Mercedes S-Class ปี 2027 เปิดตัวอย่างเป็นทางการ เปลี่ยนโฉมความหรูหรา หน้าจอและเครื่องยนต์ V8 577 แรงม้า และ ระบบปลั๊กอินไฮบริด












Mercedes-Benz S-Class 2027 จาก “ห้องประชุมบนล้อ” สู่สัญลักษณ์สถานะยุคดิจิทัล
Mercedes-Benz S-Class คือรถยนต์ที่ถูกยกให้เป็นมาตรฐานความหรูหราของอุตสาหกรรมยานยนต์โลกมายาวนานหลายทศวรรษ ตั้งแต่ยุคที่ความหรูหมายถึงไม้แท้ งานหนัง งานประกอบ และความเงียบสงบ ไปจนถึงวันนี้ที่ความหรูถูกนิยามใหม่ด้วย “หน้าจอ เทคโนโลยี และภาพลักษณ์”
ในรุ่นปี 2027 เมอร์เซเดส-เบนซ์ยอมรับอย่างชัดเจนว่า S-Class ไม่ได้เป็นเพียงรถสำหรับผู้บริหารอีกต่อไป แต่ถูกยกระดับให้เป็น Luxury Tech Flagship อย่างเต็มตัว โดยมีชิ้นส่วนที่ “ใหม่ ปรับปรุง หรือพัฒนา” มากกว่า 50% ของทั้งคัน
ดีไซน์ภายนอก หรูหราแบบโชว์ตัวมากขึ้น
แม้โครงสร้างตัวถังโดยรวมจะยังคงเส้นสายคลาสสิก แต่ S-Class 2027 เลือกขยับภาพลักษณ์ให้โดดเด่นและสะดุดตายิ่งขึ้น
- กระจังหน้าขนาดใหญ่ขึ้น 20%
- กระจังหน้าเรืองแสงครั้งแรกในประวัติศาสตร์ S-Class
- ลายดาวโครเมียมแบบ 3 มิติ เต็มพื้นที่กระจังหน้า
- ดาวสามแฉกบนฝากระโปรงหน้า เรืองแสงได้
- ไฟหน้า–ไฟท้ายดีไซน์ใหม่ พร้อมลวดลายดาว (Star Motif)
ทั้งหมดนี้สะท้อนทิศทางใหม่ของเมอร์เซเดส ที่ให้ความสำคัญกับ “การมองเห็นความหรูจากระยะไกล” มากกว่าความสุภาพเรียบง่ายแบบเดิม
Manufaktur Made to Measure: หรูแบบสั่งตัด
ลูกค้าสามารถเลือกปรับแต่งได้อย่างอิสระยิ่งขึ้น ผ่านโปรแกรม Manufaktur ที่ให้
- สีตัวถังมากกว่า 150 สี
- ตัวเลือกภายในมากกว่า 400 รูปแบบ
ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่ม Ultra-Luxury ที่ต้องการความ “ไม่ซ้ำใคร” อย่างแท้จริง
AMG Line: หรูผสมสปอร์ต
แพ็กเกจ AMG Line เพิ่มความดุดันด้วย
- กันชนหน้า–หลัง และสเกิร์ตข้างสไตล์ AMG
- ล้อ AMG ขนาดสูงสุด 21 นิ้ว
- พวงมาลัยทรงตัดท้าย
- แป้นเหยียบสแตนเลส
- ธีมหน้าจอและแสงภายในโทนแดง
ห้องโดยสาร: ลาไม้แท้ สู่ยุค “หน้าจอครองพื้นที่”
การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่สุดของ S-Class 2027 คือห้องโดยสาร ซึ่งแทบจะละทิ้ง DNA เดิมของ S-Class ยุคคลาสสิก
ชุดหน้าจอ 3 จอเต็มรูปแบบ
- หน้าปัดดิจิทัล 12.3 นิ้ว
- หน้าจออินโฟเทนเมนต์กลาง 14.4 นิ้ว
- หน้าจอผู้โดยสารหน้า 12.3 นิ้ว
ผลลัพธ์คือห้องโดยสารที่ดูไฮเทค ล้ำสมัย แต่แลกมากับบรรยากาศที่เย็น แข็ง และแตกต่างจาก “ความอบอุ่น” แบบ S-Class ดั้งเดิม
