จีนเตรียมคุมเข้ม “จอขนาดใหญ่ในรถยนต์” หวั่นรบกวนสมาธิผู้ขับขี่ จอพับและจอโค้งงออาจถูกสั่งห้าม!

จีนเตรียมคุมเข้ม “จอขนาดใหญ่ในรถยนต์” หวั่นรบกวนสมาธิผู้ขับขี่ จอพับและจอโค้งงออาจถูกสั่งห้าม!
Spread the love

จีนเตรียมคุมเข้มเทคโนโลยีภายในรถยนต์ โดยเฉพาะหน้าจอ Infotainment ขนาดใหญ่ จอพับ และการควบคุมฟังก์ชันสำคัญผ่านระบบสัมผัส หลังจากกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศจีน (MIIT) ร่วมกับหน่วยงานอีก 3 แห่ง เผยแพร่ร่างข้อกำหนดด้านการออกแบบและการทดสอบรถยนต์เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2026 เพื่อยกระดับความปลอดภัยของผู้ใช้รถ

ประเด็นที่ต้องเข้าใจคือ จีนยังไม่ได้ประกาศห้ามใช้หน้าจอขนาดใหญ่ทุกประเภท แต่เสนอให้ผู้ผลิตประเมินความเสี่ยงต่อสมาธิผู้ขับขี่ ความปลอดภัยเมื่อเกิดอุบัติเหตุ และความน่าเชื่อถือของอุปกรณ์ ส่วนจอพับและจอยืดหยุ่นอยู่ในกลุ่มเทคโนโลยีที่ร่างข้อกำหนดเสนอให้ห้ามใช้

สรุปมาตรการใหม่ของจีนเกี่ยวกับเทคโนโลยีรถยนต์

  • จอ Infotainment ขนาดใหญ่: ต้องได้รับการประเมินผลกระทบต่อความปลอดภัยในการขับขี่และความน่าเชื่อถือของระบบ
  • จอพับและจอยืดหยุ่น: ร่างข้อกำหนดเสนอไม่ให้ใช้ในรถยนต์
  • ปุ่มกดจริง (Physical Controls): ฟังก์ชันสำคัญ เช่น ไฟหน้า ที่ปัดน้ำฝน และระบบไล่ฝ้า ต้องมีอุปกรณ์ควบคุมกายภาพ แม้จะควบคุมผ่านจอได้ด้วย
  • เบาะ Zero Gravity และเบาะหมุน: ต้องจำกัดไม่ให้ใช้ท่าทางดังกล่าวขณะรถเคลื่อนที่
  • ระบบสั่งงานด้วยเสียง: จำกัดการให้บุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ขับขี่สั่งงานฟังก์ชันสำคัญด้านความปลอดภัยระหว่างรถวิ่ง
  • มือจับประตูซ่อนทั้งหมด: ร่างข้อกำหนดย้ำหลักความปลอดภัยด้านการเปิดประตูและความสามารถในการใช้งานเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

จีนจะห้ามจอ Infotainment ขนาดใหญ่ในรถยนต์หรือไม่?

คำตอบคือ ยังไม่มีข้อเสนอห้ามจอใหญ่ทุกขนาดแบบครอบคลุมทั้งหมด สิ่งที่ MIIT ให้ความสำคัญคือการทดสอบหน้าจอกลาง จอแสดงผลที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ และระบบ Head-up Display (HUD) ที่มีความซับซ้อน ว่าการแสดงข้อมูลและรูปแบบการใช้งานส่งผลต่อความปลอดภัยเพียงใด

ร่างแนวทางระบุประเด็นตรวจสอบสำคัญ ได้แก่

  • Driver Distraction: ข้อมูลบนจอและขั้นตอนควบคุมรบกวนสมาธิหรือทำให้ผู้ขับขี่ละสายตาจากถนนมากเกินไปหรือไม่
  • Crash Safety: ตำแหน่งและโครงสร้างจออาจเพิ่มความเสี่ยงต่อผู้โดยสารเมื่อเกิดการชนหรือไม่
  • Reliability: หน้าจอทำงานได้อย่างน่าเชื่อถือในสภาพอุณหภูมิและสภาพแวดล้อมที่รุนแรงเพียงใด

