BYD รุกหนักออสเตรเลีย! ส่งรถเพิ่ม 3 เท่ากว่า 30,000 คัน รับวิกฤตราคาน้ำมันแพง หลังยอดขายพุ่งรั้งอันดับ 3
BYD รุกหนักออสเตรเลีย! ส่งรถเพิ่ม 3 เท่ากว่า 30,000 คัน รับวิกฤตราคาน้ำมันแพง หลังยอดขายพุ่งรั้งอันดับ 3
BYD เตรียมจัดส่งรถยนต์จำนวนมหาศาลกว่า 30,000 คัน ไปยังประเทศออสเตรเลียในช่วงเดือนพฤษภาคมและมิถุนายนนี้ เพื่อตอบสนองต่อยอดขายที่พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์จากปัจจัยราคาน้ำมันที่แพงขึ้น โดยในเดือนที่ผ่านมา BYD สามารถทำยอดขายรวมขึ้นมาครองอันดับ 3 ของตลาดได้สำเร็จ
การจัดส่งล็อตใหญ่ครั้งนี้มีจำนวนมากกว่าปกติถึง 3 เท่า ซึ่งเป็นผลมาจากยอดขายรายเดือนที่ดีที่สุดเป็นอันดับสองของแบรนด์ และเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อเพิ่มอุปทานให้กับรถยนต์รุ่นใหม่ที่กำลังได้รับความสนใจอย่าง Shark 6 (รถกระบะ) และ Sealion 8 (รถ SUV 7 ที่นั่ง)
วิกฤตราคาน้ำมัน ตัวเร่งดีมานด์รถยนต์ไฟฟ้า
ภายในงาน Melbourne Motor Show 2026 คุณหลิว เสวียเลี่ยง (Liu Xueliang) กรรมการผู้จัดการ BYD ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ได้เปิดเผยว่าค่ายรถกำลังเตรียมการจัดส่งรถยนต์จำนวนมากที่สุดเป็นประวัติการณ์เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่สูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
“เราหวังว่าการจัดส่งรถอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้มั่นใจได้ว่าผู้บริโภคจะไม่ได้รับผลกระทบหนักจากวิกฤตการขาดแคลนหรือราคาน้ำมัน ในเดือนต่อจากนี้ เราจะเร่งขยายการแพร่หลายของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในตลาดออสเตรเลีย… อย่างที่ทราบกันว่า BYD มีเรือขนส่งเป็นของตัวเอง ดังนั้นเราจะใช้เรือของเราเองในการส่งมอบรถยนต์เหล่านี้”
ในเดือนที่ผ่านมา BYD ส่งมอบรถได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 7,217 คัน ตามหลังเพียง Toyota และ Kia เท่านั้น โดยยอดขายเติบโตขึ้นถึง 50% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า หลังจากที่ทำยอดส่งมอบได้ 5,001 คันในเดือนมกราคม และ 5,323 คันในเดือนกุมภาพันธ์
สถิติยอดขายที่เติบโตแบบก้าวกระโดด
ยอดขายสะสมตั้งแต่ต้นปี (YTD) ของ BYD จนถึงสิ้นเดือนมีนาคมอยู่ที่ 17,541 คัน เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วซึ่งอยู่ที่ 8,767 คัน คิดเป็นการเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 100.1%
- ปี 2022: เริ่มจำหน่ายรถยนต์คันแรกในออสเตรเลีย
- ปี 2025: ส่งมอบรถรวม 52,415 คัน และติดอันดับ Top 10 ของแบรนด์รถยนต์
- ปี 2026: คาดว่าจะส่งมอบรถคันที่ 100,000 ในออสเตรเลียได้ภายในปีนี้
คุณสตีเฟน คอลลินส์ (Stephen Collins) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ BYD Australia ระบุว่ายอดจองค้างส่ง (Back-orders) ยังมีจำนวนมาก และคาดว่าช่วงไตรมาสที่สอง (เมษายน-มิถุนายน) จะเป็นช่วงที่ตลาดแข็งแกร่งที่สุดตามฤดูกาล
รุ่นยอดนิยมและทิศทางในอนาคต
ปัจจุบัน Sealion 7 (SUV ไฟฟ้า) คือรถรุ่นที่ขายดีที่สุดของแบรนด์ ตามมาด้วย Shark 6 (รถกระบะ Plug-in Hybrid) และ Sealion 6 (SUV Plug-in Hybrid)
ความสำเร็จของ BYD มีส่วนสำคัญที่ทำให้รถยนต์ที่ผลิตจากประเทศจีนทำยอดขายแซงหน้าค่ายรถชาติอื่นๆ เป็นครั้งแรกในออสเตรเลียเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ซึ่งต่อเนื่องมาจากเทรนด์ระดับโลกในปี 2025 ที่แบรนด์จีนสามารถแซงหน้าแบรนด์ญี่ปุ่นขึ้นเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของโลก
เป้าหมายปี 2026: BYD ตั้งเป้าขึ้นไปยืนบนโพเดียม (อันดับ 1-3) ของตลาดรถยนต์ในออสเตรเลีย โดยเตรียมเปิดตัวรถรุ่นใหม่อย่างน้อย 8 รุ่น เพื่อเข้าชิงตำแหน่งกับแบรนด์อย่าง Mazda, Kia และ Ford โดยยังคงมี Toyota เป็นผู้นำตลาดที่ยากจะสั่นคลอน
นอกจากนี้ การเพิ่มจำนวนการจัดส่งยังรวมถึงแบรนด์รถยนต์หรูในเครืออย่าง Denza เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าจะได้รับรถที่รวดเร็วขึ้นท่ามกลางวิกฤตพลังงานที่กำลังเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคทั่วโลก

