รายละเอียดการปรับแต่ง
Aero Over ได้เพิ่มลูกเล่นให้ Crown Sport ด้วยชุดแต่งที่โดดเด่นดังนี้:
- การปรับแต่งตัวถัง เพิ่มสปอยเลอร์หน้า (Front Splitter) ที่มีเส้นสายคมชัด และดิฟฟิวเซอร์หลัง (Rear Diffuser) ที่ออกแบบใหม่ทั้งหมด ใช้วัสดุพลาสติกเสริมแรง (Fiber-Reinforced Plastic)
- ระบบท่อไอเสีย ติดตั้งท่อไอเสียแบบ 4 ท่อ (Quad Tailpipes) เลียนแบบสไตล์ท้ายรถที่ดุดันของ Purosangue รุ่น V12
- ล้อและเบรก ล้อดีไซน์ Diamond-Cut คู่กับคาลิเปอร์เบรกสีเหลือง เพิ่มความรู้สึกแบบรถสปอร์ตหรู
- ตราสัญลักษณ์และโลโก้ ติดตั้งตราสัญลักษณ์สีเหลืองที่ฝากระโปรงหน้าและแก้มรถ พร้อมกับตัวอักษรโลโก้ท้ายรถที่ออกแบบให้คล้ายกับฟอนต์ของ Ferrari
สไตล์หรูในงบสุดประหยัด
Toyota Crown Sport รุ่นพื้นฐานมีราคาเริ่มต้นที่ 5,900,000 เยน หรือประมาณ 1.3 ล้านบาท (ซึ่งถือว่าถูกมากเมื่อเทียบกับราคาของ Purosangue ซึ่งอยู่ที่ 500,000 ดอลลาร์ ประมาณ 17.3 ล้านบาท) สำหรับ Toyota Crown Sport เวอร์ชันแต่งของ Aero Over เป็นทางเลือกที่จับต้องได้มากกว่า ด้วยงบประมาณดังนี้
- ราคาพื้นฐานของ Toyota Crown Sport: ¥5,900,000 (หรือประมาณ 1.3 ล้านบาท)
- สปอยเลอร์หน้าและดิฟฟิวเซอร์หลัง: ¥250,000 (หรือประมาณ 55,000 บาท)
- ระบบท่อไอเสีย: ¥250,000 ( หรือประมาณ 55,000 บาท)
- ตราสัญลักษณ์ Ferrari สไตล์: ¥8,500 (หรือประมาณ 1,900 บาท)
- สติ๊กเกอร์ท้ายรถ: ¥2,000 ( หรือประมาณ 440 บาท)
แม้รวมค่าปรับแต่งทั้งหมดแล้ว ก็ยังมีราคาต่ำกว่าค่าเปลี่ยนยางและล้อชุดหนึ่งของ Purosangue!
Toyota Crown Sport และ Ferrari Purosangue: จุดที่เหมือนและต่าง
- Toyota Crown Sport เปิดตัวในเดือนกรกฎาคม 2022 ก่อนที่ Ferrari Purosangue จะเผยโฉมอย่างเป็นทางการในเดือนกันยายนของปีเดียวกัน
- Crown Sport ใช้ดีไซน์ “Hammerhead” ที่เป็นเอกลักษณ์ในรถยนต์รุ่นใหม่ของ Toyota เช่น Prius รุ่นล่าสุด
- ในขณะที่ Purosangue มีหน้ารถที่ล้ำสมัยและดุดัน ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากซูเปอร์คาร์ Ferrari SF90
สำหรับคนรัก Ferrari ในงบจำกัด
ใครที่เคยฝันอยากได้รถสไตล์ Ferrari แต่ติดที่งบประมาณ Aero Over ทำให้ความฝันเป็นจริงได้ในราคาสบายกระเป๋า ชุดแต่งนี้ช่วยเปลี่ยน Toyota Crown Sport ให้กลายเป็น SUV ที่ดูแพงและโดดเด่น โดยยังคงรักษาความคุ้มค่าไว้ได้อย่างลงตัว
ขนาดตัวถัง TOYOTA CROWN SPORT PHEV
- ยาว 4,725 มม.
- กว้าง 1,835 มม.
- สูง 1,690 มม.
- ระยะฐานล้อ 2,690 มม.
- น้ำหนัก 2,030 กก.
เครื่องยนต์เบนซิน + ปลั๊กอินไฮบริด Dynamic Force A25A-FXS 2.5 ลิตร 2487 ซีซี 4 สูบ ให้กำลัง 177 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิต 219 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600 – 3,700 รอบต่อนาที มอเตอร์หน้า 182 แรงม้า แรงบิต 270 นิวตัน-เมตร มอเตอร์หลัง 54.4 แรงม้า แรงบิต 121 นิวตัน-เมตร
- รวมกำลังมอเตอร์+เครื่องยนต์ 306 แรงม้า
- แบตเตอรี่แบบ lithium-ion 14.85kWh
- วิ่งไฟฟ้า 90 กม./ชาร์จ WLTC
- อัตราประหยัดน้ำมัน 20.3 กม./ลิตร WLTC
- โหมดเมือง : 17.5 กม./ลิตร WLTC
- โหมดชานเมือง : 21.5 กม./ลิตร WLTC
- โหมดทางหลวง :21.0 กม./ลิตร WLTC
- รองรับการชาร์จ DC 20-80% ภายใน 38 นาที
- ชาร์จ AC 100% ภายใน 5.5 ชม.
- สามารถวิ่งได้ 1,200 กม./ถังน้ำมัน
- ระบบจ่ายไฟภายนอกที่มีกำลังไฟสูงสุด 1,500 วัตต์ (AC 100 V)
- ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ E-Four
- ขนาดถังน้ำมัน 55 ลิตร
- ติดตั้ง Vehicle to Home (V2H) ซึ่งเป็นระบบที่ช่วยให้สามารถเก็บไฟฟ้าไว้ในแบตเตอรี่รถยนต์ได้ จ่ายให้กับบ้าน
เครื่องยนต์เบนไฮบริด 2.5 ลิตร 234 แรงม้า
- เครื่องยนต์เบนซินไดเร็ก อินเจคชั่น 4 สูบ 2.5 ลิตร D-4S + มอเตอร์ (THSⅡ) รหัส A25A-FXS ขนาด 2.5 ลิตร 2,487 ซีซี.
- ให้กำลังสูงสุด 186 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบ/นาที
- แรงบิดสูงสุด 219 นิวตันเมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที
- มอเตอร์ไฟฟ้าหน้าให้กำลัง 119 แรงม้า แรงบิด 202 นิวตัน-เมตร
- มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลัง 54.4 แรงม้า แรงบิด 121 นิวตัน-เมตร
- ให้กำลังรวมๆ 234 แรงม้า
- เกียร์อัตโนมัติ e-CVT
- แบตเตอรี่นิกเกิลเมทัลไฮไดรด์5Ah
- เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ Direct-Shift-6AT
- อัตราสิ้นเปลือง 21.3 กม./ลิตร WLTC
- อัตราประหยัดในเมือง 19.1 กม./ลิตร WLTC
- นอกเมือง 22.7 กม./ลิตร WLTC
- ทางด่วน 21.6 กม./ลิตร WLTC
- ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ E-Four
- ขนาดถังน้ำมัน 55 ลิตร
https://www.youtube.com/watch?v=6STZByckP2U&embeds_referring_euri=https%3A%2F%2Fwww.carscoops.com%2F&source_ve_path=MjM4NTE