ดังนั้น ขนาดหน้าจอเพียงอย่างเดียวไม่ใช่เกณฑ์ตัดสินทั้งหมด และในร่างที่เผยแพร่ยังไม่มีการกำหนดตัวเลขว่าจอเกินกี่นิ้วจะถูกห้าม สิ่งสำคัญคือการออกแบบ Human–Machine Interface (HMI) ซึ่งต้องใช้งานได้สะดวกโดยไม่กระทบการควบคุมรถ

ทำไมจอพับและจอยืดหยุ่นจึงถูกเสนอให้ห้าม?

นอกจากการตรวจสอบหน้าจอขนาดใหญ่ ร่างแนวทางระบุชัดว่ารถยนต์ไม่ควรติดตั้ง Foldable Display และ Flexible Display หรือจอพับและจอยืดหยุ่น ซึ่งเป็นข้อกำหนดเฉพาะที่แตกต่างจากการประเมินจอ Infotainment ทั่วไป

แนวทางนี้สะท้อนว่าหน่วยงานกำกับดูแลกำลังให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ความทนทาน และการใช้งานจริง มากกว่าการเพิ่มลูกเล่นทางเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม ข้อห้ามดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนร่างที่เปิดรับความคิดเห็น ณ วันที่ 24 ตุลาคม 2026

ปุ่มกดจริงอาจกลับมามีบทบาทสำคัญในรถยนต์ยุคใหม่

อีกประเด็นสำคัญคือ การควบคุมผ่านหน้าจอสัมผัสไม่สามารถใช้ทดแทนปุ่มหรือสวิตช์กายภาพได้ทั้งหมด โดยเฉพาะฟังก์ชันที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับความปลอดภัยในการขับขี่ เช่น

  • ระบบไฟส่องสว่างและไฟหน้า
  • ระบบที่ปัดน้ำฝน
  • ระบบไล่ฝ้าและไล่น้ำแข็งบนกระจก

สำหรับอุปกรณ์ฉุกเฉิน เช่น ชุดควบคุมการหนีออกจากรถ ระบบเบรกฉุกเฉิน และสวิตช์ตัดกำลังของระบบขับเคลื่อน ร่างแนวทางยังให้ความสำคัญกับอุปกรณ์กายภาพและสัญลักษณ์ที่มองเห็นได้ชัดเจน

หลักคิดด้านวิศวกรรมมนุษย์ (Ergonomics) คือ ฟังก์ชันที่ต้องเรียกใช้อย่างรวดเร็วควรเข้าถึงได้ง่าย มีการตอบสนองที่ชัดเจน และลดขั้นตอนการค้นหาเมนูระหว่างขับขี่

ไม่ใช่แค่หน้าจอ: เบาะ Zero Gravity มือจับประตู และคำสั่งเสียงก็ถูกตรวจสอบ

เบาะ Zero Gravity และเบาะหมุน

ผู้ผลิตจะต้องใช้มาตรการทางเทคนิคเพื่อป้องกันไม่ให้ใช้งานการเอนเบาะแบบ Zero Gravity เบาะหมุน หรือการปรับเบาะให้เป็นเตียงขณะรถกำลังวิ่ง โดยต้องตรวจสอบความปลอดภัยของกลไกล็อก ความแข็งแรงของเบาะ และความปลอดภัยเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

ระบบสั่งงานด้วยเสียงและท่าทาง

ร่างแนวทางเสนอไม่ให้ บุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ขับขี่ สั่งงานโดยตรงผ่านเสียงหรือวิธีโต้ตอบรูปแบบใหม่ เพื่อควบคุมฟังก์ชันสำคัญขณะรถเคลื่อนที่ เช่น ไฟหน้า ที่ปัดน้ำฝน ประตู ฝากระโปรงหน้า และระบบไล่ฝ้า ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าจีนจะห้ามระบบสั่งงานด้วยเสียงทั้งหมด

