รถจีนสะเทือน! สหภาพยุโรป เตรียมบังคับ EV ต้องใช้ชิ้นส่วนยุโรป 70% จึงได้อุดหนุนรัฐ

สหภาพยุโรปเตรียมบังคับ EV ต้องมีชิ้นส่วนผลิตในยุโรป 70% จึงได้อุดหนุนรัฐ | กระทบรถจีน-ห่วงโซ่อุปทานโลก
วิเคราะห์ละเอียด: คณะกรรมาธิการยุโรปเตรียมกำหนดเงื่อนไขรถยนต์ไฟฟ้าต้องมีชิ้นส่วนผลิตในสหภาพยุโรปอย่างน้อย 70% และต้องประกอบในยุโรปจึงจะได้รับเงินอุดหนุนรัฐ พร้อมตั้งกองทุนแบตเตอรี่ 1.8 พันล้านยูโร หรือ 66,300 ล้านบาท รับมือแรงกดดันจากรถจีนที่มีส่วนแบ่งตลาด 12.8%
สรุปประเด็นสำคัญ
- EV / Hybrid / Hydrogen FCEV ที่จะรับเงินอุดหนุนจากรัฐ ต้อง ประกอบในสหภาพยุโรป
- ชิ้นส่วน (ไม่รวมแบตเตอรี่) อย่างน้อย 70% ต้องผลิตในยุโรป (คำนวณตามมูลค่า)
- ชิ้นส่วนแกนหลักของแบตเตอรี่ต้องผลิตในยุโรป
- ตั้งกองทุน “Battery Booster Fund” มูลค่า 1.8 พันล้านยูโร สนับสนุน Gigafactory
- กังวลรถจีนใช้วิธี CKD/SKD ประกอบในยุโรปเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี
EU เดินเกมอุตสาหกรรม: ใส่เงื่อนไข 70% Local Content ใน “Industrial Acceleration Act”
คณะกรรมาธิการยุโรปเตรียมบรรจุมาตรการใหม่ในร่างกฎหมาย Industrial Acceleration Act โดยกำหนดให้รถยนต์ไฟฟ้า (EV), รถยนต์ไฮบริด และรถยนต์เซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน ที่ต้องการรับเงินอุดหนุนจากรัฐบาล หรือถูกจัดซื้อ/เช่าโดยหน่วยงานภาครัฐ ต้องผ่านเงื่อนไข “สัดส่วนชิ้นส่วนผลิตในยุโรป” ไม่น้อยกว่า 70%
การคำนวณจะอิงตาม มูลค่าชิ้นส่วน (Value-based calculation) ไม่ใช่จำนวนชิ้น โดยชิ้นส่วนที่ไม่รวมแบตเตอรี่ต้องผลิตในยุโรปอย่างน้อย 70% ขณะที่ชิ้นส่วนหลักของแบตเตอรี่ เช่น โมดูลสำคัญบางรายการ ต้องผลิตในสหภาพยุโรปเช่นกัน
หมายเหตุ: ตัวเลข 70% ยังไม่ถือเป็นข้อสรุปสุดท้าย และอาจมีการปรับเปลี่ยนได้ก่อนประกาศใช้อย่างเป็นทางการ
เป้าหมายชัด: ปกป้องฐานการผลิตยุโรป รับมือรถจีน
มาตรการดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันจากรถยนต์ไฟฟ้าราคาต่ำจากจีน ซึ่งขยายส่วนแบ่งตลาดในยุโรปอย่างรวดเร็ว โดย ณ เดือนพฤศจิกายน 2025 ผู้ผลิตรถยนต์จีนมีส่วนแบ่งตลาดใน EU สูงถึง 12.8%
อุตสาหกรรมยุโรปกังวลว่า ผู้ผลิตจีนอาจใช้ช่องทางนำเข้าชิ้นส่วนแบบ CKD/SKD แล้วนำมาประกอบในโรงงานยุโรป เพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการภาษีนำเข้าที่ EU กำลังบังคับใช้กับรถ EV จากจีน
ยุโรปยังพึ่งพาแบตเตอรี่จีน-เกาหลีใต้
แม้ EU ต้องการผลักดัน Local Content แต่ความจริงคือ ผู้ผลิตรถยนต์ยุโรปส่วนใหญ่ยังพึ่งพาแบตเตอรี่จากซัพพลายเออร์จีนและเกาหลีใต้ ล่าสุด บริษัท ACC ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนด้านแบตเตอรี่ระหว่าง Stellantis และ Mercedes-Benz ได้ประกาศลดขนาดแผนการสร้างโรงงาน Gigafactory ในยุโรป สะท้อนถึงแรงกดดันด้านต้นทุนและความไม่แน่นอนของตลาด
กองทุน 1.8 พันล้านยูโร ดันโรงงานแบตเตอรี่ยุโรป
ก่อนหน้านี้ในปี 2025 EU ได้เสนอกรอบ “Value Chain Local Content Rule” และตั้งกองทุน Battery Booster Fund มูลค่า 1.8 พันล้านยูโร หรือ 66,300 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการลงทุนในโรงงานผลิตแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ภายในยุโรป (Gigafactory) เป้าหมายคือการลดการพึ่งพาจีนในห่วงโซ่อุปทานแบตเตอรี่ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของรถยนต์ไฟฟ้า
CLEPA เรียกร้องนิยาม “Made in Europe” ให้ชัดเจน
สมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ยุโรป (CLEPA) ระบุว่า ปัจจุบันรถยนต์ที่ประกอบในยุโรปมีสัดส่วนชิ้นส่วนท้องถิ่นอยู่ที่ประมาณ 75-80% และกฎใหม่ควรรักษาระดับนี้ไว้ พร้อมกำหนดนิยามคำว่า “ผลิตในยุโรป” ให้ชัดเจน เพื่อป้องกันการตีความหลวมเกินไป
วิเคราะห์ผลกระทบเชิงอุตสาหกรรม
1. ผู้ผลิตจีนต้องเร่งลงทุนตั้งโรงงานเต็มรูปแบบในยุโรป
การประกอบเพียง SKD อาจไม่เพียงพออีกต่อไป หากไม่สามารถทำ Local Content ถึงเกณฑ์ 70%
2. ต้นทุน EV ในยุโรปอาจสูงขึ้น
การย้ายฐานผลิตหรือปรับซัพพลายเชนอาจเพิ่มต้นทุน และส่งผลต่อราคาขายรถ EV ในระยะสั้น
3. ผู้ผลิตยุโรปได้เปรียบเชิงนโยบาย
ค่ายยุโรปที่มีฐานซัพพลายเออร์ในภูมิภาคอยู่แล้ว อาจได้ประโยชน์โดยตรงจากมาตรการนี้
4. ห่วงโซ่อุปทานโลกอาจถูกแบ่งขั้วมากขึ้น
แนวโน้ม “Regionalization” จะชัดเจนขึ้น โดยยุโรป-จีน-อเมริกา อาจเร่งสร้างห่วงโซ่อุปทานของตนเอง
บทสรุป
มาตรการ Local Content 70% ของสหภาพยุโรปถือเป็นการเดินเกมอุตสาหกรรมเชิงยุทธศาสตร์ ไม่ใช่เพียงมาตรการการค้า แต่เป็นความพยายามสร้าง “ความมั่นคงทางอุตสาหกรรม” ในยุค EV
คำถามสำคัญคือ EU จะสามารถสร้างระบบนิเวศแบตเตอรี่และซัพพลายเชนภายในภูมิภาคได้เร็วพอหรือไม่ ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงจากจีน และความท้าทายด้านต้นทุน

