ฮุนได มอเตอร์ เปิดตัว IONIQ 3 ดีไซน์ Aero Hatch FWD 147 แรงม้า 61kWh 496 กม./ชาร์จ WLTP

ฮุนได มอเตอร์ เปิดตัว IONIQ 3 ดีไซน์ Aero Hatch FWD 147 แรงม้า 61kWh 496 กม./ชาร์จ WLTP
Spread the love
Advertisement Advertisement

ฮุนได มอเตอร์ เปิดตัว IONIQ 3 ดีไซน์ Aero Hatch ยกระดับเทคโนโลยี EV สู่อีกขั้นของความคล่องตัว เรียบง่าย กว้างขวาง และตอบสนองอย่างเป็นธรรมชาติ

  • สมาชิกใหม่ล่าสุดของตระกูล IONIQ ทำให้การสัญจรด้วยพลังงานไฟฟ้าเข้าถึงง่าย สะดวกสบาย และตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันของชาวยุโรปมากยิ่งขึ้น
  • รูปแบบ “Aero Hatch” ใหม่ ผสานประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์เข้ากับพื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขวาง
  • เทคโนโลยีที่เรียบง่ายและใช้งานสะดวก เน้นการใช้งานในชีวิตประจำวัน พร้อมเปิดตัวระบบอินโฟเทนเมนต์ Pleos Connect ที่ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android Automotive OS (AAOS) เป็นครั้งแรกในรถยนต์ฮุนไดรุ่นที่ทำตลาดในยุโรป

ออฟเฟนบัค อัม ไมน์ / มิลาน, 20 เมษายน 2026 – วันนี้ ฮุนได มอเตอร์ (Hyundai Motor) ได้เปิดตัว IONIQ 3 รถยนต์แฮทช์แบ็กคอมแพคพลังงานไฟฟ้า 100% ที่ออกแบบมาเพื่อทำให้การขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าเป็นเรื่องง่าย สะดวกสบาย และสอดคล้องกับความต้องการในชีวิตประจำวันของชาวยุโรป IONIQ 3 ผสมผสานดีไซน์ที่โดดเด่นซึ่งหยั่งรากลึกในปรัชญา ‘Art of Steel’ ของฮุนได เข้ากับเทคโนโลยีที่เรียบง่าย ใช้งานสะดวก และพื้นที่ภายในที่กว้างขวางสะดวกสบาย สะท้อนถึงพันธกิจของรถยนต์ตระกูล IONIQ ในการเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าล้ำสมัยและการใช้ชีวิตแบบเชื่อมต่อ ภายใต้วิสัยทัศน์ ‘Progress for Humanity’ (ความก้าวหน้าเพื่อมวลมนุษยชาติ) ของฮุนได โดยตัวรถถูกรังสรรค์ขึ้นด้วยแนวทางการออกแบบที่รักษาสมดุลระหว่างความเรียบง่าย ความแม่นยำ และความแท้จริงของวัสดุ

IONIQ 3 นำเสนอรูปทรงตัวถังแบบใหม่ที่เรียกว่า “Aero Hatch” (แอโร แฮทช์) ด้วยซิลลูเอทที่ปรับแต่งมาเพื่อประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์และพื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขวาง ด้านหน้าของรถมีดีไซน์ต่ำและโฉบเฉี่ยว เชื่อมต่อกับเส้นแนวหลังคาที่เป็นเอกลักษณ์ซึ่งทอดยาวเหนือศีรษะของผู้โดยสารทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ก่อนจะลาดลงอย่างรวดเร็วเพื่อผสานเข้ากับสปอยเลอร์หลังอย่างแนบเนียน รูปทรงทางเรขาคณิตนี้ช่วยเพิ่มความกว้างขวางภายในห้องโดยสาร มอบพื้นที่เหนือศีรษะที่โดดเด่นและเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้โดยสารตอนหลัง

“ด้วยการเปิดตัว IONIQ 3 เรากำลังนำเสนอดีไซน์ที่กล้าหาญ ความสนุกสนานในการขับขี่ และฟีเจอร์ที่ล้ำสมัยของแบรนด์ IONIQ ไปสู่กลุ่มลูกค้าที่กว้างขึ้นทั่วทวีปยุโรป” มร. ซาเวียร์ มาร์ติเนต (Xavier Martinet) ประธานและซีอีโอของฮุนได มอเตอร์ ยุโรป กล่าว “IONIQ 3 ถูกสร้างขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการในชีวิตประจำวันของผู้คนอย่างแท้จริง โดยผสมผสานระยะทางขับขี่และอากาศพลศาสตร์ที่คาดว่าจะเป็นผู้นำในเซกเมนต์ เข้ากับพื้นที่ ความสะดวกสบาย และการใช้งานจริงในระดับที่เหนือธรรมดา นอกจากนี้ IONIQ 3 ยังเป็นรุ่นแรกที่เปิดตัวระบบอินโฟเทนเมนต์ Pleos Connect ซึ่งให้กราฟิกที่คมชัด ประสบการณ์การใช้งานที่ใช้งานง่าย และตัวเลือกการปรับแต่งที่หลากหลาย ซึ่งถือเป็นการยกระดับมาตรฐานสำหรับรถยนต์ในกลุ่มนี้”


