ANCAP หนุนออกกฎคุม “มือจับประตูไฟฟ้า” ในออสเตรเลีย ชี้ควรบังคับให้มีระบบกลไกสำรองเหมือนจีน

ANCAP หนุนออกกฎคุม “มือจับประตูไฟฟ้า” ในออสเตรเลีย ชี้ควรบังคับให้มีระบบกลไกสำรองเหมือนจีน
Spread the love
Advertisement Advertisement

ANCAP หนุนออกกฎคุม “มือจับประตูไฟฟ้า” ในออสเตรเลีย ชี้ควรบังคับให้มีระบบกลไกสำรองเหมือนจีน

สรุปประเด็น: ANCAP เตือนความเสี่ยง “มือจับประตูไฟฟ้าแบบพึ่งไฟล้วน” อาจเปิดไม่ได้เมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือไฟถูกตัด จึงสนับสนุนให้ออสเตรเลียออกกฎบังคับให้รถใหม่ต้องมี “กลไกสำรอง” ทั้งด้านในและด้านนอก เพื่อให้ผู้โดยสารและกู้ภัยเปิดประตูได้แม้ไฟดับ

ทำไม “มือจับประตูไฟฟ้า” ถึงกลายเป็นประเด็นความปลอดภัย

แนวทางการออกแบบรถยุคใหม่ โดยเฉพาะรถที่เน้นแอโรไดนามิกและภาพลักษณ์ล้ำสมัย ทำให้ “มือจับประตูแบบซ่อน/แบบกดเด้ง/แบบไฟฟ้า” ได้รับความนิยมมากขึ้นในหลายเซกเมนต์ ไม่ใช่เฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า (EV) แต่รวมถึงรถเครื่องยนต์สันดาป (ICE) และไฮบริด (HEV/PHEV) ด้วย

อย่างไรก็ตาม ความนิยมนี้มาพร้อมคำถามสำคัญด้านความปลอดภัยในเหตุฉุกเฉิน เพราะมือจับบางแบบ “ทำงานไม่ได้หากไม่มีไฟ” เมื่อเกิดอุบัติเหตุหนัก ระบบไฟถูกตัด แบตเตอรี่เสียหาย หรือระบบความปลอดภัยสั่งตัดวงจรเพื่อป้องกันอันตราย ผลลัพธ์ที่น่ากังวลคือผู้โดยสารอาจ ออกจากรถไม่ได้ และทีมกู้ภัยอาจ เข้าถึงผู้ประสบเหตุได้ช้าลง

จีนออกกฎใหม่: ต้องมี “กลไกสำรอง” ทั้งด้านในและด้านนอก

ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยดังกล่าว จีนได้ประกาศกฎระเบียบใหม่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา โดยกำหนดให้มือจับประตูต้องมี ระบบปลดล็อกแบบกลไก (Mechanical Release) สำรอง เพื่อให้สามารถเปิดประตูได้แม้รถไม่มีไฟหรือแหล่งจ่ายไฟถูกตัด

ไทม์ไลน์สำคัญของจีน

  • 1 มกราคม 2027 บังคับใช้กับ รถรุ่นใหม่ที่ “เปิดตัวใหม่” และจำหน่ายในจีน
  • 1 มกราคม 2029 ขยายเป็น รถใหม่ทุกคัน ที่จำหน่ายในจีน

แก่นของข้อบังคับคือ “ต้องมีทางออกที่เป็นกลไก” เพื่อให้เปิดประตูได้ในสถานการณ์ที่ระบบไฟฟ้าหยุดทำงาน ไม่ว่าจะจากอุบัติเหตุ ไฟฟ้าลัดวงจร น้ำท่วม/จมน้ำ หรือกรณีตัดไฟเพื่อความปลอดภัยระหว่างกู้ภัย

ANCAP ชี้ออสเตรเลียควร “ตามให้ทัน” ไม่ควรรอให้ช้า

นางคาร์ลา ฮอร์เวก (Carla Hoorweg) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ANCAP ซึ่งเป็นหน่วยงานอิสระด้านความปลอดภัยรถยนต์ใหม่ของออสเตรเลีย ให้สัมภาษณ์ในรายการ ABC Radio Melbourne – Mornings ว่า ออสเตรเลียควรยกระดับข้อกำหนดให้ชัดเจนขึ้น และบังคับใช้เหมือนจีน

