TOYOTA Group เผยยอดขาย กรกฏาคม 2025 รวม 963,796 คัน ทั่วโลก

TOYOTA Group เผยยอดขาย กรกฏาคม 2025 รวม 963,796 คัน ทั่วโลก
Spread the love
Advertisement Advertisement

 

โตโยต้า: เดินบนเส้นทางที่แตกต่าง แต่พิสูจน์แล้วว่าคุ้มค่า

ในขณะที่ผู้ผลิตรถยนต์หลายรายเร่งลงทุนอย่างหนักในรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) โตโยต้ากลับเลือกแนวทางที่แตกต่างออกไป โดยยังคงมุ่งเน้นไปที่รถยนต์ไฮบริด (HEV) และปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ควบคู่ไปกับการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า BEV อย่างระมัดระวัง แนวทางนี้แม้เคยถูกวิจารณ์ว่า “ล้าหลัง” แต่ตัวเลขยอดขายล่าสุดกลับสะท้อนให้เห็นว่า โตโยต้ากำลังเดินบนเส้นทางที่ถูกต้อง

ยอดขายถล่มทลาย กรกฎาคม 2025

เดือนกรกฎาคม 2025 โตโยต้าสร้างสถิติใหม่ด้วยยอดขายรวม 963,796 คัน ทั่วโลก (รวม Lexus, Daihatsu และ Hino) ซึ่งมากกว่า 900,000 คัน เป็นรถแบรนด์โตโยต้าเอง โดยมีตลาดหลักดังนี้:

  • อเมริกาเหนือ : 254,298 คัน

    • ไฮบริดยังคงเป็นพระเอก และรถกระบะใหม่อย่าง Tacoma และ 4Runner ดึงยอดขายขึ้นสูง

  • ยุโรป : ยอดขายโตขึ้น แม้ผู้ผลิตรายอื่นกำลังเผชิญวิกฤติ

  • จีน : ยอดขาย 151,669 คัน

    • แรงหนุนจาก bZ3X EV ที่พัฒนาร่วมกับ GAC

    • รถไฮบริดที่ผลิตในประเทศยังขายดีต่อเนื่อง

  • ญี่ปุ่น : 135,249 คัน ความต้องการ “คงที่” สะท้อนความแข็งแรงของตลาดในบ้านเกิด

ไฮบริด: หัวใจสำคัญของโตโยต้า

แม้ว่าโตโยต้าจะยังไม่ใช่ผู้นำด้าน BEV แต่จุดแข็งที่แท้จริงกลับอยู่ที่รถยนต์ ไฮบริดคุณภาพสูง ซึ่งสร้างยอดขายอย่างมหาศาล

  • ระหว่าง มกราคม – กรกฎาคม 2025 โตโยต้าขายได้รวม 6,058,731 คัน
  • กว่า 2.9 ล้านคัน เป็นรถ NEV (HEV, PHEV, BEV)
  • BEV แม้ยังน้อย (ไม่ถึง 100,000 คันในช่วง 7 เดือนแรก) แต่เดือนกรกฎาคมเพียงเดือนเดียวทำได้ดีที่สุดที่ 17,896 คัน
  • เฉพาะในอเมริกาเหนือ รถกว่า 800,000 คันจากยอดขายเกือบ 1.7 ล้านคัน เป็นรถที่ใช้ระบบไฟฟ้า (HEV/PHEV/BEV)

จากเสียงวิจารณ์สู่ผลลัพธ์ที่จับต้องได้

อากิโอะ โตโยดะ อดีตซีอีโอ ผู้ผลักดันให้โตโยต้าโฟกัสกับไฮบริด เคยถูกโจมตีว่าไม่ทันกระแสรถ EV แต่ท่ามกลางการชะลอตัวของความต้องการ BEV ในหลายตลาด กลับกลายเป็นว่า กลยุทธ์ของโตโยต้า “ปลอดภัยและยั่งยืนกว่า”

ขณะที่ค่ายอื่นกำลังเจอกับความท้าทาย โตโยต้าเดินหน้าอย่างมั่นคง

  • เดินหน้าลงทุนใน BEV รุ่นใหม่ ๆ เช่น bZ series
  • ควบคู่ไปกับการยกระดับรุ่นยอดนิยม เช่น Camry และ RAV4 ให้ใช้ระบบไฮบริดเต็มรูปแบบ

ยอดขายทั้งปี 2024

  • Toyota Motor Corporation มียอดขายรวมทั่วโลกในปี 2024 จำนวนราว 10.82 ล้านคัน ซึ่งลดลง 3.7% เมื่อเทียบกับปี 2023

    Advertisement Advertisement
    • ยอดขายเฉพาะแบรนด์ Toyota และ Lexus อยู่ที่ประมาณ 10.16 ล้านคัน

