เปิดตัว The All-New electric C-Class EV วิ่งได้ไกลสุด 762 กม./ชาร์จ WLTP การชาร์จ 800 โวลต์สามารถเพิ่มระยะทางได้ 325 กม. ภายใน 10 นาที

เปิดตัว The All-New electric C-Class EV วิ่งได้ไกลสุด 762 กม./ชาร์จ WLTP การชาร์จ 800 โวลต์สามารถเพิ่มระยะทางได้ 325 กม. ภายใน 10 นาที
Spread the love
Advertisement Advertisement

 

เจาะลึก The All-New Mercedes-Benz C 400 4MATIC Electric เมื่อยนตรกรรมไฟฟ้าผสานปัญญาประดิษฐ์

ในวาระครบรอบ 140 ปีแห่งนวัตกรรมยานยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ได้กำหนดมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมด้วยการเปิดตัว The All-New electric C-Class โดยเฉพาะรุ่นท็อปอย่าง C 400 4MATIC Electric ที่ไม่ใช่เพียงแค่รถยนต์พลังงานไฟฟ้า แต่เป็นดีไวซ์อัจฉริยะที่เชื่อมต่อระบบนิเวศทางเทคโนโลยีเข้ากับการขับขี่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ข้อมูลทางเทคนิค: Mercedes-Benz C 400 4MATIC electric

รถยนต์คลาส C ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าโฉมใหม่ (The all-new electric C-Class) มาพร้อมกับข้อมูลจำเพาะทางเทคนิคที่โดดเด่นดังนี้:

  • ระบบขับเคลื่อนและแบตเตอรี่

    • ระบบขับเคลื่อน: ขับเคลื่อน 4 ล้อ (AWD / 4×4)
    • ประเภทมอเตอร์ไฟฟ้า: PSM/PSM
    • กำลังสูงสุด: 360 กิโลวัตต์ (kW) 489 แรงม้า PS
    • แรงบิดสูงสุด: 800 นิวตันเมตร (Nm)
  • สมรรถนะและการบริโภคพลังงาน

    • อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 4.0 วินาที
    • ความเร็วสูงสุด: 210 กม./ชม.
    • อัตราสิ้นเปลืองพลังงานแบบรวม: 18.5 – 14.1 kWh/100 km
    • ประเภทแบตเตอรี่: ลิเธียมไอออน (Lithium-ion) ยังไม่ระบุขนาด
    • ระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าสูงสุด: 592 – 762 กิโลเมตร
    • การปล่อยคาร์บอน (CO2): 0 กรัม/กม. (คลาส A)
  • การชาร์จพลังงาน

    • กำลังชาร์จ AC สูงสุด (มาตรฐาน/ออปชัน): 11/22 กิโลวัตต์
    • กำลังชาร์จ DC สูงสุด: 330 กิโลวัตต์
    • ระยะเวลาชาร์จ DC (10%-80%): 22 นาที
    • ระยะทางวิ่งสูงสุดจากการชาร์จ 10 นาที: 325 กิโลเมตร
  • มิติขนาดและน้ำหนักตัวถัง

  • ความยาว / ความกว้าง / ความสูง: 4,883 / 1,892 / 1,503 มิลลิเมตร
  • ฐานล้อ: 2,962 มิลลิเมตร
  • พื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลัง (VDA): 470 ลิตร
  • พื้นที่เก็บสัมภาระด้านหน้า (Frunk): 101 ลิตร

ระบบปฏิบัติการ Mercedes-Benz (MB.OS) และ MBUX

MB.OS คือสถาปัตยกรรมแบบชิปสู่คลาวด์ (Chip-to-cloud) ที่พัฒนาโดยเมอร์เซเดส-เบนซ์ เพื่อเปลี่ยนรถยนต์ทุกคันให้เป็นเพื่อนร่วมทางอัจฉริยะที่สามารถคิด เรียนรู้ และพัฒนาไปพร้อมกับผู้ขับขี่ได้อย่างราบรื่น

  • สถาปัตยกรรมประสิทธิภาพสูง: MB.OS ควบคุม 4 โดเมนหลัก ได้แก่ ระบบอินโฟเทนเมนต์, ระบบขับขี่อัตโนมัติ, ตัวถังและความสะดวกสบาย, และระบบขับขี่และการชาร์จไฟ คอมพิวเตอร์สำหรับการขับขี่อัตโนมัติที่ระบายความร้อนด้วยน้ำสามารถคำนวณได้ถึง 254 ล้านล้านครั้งต่อวินาที และรองรับการอัปเดตแบบ Over-The-Air (OTA) ได้ตลอดคัน

  • MBUX และ Virtual Assistant เจเนอเรชันใหม่: เป็นระบบอินโฟเทนเมนต์แรกในรถยนต์ที่ผสานรวมปัญญาประดิษฐ์ (AI Agents) หลายตัวไว้ในระบบเดียว MBUX Virtual Assistant โฉมใหม่นี้ใช้ Generative AI ในการพูดคุยสนทนาได้อย่างซับซ้อน จดจำบริบทระยะสั้นได้ และตอบคำถามความรู้ทั่วไปหรือแม้แต่ให้คำแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวผ่านฐานข้อมูลจาก Google Maps

    Advertisement Advertisement
  • อวตารเสมือนจริง: อวตารของ MBUX Virtual Assistant สามารถปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ได้ 3 แบบตามความต้องการ เช่น รูปดาวเมอร์เซเดส, รูปร่างคล้ายมนุษย์จากกลุ่มควันดาว, และใบหน้าที่มีการแสดงอารมณ์ ผู้ใช้สามารถเรียกใช้งานได้ง่ายๆ ด้วยคำว่า “Hey Mercedes”