Advertisement Advertisement

สาระสำคัญของมุมมอง ANCAP คือ หากมีความเสี่ยงที่พิสูจน์ได้แล้วและมี “แนวปฏิบัติจากประเทศอื่น” ที่กำลังเดินหน้า ออสเตรเลียควรใช้จังหวะนี้ “กวาดให้เรียบ” ด้วยกฎระเบียบ เพื่อป้องกันรถที่ใช้มือจับไฟฟ้าแบบไม่มีสำรองเข้ามาทำตลาดมากขึ้นในอนาคต

ANCAP ย้ำด้วยว่า แม้หน่วยงานจะทำงานผ่านเกณฑ์ทดสอบและการจัดอันดับความปลอดภัยได้ แต่ระบบของ ANCAP เป็น ความสมัครใจ ไม่ได้เป็นข้อบังคับตามกฎหมาย จึงไม่สามารถ “ห้ามขาย” รถที่มีมือจับประตูไฟฟ้าพึ่งไฟล้วนได้ หากยังไม่ถูกกำหนดในกฎของรัฐ

กฎหมาย ADR ของออสเตรเลีย “มีกรอบ” แต่ยังไม่ระบุชัดเรื่องมือจับไฟฟ้าพึ่งไฟล้วน

ปัจจุบัน Australian Design Rules (ADRs) ระบุหลักการสำคัญ เช่น ประตูต้องเปิดได้จากภายใน และระบบความปลอดภัยไม่ควรพึ่งการทำงานด้วยไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว แต่ข้อกำหนดยังไม่ได้ “เจาะจง” ถึงกรณีมือจับประตูที่ทำงานด้วยไฟฟ้าเท่านั้น

ช่องว่างนี้เองที่ทำให้เกิดการเรียกร้องให้ปรับปรุงข้อกำหนด ให้ครอบคลุม “การเปิดประตูในเหตุฉุกเฉินหลังไฟดับ” แบบชัดเจน ไม่ปล่อยให้เป็นเพียงการตีความตามหลักกว้าง ๆ

รัฐบาลออสเตรเลียเดินเกมผ่าน UN ตั้งคณะทำงานตั้งแต่มิถุนายน 2025

มาตรฐานรถยนต์ของออสเตรเลียจำนวนมากสอดคล้องกับกรอบของสหประชาชาติ (UN) และรัฐบาลได้เข้าร่วมคณะทำงานของ UN ตั้งแต่ มิถุนายน 2025 เพื่อประเมินกฎเดิมที่เกี่ยวข้องกับกลไกการเปิดประตูในสถานการณ์ฉุกเฉิน

โฆษกกระทรวงโครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง การพัฒนาภูมิภาค การสื่อสาร กีฬา และศิลปะ ระบุสาระสำคัญว่า การเปิดประตูในเหตุฉุกเฉินควร “เข้าใจง่ายและใช้งานได้” แม้หลังจากไฟฟ้าดับ และจะมีการประชุมหารือต่อเพื่อหาข้อแก้ไขที่เหมาะสมกับกฎที่เกี่ยวข้อง

ANCAP จะอัปเดตเกณฑ์ทดสอบใหม่ในปี 2026 ร่วมกับ Euro NCAP

ANCAP เปิดเผยว่าจะนำแนวทาง/โปรโตคอลการทดสอบใหม่มาใช้ในปี 2026 ร่วมกับ Euro NCAP (หน่วยงานคู่ขนานในยุโรป) แต่รายละเอียดเต็มรูปแบบยังไม่ประกาศ

ประเด็นนี้สะท้อนทิศทางเดียวกันของตลาดโลก: ต่อให้ “ดีไซน์ล้ำ” แค่ไหน แต่การเอาชีวิตรอดและการกู้ภัยต้องมาก่อน โดยเฉพาะความสามารถในการเปิดประตูหลังชน และการเข้าถึงตัวผู้โดยสารจากภายนอก