อากิโอะ โตโยดะ (Akio Toyoda) คือ ประธานบริษัท Toyota Motor Corporation และเป็นหลานชายของ คิอิชิโร โตโยดะ (Kiichiro Toyoda) ผู้ก่อตั้งบริษัทโตโยต้า

ประวัติย่อ

  • เกิด: 3 พฤษภาคม 1956

  • ตระกูล: สืบสายตรงจากตระกูลผู้ก่อตั้งโตโยต้า (Toyoda family)

  • การศึกษา: ปริญญาตรีกฎหมายจากมหาวิทยาลัยเคโอ (Keio University) และปริญญาโท MBA จาก Babson College, สหรัฐอเมริกา

บทบาทใน Toyota

  • เข้าร่วมงานกับ Toyota ในปี 1984

  • ปี 2009 ขึ้นเป็น President และ CEO ของ Toyota Motor Corporation

  • มีชื่อเสียงจากการพาโตโยต้าผ่านวิกฤติใหญ่ เช่น

    • วิกฤติเรียกรถคืนครั้งใหญ่ในสหรัฐฯ ปี 2009–2010

    • วิกฤติสึนามิและโรงงานญี่ปุ่นหยุดผลิตในปี 2011

  • เน้นการพัฒนา รถสปอร์ต (Toyota 86, GR Supra) และ สาย GR (Gazoo Racing)

  • มุ่งเน้นกลยุทธ์ “Mobility Company” แทนที่จะเป็นเพียงผู้ผลิตรถยนต์ โดยหันไปสู่เทคโนโลยี ไฮบริด, EV, Fuel Cell และระบบขับขี่อัตโนมัติ

ปัจจุบัน

  • ปี 2023 Akio Toyoda ก้าวลงจากตำแหน่ง CEO และขึ้นเป็น Chairman of the Board (ประธานกรรมการบริหาร)
  • ส่งไม้ต่อให้ โคจิ ซาโตะ (Koji Sato) เป็น CEO คนใหม่

รียกได้ว่า อากิโอะ โตโยดะ คือบุคคลสำคัญที่วางรากฐานให้ Toyota ก้าวเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าและ Mobility พร้อมทั้งยังสืบทอดเอกลักษณ์ความเป็น “รถที่ขับสนุก” ของโตโยต้าไว้ได้อย่างแข็งแรง

คำพูดสำคัญของ Akio Toyoda เกี่ยวกับ BEV

 มองว่า BEV ไม่ใช่ “คำตอบเดียว”

“Battery Electric Vehicles (BEVs) are not the only way to achieve carbon neutrality. We must not limit ourselves to just one option.”
(รถ BEV ไม่ใช่วิธีเดียวที่จะทำให้เกิดความเป็นกลางทางคาร์บอน เราไม่ควรจำกัดตัวเองแค่ทางเลือกเดียว)

เขามักย้ำว่า เส้นทางสู่ Carbon Neutrality ต้องมีหลายทาง (Multi-Pathway) เช่น Hybrid (HEV), Plug-in Hybrid (PHEV), Fuel Cell (FCEV) ไม่ใช่ EV อย่างเดียว

เตือนเรื่องโครงสร้างพื้นฐานและพลังงาน

“No matter how good electric cars are, they will not sell if the infrastructure is not ready.”
(ต่อให้รถไฟฟ้าดีแค่ไหน แต่ก็ขายไม่ได้ถ้าโครงสร้างพื้นฐานยังไม่พร้อม)

เขาเน้นว่า การผลักดัน BEV ต้องดูทั้งระบบนิเวศ เช่น สถานีชาร์จ, ความมั่นคงด้านพลังงาน, การผลิตไฟฟ้าที่สะอาด

ความเสี่ยงต่อแรงงาน

“If the industry shifts too quickly to BEVs, millions of jobs in Japan could be lost.”
(ถ้าอุตสาหกรรมเปลี่ยนไปสู่ BEV เร็วเกินไป อาจทำให้แรงงานญี่ปุ่นหลายล้านตำแหน่งหายไป)

เขากังวลว่า BEV ใช้ชิ้นส่วนน้อยกว่ารถเครื่องยนต์ ทำให้แรงงานในซัพพลายเชนจำนวนมากตกงาน

ย้ำจุดยืน “ลูกค้าเป็นคนเลือก”

“Toyota will provide multiple options. It is the customers, not regulations or politics, who should decide what cars they want.”
(โตโยต้าจะให้หลายทางเลือก สุดท้ายแล้วคือลูกค้า ไม่ใช่การเมืองหรือกฎระเบียบ ที่จะตัดสินว่าต้องการรถแบบไหน)

นี่คือแนวคิดหลักที่โตโยต้าพยายามเดิน — ไม่บังคับให้ผู้บริโภคต้องเลือก BEV แต่เสนอหลายทางเลือก

Motor1

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้