพบสินค้าอันตราย
หากผู้บริโภคท่านใดพบเห็นการจำหน่ายสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน เสี่ยงอันตราย หรือได้รับความเสียหายจากตัวสินค้า สามารถแจ้งเบาะแสและร้องเรียนได้ผ่านช่องทางต่าง ๆ ดังนี้:
- สายด่วน สคบ.: โทร. 1166
- แอปพลิเคชัน: OCPB Connect
- เว็บไซต์: ocpb.go.th
- หน่วยงานส่วนภูมิภาค: ศูนย์ดำรงธรรมทั่วประเทศ
“ความปลอดภัยของประชาชนต้องมาก่อน ดิฉันยืนยันว่า สคบ. จะไม่ปล่อยให้สินค้าที่เป็นอันตรายมาทำร้ายผู้บริโภค หากพบการกระทำผิดจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด” นางสาวศุภมาส กล่าวสรุปอย่างมั่นใจ