คอนโซลและพวงมาลัยใหม่
เมอร์เซเดสปรับแดชบอร์ดและคอนโซลกลางใหม่ทั้งหมด เพิ่ม
- แท่นชาร์จไร้สาย 2 ตำแหน่ง
- ที่วางแก้วเรืองแสง
จุดที่น่าสนใจคือการ นำปุ่มกดจริงกลับมา บนพวงมาลัย เช่น
- สวิตช์โยกควบคุม Distronic
- ลูกกลิ้งปรับระดับเสียง
สะท้อนว่าผู้ใช้ระดับ S-Class ยังให้คุณค่ากับ “การสัมผัสจริง” มากกว่าทัชสกรีนทั้งหมด
เทคโนโลยี AI และความบันเทิง S-Class กลายเป็น Smart Device
MBUX Virtual Assistant + AI
ผู้ช่วยอัจฉริยะ MBUX รุ่นใหม่ ใช้เทคโนโลยี
- ChatGPT-4o
- Microsoft Bing Search
แสดงผลเป็นอวตารดาวสามแฉกแบบ “มีชีวิต” สามารถโต้ตอบ เข้าใจบริบท และสั่งงานระบบต่าง ๆ ของรถได้ลึกขึ้น
ระบบแอร์อัจฉริยะ
ช่องแอร์ทรงกลมพร้อมระบบควบคุมดิจิทัล สามารถ
- ปรับตำแหน่งลมอัตโนมัติ
- บันทึกตำแหน่งได้ 8 รูปแบบ
- ควบคุมผ่านผู้ช่วยเสมือน
เบาะหลังระดับ First Class
- หน้าจอหลังขนาด 13.1 นิ้ว
- รีโมตถอดได้
- กล้องสำหรับประชุม Microsoft Teams
เสริมภาพลักษณ์ “ออฟฟิศเคลื่อนที่” อย่างแท้จริง
ความสบายระดับใหม่
- เข็มขัดนิรภัยหน้าแบบอุ่นได้
- ระบบเสียง Burmester 3D (มาตรฐาน)
- ออปชัน Burmester 4D สูงสุด 39 ลำโพง
ภาพรวมไลน์อัปเครื่องยนต์ S-Class 2027
S-Class 2027 ยังยืนบนแนวคิด “มีให้เกือบทุกทางเลือก” ได้แก่
-
เบนซิน 6 สูบเรียง (Turbo I6) สำหรับรุ่น S 450 / S 500
-
เบนซิน V8 เทอร์โบคู่ + Mild-Hybrid สำหรับ S 580 (ไฮไลต์ใหญ่สุดของการอัปเดตครั้งนี้)
-
Plug-in Hybrid (PHEV) อย่างน้อย 2 รุ่น (S 450 e / S 580 e) ในหลายตลาด
-
ดีเซล 6 สูบ สำหรับยุโรป/บางภูมิภาค (นอกสหรัฐฯ)
หมายเหตุ: “สหรัฐฯ” ระบุหลัก ๆ 3 รุ่นคือ S 500 / S 580 / S 580e ในช่วงเปิดตัว.
S 580 4MATIC – V8 4.0 Twin-Turbo “M177 Evo” + Mild-Hybrid (ไฮไลต์)
นี่คือหัวใจของข่าวทั้งหมด: V8 รุ่นใหม่แบบเพลาข้อเหวี่ยง Flat-plane crank (แปลตรงตัว: เพลาข้อเหวี่ยงระนาบแบน) ใน S-Class เป็นครั้งแรก
สเปกหลัก
-
เครื่องยนต์: V8 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ รหัส M177 Evo
-
ระบบไฟฟ้าช่วย: Mild-Hybrid 48V (แนวทางเดียวกับไลน์อัปหลัก)
-
กำลังสูงสุด: 530 hp (395 kW)
-
แรงบิดสูงสุด: 750 Nm (553 lb-ft)
เพิ่มขึ้นจากเดิม
-
สื่อหลายเจ้าอธิบายว่ากำลังเพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อนหน้า และเป็นผลจากการปรับเครื่อง/ฮาร์ดแวร์ใหม่ในตระกูล M177 Evo.
