ตั้งแต่ปี 2011- 2025 MAZDA CX-5 มียอดขายสะสมทั่วโลก 5 ล้านคัน



Mazda CX-5 ทำยอดผลิตและยอดขายสะสมทั่วโลกแตะ 5 ล้านคัน ณ สิ้นปี 2025
ฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น — Mazda Motor Corporation ประกาศว่า ยอดผลิตสะสม และ ยอดขายสะสม ของ Mazda CX-5 ทั่วโลกได้แตะระดับ 5,000,000 คัน แล้ว ณ สิ้นปี 2025 นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของครอสโอเวอร์เอสยูวีที่กลายเป็น “ตัวทำยอด” ของค่ายในหลายตลาดทั่วโลก
ไฮไลต์สำคัญ: CX-5 ขึ้นแท่นโมเดลที่ 3 ของ Mazda ที่ทะลุ 5 ล้านคัน
- CX-5 เป็น รุ่นที่ 3 ของ Mazda ที่ยอดผลิต/ขายสะสมทะลุ 5 ล้านคัน ต่อจาก Mazda323 และ Mazda3
- ในกลุ่มรถที่ผสาน Skyactiv Technology และแนวคิดการออกแบบ “Kodo – Soul of Motion” อย่างเต็มรูปแบบ CX-5 ทำสถิติถึง 5 ล้านคันได้เร็วที่สุด
- วางจำหน่ายแล้วใน มากกว่า 100 ประเทศและภูมิภาค ทั่วโลก
- มีฐานการผลิตหลายแห่ง ทั้งญี่ปุ่นและจีน รวมถึงการประกอบในประเทศบางตลาด เช่น มาเลเซีย และ เวียดนาม
- CX-5 ใหม่ทั้งหมด (All-new CX-5) เปิดตัวในยุโรป ก.ค. 2025 และเตรียมทำตลาดใน อเมริกาเหนือ และ ญี่ปุ่น ช่วง ฤดูใบไม้ผลิ 2026
ทำไม CX-5 ถึง “ขายดีทั่วโลก” และกลายเป็นรุ่นหลักของ Mazda
Mazda ระบุว่า CX-5 ยังคงเป็นตัวเลือกของลูกค้าทั่วโลกในฐานะ ครอสโอเวอร์เอสยูวีหลักของแบรนด์ โดยยืนบนจุดแข็งสำคัญ 2 ด้านที่ Mazda ตั้งใจผลักดันมาตลอด คือ
- ดีไซน์ที่มีชีวิตชีวาและสปอร์ต ตามปรัชญา “Kodo – Soul of Motion” ที่เน้นเส้นสายและสัดส่วนให้ดูพุ่งทะยาน
- ประสบการณ์ขับขี่เป็นธรรมชาติ ขับง่าย ขับสนุก ที่สอดคล้องกับแนวคิด “Joy of Driving” ซึ่งเป็น DNA ของแบรนด์
เมื่อรวมกับการทำตลาดในวงกว้างกว่า 100 ประเทศ/ภูมิภาค ทำให้ CX-5 สร้างฐานลูกค้าทั่วโลก และเติบโตเป็น รุ่นขายดีที่สุดในไลน์อัปปัจจุบันของ Mazda
เครือข่ายการผลิต: จาก Ujina สู่ Hofu จนถึงจีน และการประกอบในอาเซียน
Mazda ระบุว่า CX-5 เริ่มต้นการผลิตเจเนอเรชันแรกที่ Ujina Plant No.2 ในปี 2011 จากนั้นจึงขยายฐานการผลิตเพิ่มเติมไปยัง
- Ujina Plant No.1 (ญี่ปุ่น)
- Hofu Plant (ญี่ปุ่น)
- โรงงานในประเทศจีน
นอกจากนี้ยังมีการ ประกอบในประเทศ (Local Assembly) ในบางตลาด เช่น มาเลเซีย และ เวียดนาม เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าในภูมิภาค และเสริมความคล่องตัวด้านซัพพลายเชน
“CX-5 ใหม่” ปรับใหญ่ในรอบ 8 ปี: เน้นห้องโดยสารใช้ง่ายและ HMI ใหม่
โคอิจิโร ยามากุจิ (Program Manager ของ CX-5) กล่าวขอบคุณลูกค้าและแฟน ๆ ทั่วโลก พร้อมย้ำทิศทางของ CX-5 ใหม่ทั้งหมด ที่ได้รับการ “เปลี่ยนแปลงเต็มรูปแบบ” ในรอบ 8 ปี โดยโฟกัสหลักที่ Mazda สื่อสาร มีดังนี้
- ยกระดับดีไซน์สปอร์ต และ ไดนามิกการขับขี่ ให้เฉียบคมขึ้น