มือจับประตูซ่อนและระบบเปิดประตูฉุกเฉิน

ร่างข้อกำหนดย้ำการห้ามมือจับประตูที่ซ่อนทั้งหมด พร้อมกำหนดให้การออกแบบต้องคำนึงถึงระบบกลไกสำรอง พื้นที่สำหรับใช้มือเปิด และความสามารถในการใช้งานเมื่อระบบไฟฟ้าขัดข้อง โดยเรื่องมือจับประตูมีมาตรฐานความปลอดภัยเฉพาะแยกต่างหากด้วย

จีนเพิ่มข้อกำหนดทดสอบรถยนต์ 30,000 กิโลเมตร และสภาพอากาศอย่างน้อย 1 ปี

ร่างมาตรการไม่ได้มุ่งเฉพาะอุปกรณ์ในห้องโดยสาร แต่ยังเพิ่มความเข้มงวดของกระบวนการวิจัย พัฒนา และทดสอบก่อนจำหน่าย โดยสำหรับรถยนต์นั่งมีแนวทางให้ทดสอบความน่าเชื่อถืออย่างน้อย 30,000 กิโลเมตร และตรวจสอบความสามารถในการทำงานภายใต้สภาพแวดล้อมต่าง ๆ เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 1 ปี ครอบคลุมการทดสอบในฤดูหนาวสองช่วงและฤดูร้อนหนึ่งช่วง

แนวทางยังให้ความสำคัญกับการตรวจสอบซอฟต์แวร์ ระบบช่วยขับขี่ ระบบห้องโดยสารอัจฉริยะ และการอัปเดตแบบ Over-the-Air (OTA) เพื่อป้องกันไม่ให้เทคโนโลยีที่ยังผ่านการตรวจสอบไม่เพียงพอถูกนำเข้าสู่ตลาด

มาตรการจีนจะเริ่มเมื่อไร? กำหนดการตามร่างปี 2026–2027

  • : MIIT และอีก 3 หน่วยงานเผยแพร่ร่างข้อกำหนดเพื่อรับฟังความคิดเห็น
  • : สิ้นสุดช่วงรับฟังความคิดเห็นสาธารณะตามประกาศ
  • : ตามร่าง ผู้ผลิตที่ยื่นขออนุมัติรถรุ่นใหม่ซึ่งมีเทคโนโลยีหรือการออกแบบเข้าข่ายจะต้องยื่นรายละเอียดและหลักฐานการทดสอบเพิ่มเติม
  • : รถที่ได้รับอนุมัติแล้วและเข้าข่ายต้องยื่นข้อมูลเพิ่มเติมตามเงื่อนไขของร่าง หากไม่ดำเนินการและพบความเสี่ยงด้านความปลอดภัย อาจต้องระงับการผลิตและดำเนินการเรียกคืน

ข้อควรระวัง: กำหนดการด้านการอนุมัติรถข้างต้นเป็นสาระในร่างข้อกำหนด ซึ่งอาจมีการปรับเปลี่ยนก่อนประกาศใช้จริง และไม่ควรตีความว่ารถทุกคันที่มีจอใหญ่จะต้องถูกเรียกคืนในวันที่ 1 กรกฎาคม 2027

วิเคราะห์ AEROMECHX: กระแสจอใหญ่จะเปลี่ยนไปอย่างไร และเกี่ยวข้องกับไทยหรือไม่?

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผู้ผลิตจำนวนมากใช้หน้าจอขนาดใหญ่และการลดจำนวนปุ่มกดเป็นจุดขายด้านความทันสมัย แต่ข้อเสนอของจีนกำลังเปลี่ยนคำถามจาก “รถมีจอใหญ่แค่ไหน” ไปสู่ “จอและระบบควบคุมปลอดภัยพอสำหรับการใช้งานจริงหรือไม่”