ไฮไลต์สำคัญ:

  • รูปทรง “Aero Hatch” แบบใหม่ มอบความสมดุลที่โดดเด่นระหว่างประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์และพื้นที่ห้องโดยสาร โดยคาดว่าจะมีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน (Drag Coefficient) ที่ดีที่สุดในคลาสที่ 0.263
  • ภาษาการออกแบบ ‘Art of Steel’ ของฮุนได สร้างสรรค์พื้นผิวที่แข็งแกร่งและแม่นยำ เสริมด้วยไฟพิกเซลอันเป็นเอกลักษณ์ และจุดกึ่งกลาง 4 จุดที่อ้างอิงถึงตัวอักษร “H” ในรหัสมอร์ส
  • สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม Electric-Global Modular Platform (E-GMP) ของฮุนได มอเตอร์ กรุ๊ป ด้วยสถาปัตยกรรม 400 โวลต์ รองรับสมรรถนะที่มีประสิทธิภาพและการใช้งานในชีวิตประจำวัน
  • ตัวเลือกแบตเตอรี่ 2 แบบ โดยมีระยะทางขับขี่ (WLTP) ที่คาดการณ์ไว้ที่ 344 กม. (Standard Range) และรุ่น Long Range ที่ตั้งเป้าให้เป็นผู้นำคลาสด้วยระยะทาง 496 กม.
  • รองรับการชาร์จเร็วแบบ DC จาก 10 ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ในเวลาประมาณ 29 นาที เสริมด้วยความสามารถในการชาร์จแบบ AC สูงสุดถึง 22 kW
  • ห้องโดยสารกว้างขวางเทียบเท่ารถยนต์ขนาดใหญ่กว่า ด้วยการจัดวางพื้นแบบเรียบ (Flat-floor) และการตกแต่งภายในแบบ “Furnished Space” นั่งสบายแบบ 5 ที่นั่งอย่างแท้จริง สามารถรองรับผู้ใหญ่ 3 คนในเบาะหลังได้อย่างสะดวกสบาย
  • พื้นที่เก็บสัมภาระความจุ 441 ลิตร คาดว่าจะเป็นมาตรฐานใหม่ในเซกเมนต์ รองรับการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน เสริมด้วยช่องเก็บของ Megabox ที่รวมไว้ในตัว
  • ระบบอินโฟเทนเมนต์ Pleos Connect ที่พัฒนาบนพื้นฐาน Android Automotive OS (AAOS) พร้อมหน้าจอที่ใช้งานง่ายและฟีเจอร์การเชื่อมต่อที่ไร้รอยต่อ
  • ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง Hyundai SmartSense รวมถึงระบบช่วยขับขี่บนทางหลวง (Highway Driving Assist 2 – HDA2), ระบบช่วยจอดรถอัจฉริยะระยะไกล (Remote Smart Parking Assist – RSPA) และระบบแสดงภาพมุมอับสายตา (Blind-Spot View Monitor)

IONIQ 3 ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าชาวยุโรปอย่างไร?

IONIQ 3 ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ในชีวิตประจำวัน ครอบครัวยุคใหม่ และลูกค้าที่ชื่นชอบนวัตกรรมที่ให้ความสำคัญกับฟังก์ชันการใช้งานควบคู่ไปกับสไตล์ ตัวรถสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม E-GMP ของฮุนได ด้วยสถาปัตยกรรมไฟฟ้า 400 โวลต์ มอบความสมดุลระหว่างประสิทธิภาพ ระยะทางขับขี่ และความสามารถในการชาร์จ ซึ่งออกแบบมาเพื่อรองรับความสะดวกสบายและความง่ายดายในการใช้งานทุกวัน มีตัวเลือกแบตเตอรี่ 2 แบบ ได้แก่ รุ่น Standard Range ที่มีระยะทางขับขี่ตามมาตรฐาน WLTP 344 กม. และรุ่น Long Range 496 กม. ช่วยให้ลูกค้าสามารถเลือกรุ่นที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตนเองได้มากที่สุด

Advertisement Advertisement

อะไรคือนิยามการออกแบบของ IONIQ 3?