มุมผู้ใช้รถ ควรรู้อะไร และทำอย่างไรให้ปลอดภัยกว่าเดิม

ANCAP ระบุว่าเรื่องการ “ออกจากรถหลังชน” เป็นสิ่งที่ติดตามมานาน ตั้งแต่ยุคมือจับแบบกลไกล้วน แต่เมื่อมือจับไฟฟ้าเข้ามา ความเสี่ยงและความสับสนของผู้ใช้เพิ่มขึ้น เพราะผู้ใช้จำนวนมากไม่รู้ว่า คันของตัวเองมีคันปลดแบบแมนนวลอยู่ตรงไหน

คำแนะนำที่ทำได้ทันที

  • ถามศูนย์/ดีลเลอร์โดยตรงว่า “ถ้าไฟดับหลังชน จะเปิดประตูแบบแมนนวลอย่างไร”
  • ให้ดีลเลอร์สาธิตตำแหน่ง คันปลด/คันโยกฉุกเฉิน ทั้งผู้ขับและผู้โดยสาร
  • อ่านคู่มือรถในหัวข้อ Emergency Door Release (ชื่อเรียกอาจต่างกันแต่หลักการเดียวกัน)
  • หากรถมีมือจับแบบซ่อน/แบบกดเด้ง ควรเข้าใจว่า “ภายนอก” จะเปิดได้อย่างไรเมื่อไฟดับ เพื่อช่วยให้กู้ภัยทำงานเร็วขึ้น

หมายเหตุสำคัญ: หลายรุ่นอาจมีระบบสำรองอยู่แล้ว แต่สิ่งที่เป็นปัญหาคือ “ผู้ใช้ไม่รู้/ไม่คุ้น/ไม่ชัดเจน” การทำให้วิธีเปิดฉุกเฉินเป็นมาตรฐานที่ใช้งานได้จริงและเป็นสากล จึงเป็นเหตุผลหลักของการผลักดันกฎใหม่

แนวโน้มต่อจากนี้ ดีไซน์ต้องเดินคู่ “ความทนทานในเหตุฉุกเฉิน”

ประเด็นมือจับประตูไฟฟ้าไม่ใช่การต่อต้านเทคโนโลยี แต่เป็นการ “ล็อกให้แน่น” ว่า เทคโนโลยีต้องมี Fallback ที่ใช้งานได้จริงในเหตุสุดวิสัย โดยเฉพาะเมื่อไฟดับ ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ในการชนรุนแรง ไฟไหม้ หรือเหตุเกี่ยวกับน้ำ

หากออสเตรเลียเดินหน้าปรับ ADR ให้ชัดเจนตามแนวเดียวกับจีน จะช่วยลดความเสี่ยง “ติดอยู่ในรถ” และเพิ่มความเร็วในการช่วยเหลือ ซึ่งเป็นหัวใจของความปลอดภัยเชิงระบบ มากกว่าการหวังพึ่งคู่มือหรือความรู้ของผู้ใช้เพียงอย่างเดียว

สรุป

ANCAP มองว่าออสเตรเลียควรรีบกำหนดมาตรฐานให้รถใหม่ต้องมี “มือจับประตูที่มีระบบกลไกสำรอง” เพื่อให้เปิดได้แม้ไฟดับในเหตุฉุกเฉิน หลังจีนประกาศไทม์ไลน์ชัด 2027 และ 2029 ขณะที่รัฐบาลออสเตรเลียกำลังทำงานผ่านคณะทำงานของ UN และ ANCAP เตรียมปรับเกณฑ์ทดสอบใหม่ในปี 2026

สำหรับผู้ใช้รถ หากกังวลกับรถที่ใช้อยู่ แนะนำให้ติดต่อศูนย์/ดีลเลอร์เพื่อเรียนรู้วิธีเปิดประตูแบบแมนนวลในเหตุฉุกเฉิน เพราะ “รู้ตำแหน่งก่อน” อาจสร้างความต่างได้จริงในวินาทีคับขัน

 

Carexpert

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้