ในเชิงวิศวกรรม การออกแบบที่เหมาะสมอาจไม่ใช่การกลับไปใช้ปุ่มกดกับทุกฟังก์ชัน แต่เป็นการแบ่งหน้าที่ให้ชัดเจนระหว่างหน้าจอสัมผัส ปุ่มกดจริง และระบบสั่งงานด้วยเสียง โดยคำนึงถึงความถี่ในการใช้งาน ความเร่งด่วน และผลกระทบหากผู้ขับขี่สั่งงานผิดพลาด

สำหรับประเทศไทย ร่างมาตรการนี้ยังไม่ใช่กฎหมายไทย และยังไม่มีหลักฐานว่ารถที่จำหน่ายในไทยจะต้องปรับเปลี่ยนทันที อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตที่พัฒนารถสำหรับหลายตลาด รวมถึงรถยนต์จากจีนที่ส่งออกต่างประเทศ อาจเลือกปรับดีไซน์และระบบควบคุมให้สอดคล้องกันในอนาคต เพื่อลดความซับซ้อนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

จีนห้ามรถยนต์ติดตั้งจอ Infotainment ขนาดใหญ่แล้วหรือยัง?

ยังไม่ห้ามจอขนาดใหญ่ทั้งหมด ณ วันที่ 24 ตุลาคม 2026 จีนอยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างข้อกำหนดที่ให้ตรวจสอบผลกระทบต่อความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือ และการรบกวนสมาธิผู้ขับขี่

หน้าจอสัมผัสในรถยนต์จะถูกยกเลิกหรือไม่?

ไม่ใช่ ร่างแนวทางไม่ได้ห้ามหน้าจอสัมผัสทั่วไป แต่ฟังก์ชันสำคัญด้านความปลอดภัย เช่น ไฟหน้า ที่ปัดน้ำฝน และระบบไล่ฝ้า ต้องมีอุปกรณ์ควบคุมแบบกายภาพควบคู่ด้วย

จีนเสนอห้ามจอพับและจอยืดหยุ่นในรถยนต์จริงหรือไม่?

จริง ร่างแนวทางเสนอห้ามใช้หน้าจอแบบพับได้ (Foldable Display) และหน้าจอยืดหยุ่น (Flexible Display) โดยต้องติดตามข้อกำหนดฉบับสุดท้ายหลังการรับฟังความคิดเห็น

เบาะ Zero Gravity จะใช้งานไม่ได้เลยหรือ?

ไม่ใช่ ข้อเสนอเน้นไม่ให้ใช้รูปแบบการปรับเบาะ Zero Gravity เบาะหมุน หรือเบาะที่ปรับเป็นเตียงในขณะรถเคลื่อนที่ ไม่ได้เสนอให้ยกเลิกอุปกรณ์ประเภทนี้ทุกกรณี

มาตรการใหม่นี้ส่งผลถึงรถยนต์ในไทยหรือไม่?

ยังไม่มีผลบังคับโดยตรงกับรถยนต์ที่จำหน่ายในประเทศไทย แต่ในระยะยาวอาจส่งผลต่อการออกแบบรถรุ่นใหม่ของผู้ผลิตที่จำหน่ายทั้งในจีนและตลาดส่งออก

บทสรุป

ร่างข้อกำหนดล่าสุดของจีนส่งสัญญาณชัดว่า นวัตกรรมในรถยนต์ต้องผ่านการประเมินด้านความปลอดภัย ไม่ใช่แข่งขันกันด้วยจำนวนฟังก์ชันหรือขนาดหน้าจอเพียงอย่างเดียว หากมาตรการดังกล่าวประกาศใช้จริง ผู้ผลิตจะต้องให้ความสำคัญมากขึ้นกับ HMI ปุ่มควบคุมที่จำเป็น ความน่าเชื่อถือของอุปกรณ์ และการทดสอบในสภาพการใช้งานจริง

AEROMECHX ชวนวิเคราะห์: ในรถยนต์ยุคใหม่ คุณคิดว่าฟังก์ชันใดควรมีปุ่มกดจริง และฟังก์ชันใดเหมาะกับการควบคุมผ่านหน้าจอสัมผัส?

