“เอกนัฏ” สั่งลุย! หั่นค่าการกลั่น 2 บาท รับวิกฤตน้ำมันปี 69 เล็งรอบสองลดเพิ่มถึง 5 บาท

“เอกนัฏ” สั่งลุย! หั่นค่าการกลั่น 2 บาท รับวิกฤตน้ำมันปี 69 เล็งรอบสองลดเพิ่มถึง 5 บาท
ท่ามกลางวิกฤตการณ์พลังงานที่ตึงเครียดจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการนำเข้าน้ำมันดิบของไทย นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้สร้างผลงานทันทีหลังเข้ารับตำแหน่งด้วยการเรียก 6 โรงกลั่นหารือด่วน เพื่อลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชน
มาตรการเฟสแรก: หั่นราคาหน้าโรงกลั่น 2 บาท/ลิตร
จากการหารือเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 รมว.พลังงาน ได้ใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 เข้าควบคุมกลไกราคาหน้าโรงกลั่น หลังจากพบว่า “ค่าการกลั่น” (Refining Margin) พุ่งสูงขึ้นผิดปกติในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
- ผลลัพธ์: ลดราคาหน้าโรงกลั่นลง 2 บาท/ลิตร สำหรับกลุ่มดีเซล (B7 และ B20)
- ผลต่อประชาชน: ราคาน้ำมันหน้าปั๊มลดลงประมาณ 2.14 บาท/ลิตร (มีผลตั้งแต่ 9 เมษายน 2569)
- มูลค่ารวม: คาดว่าจะช่วยลดภาระได้กว่า 5,000 ล้านบาท
“ในเดือนมีนาคม 2569 ค่าการกลั่นเฉลี่ยพุ่งไปถึง 7-17 บาทต่อลิตร จากภาวะปกติที่ 2-3 บาท เราจึงจำเป็นต้องคำนวณกำไรส่วนเกินนี้ใหม่เพื่อคืนให้ประชาชน” – นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์
เปิดไส้ใน 6 โรงกลั่นไทย: กำไรและการดำเนินงานในปี 2568
ปัจจุบันประเทศไทยมีโรงกลั่นน้ำมันหลัก 6 แห่ง ซึ่งแต่ละแห่งมีผลประกอบการและสถานะที่แตกต่างกัน ดังนี้:
| โรงกลั่น | กลุ่มธุรกิจ | สถานะปี 2568 |
|---|---|---|
| 1. ไทยออยล์ (TOP) | กลุ่ม PTT | กำไรสุทธิ 14,584 ล้านบาท (โต 46%) |
| 2. ไออาร์พีซี (IRPC) | กลุ่ม PTT | ขาดทุนสุทธิ 3,571 ล้านบาท (ผลจาก Stock Loss) |
| 3. พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) | กลุ่ม PTT | ขาดทุนสุทธิ 14,600 ล้านบาท (อุตสาหกรรมขาลง) |
| 4. บางจาก (BCP) | กลุ่มบางจาก | กำไรสุทธิ 2,880 ล้านบาท (การผลิตทำนิวไฮ) |
| 5. บางจาก ศรีราชา (BSRC) | เครือบางจาก | พลิกกลับมามีกำไรในไตรมาส 3 (343 ล้านบาท) |
| 6. สตาร์ ปิโตรเลียม (SPRC) | กลุ่มเชฟรอน | กำไรสุทธิ 2,700-2,800 ล้านบาท (ค่าการกลั่นแข็งแกร่ง) |
จับตา “รอบสอง” หลังสงกรานต์: เป้าหมายลดเพิ่ม 5 บาท
รัฐมนตรีพลังงานระบุชัดเจนว่า มาตรการนี้ไม่ใช่เพียงแค่ครั้งเดียวจบ แต่จะมีการประเมินทุก 1-2 สัปดาห์ โดยคาดว่าในช่วงสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนเมษายน จะมีการพิจารณา:
- ดึงกำไรส่วนเกิน: ตรวจสอบข้อมูลการนำเข้าน้ำมันดิบช่วงต้นเดือนเมษายน
- ลดค่าการกลั่นเพิ่ม: ตั้งเป้าลดลงอีก 3-4 บาท หรืออาจถึง 5 บาท/ลิตร
- พยุงกองทุนน้ำมัน: นำส่วนต่างที่ได้ไปเสริมสภาพคล่องกองทุนน้ำมันฯ ที่ปัจจุบันติดลบกว่า 54,000 ล้านบาท
TDRI หนุนรัฐกำหนดเพดานค่าการกลั่น (Refining Margin Cap)
ดร.อารีพร อัศวินพงศ์พันธ์ จากทีดีอาร์ไอ ได้เสนอแนวทางให้รัฐบาลสร้างเสถียรภาพพลังงานอย่างยั่งยืน ดังนี้:
- Refining Margin Cap: กำหนดเพดานค่าการกลั่นที่เหมาะสมเพื่อป้องกันกำไรเกินควร
- Transparency Dashboard: เปิดเผยต้นทุนและปริมาณสำรองน้ำมันต่อสาธารณะ
- Targeted Subsidy: ช่วยเหลือแบบมุ่งเป้าไปยังกลุ่มเปราะบาง (เกษตรกร, ขนส่งสาธารณะ)
- Worst-Case Scenario: เตรียมแผนรองรับหากเกิดการขาดแคลนพลังงานในวงกว้าง และส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
ความร่วมมือจากเอกชน ไร้การฟ้องร้อง
แม้จะมีกระแสข่าวลือเกี่ยวกับการฟ้องร้องรัฐ แต่ทาง SPRC ได้ยืนยันชัดเจนว่าไม่มีการฟ้องร้องหน่วยงานรัฐและพร้อมให้ความร่วมมือเต็มที่ ขณะที่ บางจาก (BCP) ย้ำว่าการลดราคานี้เป็นมาตรการระยะสั้นเพื่อประชาชน และไม่ถือเป็นการบิดเบือนกลไกตลาดที่เป็นอันตราย
บทสรุป: สถานการณ์พลังงานหลังจากนี้ต้องจับตาดูว่า การเจรจารอบสองหลังสงกรานต์จะสามารถลดราคาน้ำมันได้ตามเป้าหมาย 5 บาทหรือไม่ ซึ่งจะเป็นบทพิสูจน์สำคัญของทีมพลังงานยุคใหม่ในการแก้ปัญหาปากท้องประชาชน