Flat-plane crank ช่วยอะไร (ภาษาคน)
-
โดยบุคลิกของ “เพลาข้อเหวี่ยงแบบระนาบแบน” มักให้ การตอบสนองรอบจัด/เร้าใจ มากขึ้นเมื่อเทียบกับแนว cross-plane แบบรถหรูดั้งเดิม
-
แต่ต้องอาศัยการจูน NVH/บาลานซ์อย่างจริงจัง เพราะธรรมชาติของ flat-plane มีแนวโน้ม สั่น/เสียงเด่น กว่า (ซึ่งเมอร์เซเดสจะพยายาม “ทำให้ยังคงความสุภาพแบบ S-Class” ให้ได้)
S 500 4MATIC – 3.0 Turbo Inline-Six “ตระกูล M256 Evo” + 48V
รุ่น S 500 ยังคงเป็น “ตัวหลักของตลาด” ในหลายประเทศ โดยเป็น 6 สูบเรียงเทอร์โบ (I6)
สเปกที่รายงาน
-
เครื่องยนต์: 3.0 ลิตร Turbo I6 ตระกูล M256 Evo
-
กำลังสูงสุด: รายงานอยู่ราว 442–443 hp
-
แรงบิดสูงสุด: 600 Nm (สื่อชี้ว่าแรงบิดเพิ่มขึ้นจากเดิม)
จุดเด่นเชิงคาแรกเตอร์
-
เป็นเครื่องที่บาลานซ์ดีมากสำหรับ S-Class: เดินเรียบ เงียบ มีแรงบิดใช้งาน และเข้ากับคอนเซ็ปต์ “หรูแบบขับเองก็ได้ นั่งหลังก็สบาย”
S 450 – 3.0 Turbo Inline-Six (โซนตลาดนอกสหรัฐฯ)
ในบางตลาดจะมี S 450 เป็นทางเข้ารุ่น 6 สูบ
สเปกตามรายงาน
-
เครื่องยนต์: 3.0 ลิตร Turbo I6
-
กำลังสูงสุด: 376 hp (280 kW)
-
แรงบิดสูงสุด: 560 Nm
ดีเซล 3.0 (ยุโรป/นอกสหรัฐฯ) – เน้นแรงบิด/วิ่งไกล
สำหรับยุโรปและบางภูมิภาค ยังมีดีเซล 6 สูบ 3.0 ลิตรให้เลือก (ตามรายงานข่าวชุดเดียวกัน)
มี 2 ระดับกำลัง
-
รุ่นมาตรฐาน: 309 hp (230 kW) / 650 Nm
-
รุ่นแรงขึ้น: 362 hp (270 kW) / 750 Nm
เหมาะกับใคร
-
คนที่ใช้ S-Class วิ่งทางไกลจริงจัง/ข้ามประเทศบ่อย ๆ ต้องการอัตราสิ้นเปลืองและระยะทางต่อถัง
Plug-in Hybrid (PHEV) – S 450 e และ S 580 e
จุดขายของ PHEV ใน S-Class คือ “ความเงียบและความนุ่มแบบไฟฟ้าล้วนในเมือง” แต่ยังมีพละกำลังและระยะทางแบบเครื่องยนต์สำหรับเดินทางไกล
5.1 S 450 e – PHEV เน้นใช้งานจริง
สเปกตามรายงาน
-
เครื่องยนต์ฐาน: 3.0 ลิตร I6 + มอเตอร์ไฟฟ้า
-
แบตเตอรี่: 22 kWh
-
กำลังรวม: 429 hp (320 kW)
-
แรงบิดรวม: 680 Nm
-
0–100 กม./ชม.: 5.7 วินาที
-
วิ่งไฟฟ้าล้วน (WLTP): สูงสุด 118 กม.
5.2 S 580 e – PHEV “แรงจัด” ระดับเรือธง
สเปกตามรายงาน
-
แนวทางระบบ: I6 + มอเตอร์ (คล้าย S 450 e แต่จูน/กำลังสูงกว่า)
-
กำลังรวมที่รายงาน: ประมาณ 576 hp (บางแหล่งรายงาน 576–577 ตามวิธีปัดหน่วย)
รายละเอียดแรงบิดรวม/ความจุแบตของ S 580 e ในข่าวบางชิ้น “ไม่ได้ระบุครบทุกตัวเลข” แบบ S 450 e แต่ยืนยันกำลังรวมเพิ่มขึ้นชัดเจน และเป็น 1 ใน 3 รุ่นหลักของตลาดสหรัฐฯ.
ระบบส่งกำลัง/ขับเคลื่อนที่มากับไลน์อัป (สำคัญพอ ๆ กับเครื่อง)
สำหรับชุดเปิดตัวในสหรัฐฯ สื่อรายงานตรงกันว่า
-
เกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด (9G-Tronic)
-
ขับเคลื่อนสี่ล้อ 4MATIC เป็นหลักในรุ่นที่กล่าวถึง
ช่วงล่างและการขับขี่
- เลี้ยวล้อหลังมาตรฐาน (4.5 องศา)
- ออปชันเลี้ยว 10 องศา วงเลี้ยวแคบเพียง 10.8 เมตร
- ช่วงล่างถุงลม
- ออปชัน E-Active Body Control
สรุป S-Class 2027 ยังเป็นมาตรฐานความหรูหรือไม่?
Mercedes-Benz S-Class 2027 ไม่ได้พยายามรักษาความคลาสสิกแบบเดิม แต่เลือก “นำเทรนด์” ความหรูยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว
นี่คือ S-Class สำหรับ
- ผู้บริหารยุคใหม่
- มหาเศรษฐีสายเทคโนโลยี
- ลูกค้าที่ต้องการภาพลักษณ์และความล้ำ
ขณะเดียวกัน ก็อาจไม่ใช่ S-Class ในอุดมคติของสายอนุรักษ์นิยม แต่ในเชิงกลยุทธ์ นี่คือการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดของ “ราชาแห่งรถหรู” ในโลกยุคหน้าจอครองเมือง


































