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

จอสัมผัสยังใช้ได้ แต่ฟังก์ชันความปลอดภัยต้องมีปุ่มจริง

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผู้ผลิตรถยนต์หลายรายนิยมลดจำนวนปุ่มควบคุมภายในห้องโดยสาร และย้ายการควบคุมฟังก์ชันต่าง ๆ ไปไว้บนหน้าจอสัมผัสกลางรถ

ร่างข้อกำหนดของจีนเสนอให้ฟังก์ชันสำคัญที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับความปลอดภัย ต้องมีอุปกรณ์ควบคุมทางกายภาพรองรับ ไม่ควรพึ่งพาหน้าจอสัมผัสเพียงอย่างเดียว

ตัวอย่างฟังก์ชันที่เกี่ยวข้อง ได้แก่

  • ระบบไฟส่องสว่างของรถยนต์
  • ระบบปัดน้ำฝน
  • ระบบไล่ฝ้าและละลายน้ำแข็งบนกระจก
  • อุปกรณ์ควบคุมสำหรับการออกจากรถในกรณีฉุกเฉิน
  • ระบบเบรกฉุกเฉินและอุปกรณ์ตัดแหล่งจ่ายพลังงานของระบบขับเคลื่อนตามที่กำหนด

สำหรับอุปกรณ์ควบคุมฉุกเฉิน ร่างแนวทางยังระบุถึงความจำเป็นในการมีอุปกรณ์ควบคุมจริง พร้อมเครื่องหมายที่สามารถมองเห็นและระบุได้ชัดเจน

แนวทางดังกล่าวไม่ได้หมายถึงการห้ามใช้หน้าจอสัมผัสในรถยนต์ แต่เป็นการเพิ่มความมั่นใจว่าผู้ขับขี่ยังสามารถควบคุมฟังก์ชันสำคัญได้ แม้หน้าจอหรือระบบอิเล็กทรอนิกส์บางส่วนไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ

เตรียมห้ามติดตั้งหน้าจอพับได้ และหน้าจอ Flexible Display

นอกจากมือจับประตูแล้ว ร่างข้อกำหนดยังเสนอห้ามผู้ผลิตรถยนต์ใช้หน้าจอแสดงผลแบบพับได้ (Foldable Display) และหน้าจอแบบยืดหยุ่น (Flexible Display) ในรถยนต์ที่ผลิตเพื่อจำหน่ายจริง

สำหรับรถยนต์ที่ติดตั้งจอกลางขนาดใหญ่ หน้าจอแสดงข้อมูลจำนวนมาก หรือระบบแสดงข้อมูลบนกระจกหน้าแบบซับซ้อน ผู้ผลิตจะต้องประเมินผลกระทบต่อความปลอดภัยในการขับขี่เพิ่มเติม

การทดสอบต้องครอบคลุมทั้งความน่าเชื่อถือของระบบในสภาพแวดล้อมรุนแรง การแสดงข้อมูลที่อาจส่งผลต่อสมาธิผู้ขับขี่ และการประเมินความปลอดภัยเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

ห้ามใช้เบาะ Zero Gravity และเบาะหมุนขณะรถกำลังวิ่ง

รถยนต์ยุคใหม่หลายรุ่นติดตั้งเบาะนั่งแบบ Zero Gravity ซึ่งสามารถปรับเอนได้มากกว่าปกติ รวมถึงเบาะแบบหมุนได้ และเบาะที่ปรับราบจนมีลักษณะคล้ายเตียงนอน

ร่างข้อกำหนดของจีนเสนอให้ผู้ผลิตใช้มาตรการทางเทคนิคเพื่อจำกัดการทำงานของระบบเหล่านี้ โดยไม่อนุญาตให้ใช้งานระหว่างรถกำลังวิ่งตามปกติ

  • เบาะ Zero Gravity ที่ปรับเอนในลักษณะไร้แรงโน้มถ่วง
  • เบาะที่สามารถหมุนเปลี่ยนทิศทางได้
  • เบาะที่ปรับเอนราบเป็นลักษณะเตียงนอน