- ห้องโดยสารกว้าง ให้ผู้โดยสารทุกที่นั่งสบาย ใช้งานได้จริง
- ปรับปรุง Human–Machine Interface (HMI) ใหม่ เพื่อความเข้าใจง่ายและใช้งานสะดวกขึ้น
- ให้ความสำคัญกับ การใช้งานในชีวิตประจำวัน เพื่อทำให้การขับขี่สบายขึ้นและเติมเต็มคุณภาพชีวิต
“เราขอขอบคุณลูกค้าและแฟน ๆ ทั่วโลกที่สนับสนุน CX-5 มาโดยตลอด… CX-5 ใหม่ทั้งหมดปรับโฉมในรอบ 8 ปี ยกระดับดีไซน์สปอร์ตและไดนามิกการขับขี่ ให้ห้องโดยสารกว้างสบาย พร้อม HMI ใหม่ และพัฒนาให้เป็นเอสยูวียุคใหม่ที่ทำให้การขับขี่สบายขึ้นและชีวิตยิ่ง ‘สมบูรณ์’ ขึ้น”
— Koichiro Yamaguchi, Program Manager (CX-5)
Mazda ปิดท้ายด้วยการยืนยันแนวทางการพัฒนารถภายใต้คุณค่าหลัก “Radically Human” เพื่อมอบทั้ง Joy of Driving และต่อยอดไปสู่ Joy of Living ผ่านประสบการณ์การเดินทางในชีวิตประจำวัน
กำหนดการเปิดตัว CX-5 เจเนอเรชันใหม่ (ไทม์ไลน์ล่าสุดที่ Mazda ระบุ)
- กรกฎาคม 2025 — เปิดตัว CX-5 ใหม่ทั้งหมดครั้งแรกใน ยุโรป
- ตุลาคม 2025 — จัดแสดงต่อสาธารณชนครั้งแรกในงาน Japan Mobility Show 2025 (รถสเปกยุโรป)
- ฤดูใบไม้ผลิ 2026 — เตรียมเปิดตัวทำตลาดใน อเมริกาเหนือ และ ญี่ปุ่น
ประวัติ Mazda CX-5 เหตุการณ์สำคัญตั้งแต่เจเนอเรชันแรกถึงรุ่นใหม่
เจเนอเรชันแรก (First-generation CX-5)
- กันยายน 2011 — เปิดตัวระดับโลกที่งาน “Frankfurt Motor Show 2011”
- พฤศจิกายน 2012 — คว้ารางวัล “Japan Car of the Year”
- มกราคม 2013 — ยอดขายเอสยูวีในญี่ปุ่นอันดับ 1 ประจำปี 2012
- มกราคม 2014 — ยอดขายเอสยูวีในญี่ปุ่นอันดับ 1 ประจำปี 2013
- เมษายน 2015 — ยอดผลิตสะสมทั่วโลกครบ 1,000,000 คัน
เจเนอเรชันที่สอง (Second-generation CX-5)
- พฤศจิกายน 2016 — เปิดตัวระดับโลกที่งาน “Los Angeles Auto Show”
- กุมภาพันธ์ 2022 — ได้คะแนนความปลอดภัยสูงสุด “IIHS TOP SAFETY PICK+” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 จากสถาบัน IIHS
เจเนอเรชันที่สาม (Third-generation / All-new CX-5)
- กรกฎาคม 2025 — เปิดตัวในยุโรป
- ตุลาคม 2025 — จัดแสดงในงาน Japan Mobility Show 2025 (สเปกยุโรป)
สรุป 5 ล้านคันคือ “หลักฐาน” ของความแข็งแกร่ง และปี 2026 คือจุดเริ่มต้นของบทใหม่
การแตะยอด 5 ล้านคัน ของ CX-5 สะท้อนว่าโมเดลนี้คือหนึ่งใน “แกนหลัก” ของ Mazda อย่างแท้จริง ทั้งด้านยอดขาย ความครอบคลุมตลาด และภาพลักษณ์ความเป็นครอสโอเวอร์ที่ขับดีและดูสปอร์ต ขณะเดียวกัน CX-5 ใหม่ทั้งหมด ที่เปิดตัวแล้วในยุโรป และเตรียมเปิดตัวในอเมริกาเหนือ/ญี่ปุ่นช่วง ฤดูใบไม้ผลิ 2026 ก็เป็นสัญญาณชัดว่า Mazda ต้องการยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้ให้ตอบโจทย์ชีวิตประจำวันมากขึ้น โดยไม่ทิ้ง “ความสนุกในการขับ” ที่เป็นเอกลักษณ์
https://www.car250.com/new-mazda-cx-5-skyactiv-g.html