  • ระบบนำทางอัจฉริยะ 3 มิติ: ระบบนำทาง (Electric Intelligence) ใช้ข้อมูลเรียลไทม์ผ่าน Google Maps เพื่อคำนวณเส้นทางที่รวมจุดแวะชาร์จได้อย่างแม่นยำ โดยวิเคราะห์จากสภาพการจราจร, ภูมิประเทศ, และความเร็ว นอกจากนี้ MBUX Surround Navigation ยังผสานภาพจำลอง 3 มิติ แสดงสภาพแวดล้อมรวมถึงรถยนต์คันอื่นบนแผงหน้าปัดผู้ขับขี่ได้อย่างชัดเจน

เทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่และการจอดรถ: MB.DRIVE

ระบบ MB.DRIVE รวบรวมเทคโนโลยีช่วยการขับขี่และความปลอดภัยล้ำสมัย โดยอาศัยกล้องสูงสุด 10 ตัว, เซ็นเซอร์เรดาร์ 5 ตัว และอัลตราโซนิก 12 ตัว

  • MB.DRIVE ASSIST: ช่วยควบคุมพวงมาลัยให้รถอยู่ตรงกลางเลน และรองรับการเปลี่ยนเลนง่ายๆ เพียงแตะก้านไฟเลี้ยว ส่วน MB.DRIVE ASSIST PRO ช่วยยกระดับประสบการณ์การขับขี่แม้ในการจราจรที่หนาแน่น

  • MB.DRIVE PARKING ASSIST: ระบบช่วยจอดรถอัจฉริยะที่สามารถตรวจจับช่องจอดล่วงหน้า และจอดเข้าซองแบบทำมุมได้แม้ไม่มีเส้นขาว นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันช่วยถอยหลัง (Reverse manoeuvring function) สำหรับการถอยรถในทางแคบ

  • MB.DRIVE PARKING ASSIST 360: มาพร้อมกล้องมุมมอง 360 องศาที่ดียิ่งขึ้น และมีระบบเตือนป้องกันการครูดขอบล้อ (Rim protection warning) เมื่อต้องเคลื่อนรถจอด

ความสบายในการขับขี่: ENERGIZING COMFORT & AIRMATIC

การผสานรวมฟังก์ชันความผ่อนคลายและช่วงล่างอัจฉริยะเพื่อให้เกิดความนุ่มนวลขั้นสูงสุด

  • ENERGIZING COMFORT: โปรแกรมดูแลสุขภาพ 10 นาที ที่ควบคุมแสงไฟ, เสียงเพลง, อุณหภูมิ และระบบนวดที่เบาะนั่ง เพื่อลดความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง มีโปรแกรมให้เลือกเช่น “Energy”, “Good Vibes”, “Relax” หรือโปรแกรมการงีบหลับ 15 นาทีอย่าง “Power Nap” เบาะนั่งยังมีฟังก์ชันปรับขยับเอง (Seat kinetics) เพื่อลดความเมื่อยล้า

  • AIRMATIC โฉมใหม่: ช่วงล่างถุงลมควบคุมด้วยระบบ MB.OS ที่มาพร้อมฟังก์ชันช่วยดักซับแรงกระแทกล่วงหน้า (Predictive damping)

  • เทคโนโลยี Car-to-X: ระบบนี้ใช้ข้อมูลจากรถเมอร์เซเดส-เบนซ์คันอื่นๆ บนท้องถนน เพื่อตรวจจับลูกระนาดหรือพื้นผิวขรุขระ แล้วปรับความหนืดของโช้คอัพด้วยระบบไฟฟ้าล่วงหน้า ทำให้ผ่านเนินได้อย่างนุ่มนวล

  • ปรับระดับรถตามแผนที่ Google Maps: AIRMATIC จะคงระดับตัวรถให้ต่ำอย่างต่อเนื่องเมื่ออยู่บนทางหลวงเพื่อลดแรงต้านอากาศและประหยัดพลังงาน ผู้ขับขี่ยังสามารถสั่งยกรถสูงขึ้น 20 มิลลิเมตร ด้วยคำสั่งเสียงได้

ระบบนิเวศการชาร์จ: MB.CHARGE

MB.CHARGE เป็นบริการที่ครอบคลุมการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าทั้งในและนอกบ้าน

  • MB.CHARGE Public: ให้สิทธิ์การเข้าถึงสถานีชาร์จสาธารณะกว่า 3 ล้านจุดทั่วโลก รองรับการเสียบสายแล้วชาร์จทันที (Plug & Charge) แสดงค่าใช้จ่ายอย่างโปร่งใสก่อนเริ่มชาร์จ

  • MB.CHARGE Home และ V2G/V2H: การชาร์จรถที่บ้านพัฒนาไปอีกขั้นด้วย MB.CHARGE Home Pro รถยนต์คลาส C ใหม่ จะกลายเป็นแหล่งกักเก็บพลังงานที่บ้านได้

    • V2H (Vehicle to Home): รถยนต์สามารถรับพลังงานแสงอาทิตย์ส่วนเกินมาเก็บไว้ช่วงกลางวัน แล้วจ่ายไฟกลับให้ตัวบ้านเมื่อค่าไฟแพง หรือทำหน้าที่เป็นแหล่งจ่ายไฟสำรองเมื่อเกิดเหตุไฟดับได้

    • V2G (Vehicle to Grid): รถสามารถช่วยส่งพลังงานกลับเข้าระบบไฟฟ้าสาธารณะ เพื่อแลกเปลี่ยนเป็นรายได้และช่วยรักษาเสถียรภาพโครงข่ายไฟฟ้าได้

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้