มาตรการนี้ไม่ได้หมายความว่าจีนจะห้ามผลิตรถยนต์ที่มีเบาะ Zero Gravity ทั้งหมด แต่เสนอให้จำกัดสถานการณ์ใช้งาน เพื่อให้ท่านั่งของผู้ขับขี่และผู้โดยสารมีความเหมาะสมกับความปลอดภัยขณะเดินทาง

กำหนดทดสอบความทนทานรถยนต์ไม่น้อยกว่า 30,000 กิโลเมตร

ร่างข้อกำหนดยังเพิ่มความเข้มงวดด้านการวิจัยและทดสอบรถยนต์ก่อนยื่นขออนุมัติผลิตและจำหน่าย โดยผู้ผลิตต้องดำเนินการทดสอบในหลายด้าน เช่น ความทนทานโดยรวม ความแข็งแรงของโครงสร้าง ความน่าเชื่อถือของซอฟต์แวร์ ระบบปรับอากาศ การป้องกันน้ำและฝุ่น รวมถึงความสามารถในการใช้งานในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ

ข้อกำหนดเชิงปริมาณที่สำคัญ ได้แก่

  • ไม่น้อยกว่า 30,000 กิโลเมตร สำหรับการทดสอบความน่าเชื่อถือและความทนทานโดยรวมของรถยนต์
  • ไม่น้อยกว่า 1 ปี สำหรับการทดสอบความสามารถในการใช้งานภายใต้สภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน
  • 2 ฤดูหนาว และ 1 ฤดูร้อน โดยครอบคลุมลำดับการทดสอบจากอากาศหนาวจัด ไปสู่อากาศร้อน และกลับมาสู่อากาศหนาวจัดอีกครั้ง
  • ไม่น้อยกว่า 6 ปี สำหรับการจัดเก็บเอกสารและข้อมูลต้นฉบับที่เกี่ยวข้องกับการทดสอบและตรวจสอบ ตามรายละเอียดที่สื่อจีนรายงานจากเอกสารประกอบ

ข้อกำหนดดังกล่าวมีเป้าหมายให้ผู้ผลิตตรวจสอบข้อบกพร่องของรถยนต์ตั้งแต่ก่อนเข้าสู่ตลาด และลดความเสี่ยงจากการนำเทคโนโลยีที่ยังไม่ได้ผ่านการตรวจสอบอย่างเพียงพอมาใช้งานจริง

เริ่มปี 2027 รถยนต์รุ่นใหม่ต้องส่งข้อมูลเพิ่มเติม รถรุ่นเดิมมีระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน

ร่างข้อกำหนดกำหนดกรอบเวลาดำเนินการสำหรับรถยนต์ใหม่และรุ่นที่ได้รับอนุมัติแล้วไว้แตกต่างกัน

1 มกราคม 2570 (2027)

รถยนต์รุ่นใหม่ที่เข้าข่ายการออกแบบนวัตกรรมตามข้อกำหนด และยื่นขออนุมัติผลิตภัณฑ์ในประเทศจีน จะต้องยื่นข้อมูลทางเทคนิคเพิ่มเติม พร้อมเอกสารประเมินความปลอดภัยและผลการทดสอบตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

หากผู้ผลิตทดสอบไม่ครบถ้วน ทดสอบไม่เป็นไปตามข้อกำหนด หรือยื่นข้อมูลที่เป็นเท็จ หน่วยงานกำกับดูแลสามารถปฏิเสธการอนุมัติผลิตภัณฑ์ได้

ก่อนวันที่ 1 กรกฎาคม 2570 (2027)

รถยนต์ที่ได้รับอนุมัติผลิตภัณฑ์ไปก่อนหน้านี้ และเข้าข่ายการออกแบบนวัตกรรมที่กำหนด จะต้องยื่นข้อมูลทางเทคนิคและเอกสารผลการทดสอบเพิ่มเติมให้ครบถ้วน

หลังวันที่ 1 กรกฎาคม 2570 หากรถยนต์รุ่นใดยังไม่ดำเนินการยื่นข้อมูลตามที่กำหนด และพบว่ามีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ผู้ผลิตจะต้องหยุดการผลิต พร้อมแจ้งแผนเรียกคืนต่อหน่วยงานกำกับดูแลและดำเนินการเรียกคืนรถยนต์ที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ การเรียกคืนไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติกับรถยนต์ทุกคันที่ใช้มือจับแบบซ่อน แต่ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขด้านการปฏิบัติตามข้อกำหนดและผลการประเมินความปลอดภัย รวมถึงบทเฉพาะกาลของมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง

จีนเตรียมคุมโฆษณารถยนต์ ห้ามกล่าวอ้างเกินจริง

ข้อเสนอครั้งนี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะด้านวิศวกรรมเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงแนวทางการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์

ผู้ผลิตต้องให้ข้อมูลเกี่ยวกับความสามารถ ข้อจำกัด เงื่อนไขการใช้งาน และผลการทดสอบผลิตภัณฑ์อย่างถูกต้องตามความเป็นจริง

รวมถึงห้ามดำเนินการดังต่อไปนี้

  • โฆษณาความสามารถของรถยนต์ด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จ
  • กล่าวอ้างคุณสมบัติหรือประสิทธิภาพเกินจริง
  • นำเสนอข้อมูลที่อาจทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด
  • ใช้สถานการณ์ที่ละเมิดกฎหมายจราจรเพื่อสาธิตความสามารถของรถยนต์
  • โฆษณาในลักษณะชักจูงให้ผู้ขับขี่ละเลยความรับผิดชอบต่อความปลอดภัย

นอกจากนี้ ผู้ผลิตยังต้องให้คำแนะนำการใช้เทคโนโลยีใหม่อย่างชัดเจน รวมถึงข้อจำกัดการใช้งานและวิธีปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

กฎใหม่ของจีนจะกระทบรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยหรือไม่?

หากข้อเสนอเหล่านี้ได้รับความเห็นชอบและมีผลใช้บังคับ อาจส่งผลให้ผู้ผลิตรถยนต์ที่จำหน่ายในประเทศจีนต้องปรับเปลี่ยนการออกแบบหรือกระบวนการทดสอบรถยนต์บางรุ่น โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าที่นิยมใช้มือจับประตูแบบซ่อนและห้องโดยสารที่ควบคุมผ่านหน้าจอสัมผัสเป็นหลัก

สำหรับประเทศไทย ยังไม่มีข้อมูลจากร่างข้อกำหนดนี้ที่ระบุว่าจะนำมาตรการดังกล่าวมาบังคับใช้กับรถยนต์ที่จำหน่ายในไทยโดยตรง

อย่างไรก็ตาม หากผู้ผลิตรายใดใช้ชิ้นส่วนหรือการออกแบบร่วมกันระหว่างรถยนต์ที่จำหน่ายในจีนและตลาดส่งออก ก็อาจมีการพิจารณาปรับรูปแบบผลิตภัณฑ์ในอนาคต ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับนโยบายของผู้ผลิตและมาตรฐานที่บังคับใช้ในแต่ละประเทศ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

จีนห้ามใช้มือจับประตูรถยนต์แบบซ่อนแล้วหรือยัง?

ณ วันที่ 11 ตุลาคม 2569 ข้อกำหนดดังกล่าวยังเป็นร่างที่เปิดรับฟังความคิดเห็น โดยเสนอห้ามมือจับประตูแบบซ่อนทั้งหมด (Fully Hidden Door Handles) ยังไม่ใช่ประกาศที่มีผลบังคับใช้ทันที

จีนจะแบนมือจับประตูรถยนต์แบบซ่อนเมื่อไหร่?

ร่างข้อกำหนดกำหนดให้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 รถยนต์รุ่นใหม่ที่เข้าข่ายต้องยื่นข้อมูลทางเทคนิคและเอกสารทดสอบเพิ่มเติม ส่วนรถรุ่นเดิมที่เกี่ยวข้องต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมก่อนวันที่ 1 กรกฎาคม 2570 ทั้งนี้ต้องรอรายละเอียดฉบับประกาศใช้จริง

มือจับประตูแบบกึ่งซ่อนจะถูกห้ามด้วยหรือไม่?

ร่างข้อกำหนดระบุห้ามมือจับแบบซ่อนทั้งหมดโดยเฉพาะ ส่วนมือจับประตูแบบกึ่งซ่อนหรือมือจับที่ใช้กลไกใหม่ ต้องพิจารณาตามรูปแบบการออกแบบและมาตรฐานความปลอดภัยที่เกี่ยวข้อง ไม่สามารถสรุปได้ว่าทุกแบบจะถูกห้าม

รถยนต์จีนจะต้องกลับมาใช้ปุ่มกดจริงทั้งหมดหรือไม่?

ไม่จำเป็นต้องกลับมาใช้ปุ่มจริงกับทุกฟังก์ชัน แต่ฟังก์ชันสำคัญด้านความปลอดภัย เช่น ระบบไฟส่องสว่าง ที่ปัดน้ำฝน การไล่ฝ้า และการควบคุมฉุกเฉินที่เกี่ยวข้อง จะต้องมีอุปกรณ์ควบคุมทางกายภาพตามข้อกำหนด ไม่ใช่พึ่งพาหน้าจอสัมผัสเพียงอย่างเดียว

จีนห้ามติดตั้งเบาะ Zero Gravity ในรถยนต์หรือไม่?

ร่างข้อกำหนดไม่ได้เสนอห้ามติดตั้งเบาะ Zero Gravity ทุกกรณี แต่เสนอห้ามใช้งานในลักษณะที่ไม่เหมาะสมระหว่างรถกำลังวิ่ง รวมถึงการใช้เบาะหมุนและการปรับเบาะเอนราบเป็นเตียง

รถยนต์ที่จำหน่ายแล้วจะต้องเรียกคืนทั้งหมดหรือไม่?

ไม่ใช่รถยนต์ทุกคันจะต้องถูกเรียกคืนโดยอัตโนมัติ ร่างข้อกำหนดระบุว่ารถรุ่นเดิมที่เข้าข่ายต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติม และหากพ้นกำหนดแล้วยังไม่ปฏิบัติตามพร้อมกับมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ผู้ผลิตจะต้องหยุดการผลิตและดำเนินการเรียกคืนตามหลักเกณฑ์

สรุป จีนกำลังเพิ่มความเข้มงวดด้านความปลอดภัยรถยนต์ยุคใหม่

การเสนอข้อกำหนดครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าจีนต้องการให้ผู้ผลิตรถยนต์ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือของเทคโนโลยีมากขึ้น ไม่ใช่แข่งขันกันเพียงด้านนวัตกรรม ความล้ำสมัย หรือการออกแบบห้องโดยสารให้มีปุ่มควบคุมน้อยที่สุด

มือจับประตูแบบซ่อนทั้งหมด หน้าจอแบบพับได้ การควบคุมผ่านหน้าจอสัมผัส และเบาะนั่งปรับเอนพิเศษ ล้วนเป็นตัวอย่างของนวัตกรรมที่หน่วยงานกำกับดูแลต้องการให้มีการประเมินความเสี่ยงอย่างเข้มงวดก่อนนำมาใช้งานจริง

อย่างไรก็ตาม ข้อกำหนดที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2569 ยังอยู่ระหว่างเปิดรับฟังความคิดเห็น โดย MIIT กำหนดช่วงรับฟังความคิดเห็นตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม ถึง 10 พฤศจิกายน 2569 จึงต้องติดตามรายละเอียดฉบับสุดท้ายก่อนสรุปวันบังคับใช้และผลกระทบต่อรถยนต์แต่ละรุ่น

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

1. Ministry of Industry and Information Technology (MIIT), China — ประกาศเปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อกำหนดการออกแบบนวัตกรรมและการทดสอบรถยนต์ วันที่ 10 ตุลาคม 2026
อ่านประกาศทางการจาก MIIT

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้