IONIQ 3 นำเสนอภาษาการออกแบบ ‘Art of Steel’ ของฮุนไดสู่เซกเมนต์รถยนต์ EV ขนาดกะทัดรัด ดีไซน์นี้ได้รับแรงบันดาลใจจากความตึงเครียดที่ดิบเถื่อนและความบริสุทธิ์ที่พบในกระบวนการผลิตเหล็กกล้า พื้นผิวต่างๆ ถูกลดทอนลงเหลือเพียงรูปทรงที่ตั้งใจไม่กี่แบบเพื่อสร้างผลลัพธ์ทางภาพที่แข็งแกร่งและแม่นยำ สะท้อนถึงพฤติกรรมตามธรรมชาติของแผ่นโลหะ องค์ประกอบไฟพิกเซลอันเป็นเอกลักษณ์ช่วยตอกย้ำเอกลักษณ์ของ IONIQ เสริมด้วยจุดกึ่งกลาง 4 จุดที่สื่อถึงตัวอักษร “H” ในรหัสมอร์ส การปรับปรุงด้านอากาศพลศาสตร์ส่งผลให้มีเป้าหมายค่าแรงเสียดทาน (Cd) อยู่ที่ประมาณ 0.263 ช่วยรองรับประสิทธิภาพพร้อมกับเสริมสร้างเอกลักษณ์การออกแบบที่ชัดเจนและทันสมัย ลูกค้าสามารถปรับแต่ง IONIQ 3 ในแบบของตัวเองได้ด้วยสีภายนอก 11 สี, โทนสีภายในที่หลากหลาย และตัวเลือกล้อขนาดตั้งแต่ 16 ถึง 19 นิ้ว (รวมถึงรุ่น N Line) สำหรับรุ่น IONIQ 3 N Line จะยกระดับรุ่นมาตรฐานด้วยองค์ประกอบการออกแบบที่สปอร์ตและการตกแต่งสุดพิเศษ สร้างรูปลักษณ์ที่โดดเด่นและปราดเปรียว

IONIQ 3 ทำให้เทคโนโลยีไฟฟ้าเรียบง่ายและใช้งานง่ายได้อย่างไร?

เทคโนโลยีใน IONIQ 3 ได้รับการออกแบบมาเพื่อลดความซับซ้อนในการขับขี่ประจำวัน นี่คือรถยนต์ฮุนไดรุ่นแรกในยุโรปที่มีระบบอินโฟเทนเมนต์ Pleos Connect บนระบบปฏิบัติการ Android Automotive OS (AAOS) พร้อมหน้าจอแสดงผลขนาด 12.9 นิ้ว หรือ 14.6 นิ้ว สำหรับการเข้าถึงฟังก์ชันต่างๆ ของรถ ระบบนำทาง และการเชื่อมต่อได้อย่างเป็นธรรมชาติ ฟีเจอร์ต่างๆ เช่น Hyundai Digital Key 2 ช่วยให้สามารถเข้าถึงรถแบบไม่ต้องใช้กุญแจผ่านสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์สวมใส่ ในขณะที่ระบบ Plug & Charge, ระบบวางแผนเส้นทาง EV ในตัว และฟังก์ชัน Vehicle-to-Load (V2L) ทั้งภายในและภายนอก ช่วยสนับสนุนประสบการณ์การขับขี่และการชาร์จไฟฟ้าที่ราบรื่น การชาร์จเร็วแบบ DC จาก 10 ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ใช้เวลาเพียง 29 นาทีภายใต้สภาวะที่เหมาะสม เสริมด้วยความสามารถในการชาร์จไฟกระแสสลับ (AC) สูงสุด 22 kW

IONIQ 3 มอบพื้นที่ภายในและความสะดวกสบายที่เหนือกว่าขนาดรถกะทัดรัดได้อย่างไร?

แม้จะมีขนาดภายนอกที่กะทัดรัด แต่ IONIQ 3 มีพื้นที่ภายในที่กว้างขวางและยืดหยุ่นซึ่งออกแบบมาเพื่อความสะดวกสบายของผู้โดยสาร ตามแนวคิด “Furnished Space” ซึ่งองค์ประกอบต่างๆ ถูกจัดวางราวกับเฟอร์นิเจอร์เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่อบอุ่น ฐานล้อที่ยาวและพื้นรถแบบเรียบสร้างพื้นที่วางขาและพื้นที่เหนือศีรษะที่กว้างขวาง ในขณะที่พื้นที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งานจริง ช่องเก็บของ Megabox ที่รวมไว้ในตัวให้พื้นที่เก็บของเพิ่มเติมที่ซ่อนไว้อย่างแนบเนียนใต้พื้นกระโปรงหลัง IONIQ 3 ยังมีฟีเจอร์ต่างๆ (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย) เช่น เบาะนั่ง Relaxation Seats, เบาะนั่งปรับความร้อนและระบายอากาศ และการเลือกใช้วัสดุสิ่งทอที่ได้รับแรงบันดาลใจจากภูมิทัศน์ธรรมชาติและดีไซน์เฟอร์นิเจอร์อิตาลีในยุค 1970 รวมถึงวัสดุรีไซเคิลและวัสดุชีวภาพ ระบบเครื่องเสียงพรีเมียมจาก BOSE®, ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบแยกโซน และไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสารแบบ Ambient LED ช่วยเติมเต็มความสมบูรณ์แบบให้กับห้องโดยสาร พร้อมลูกเล่นที่ซ่อนอยู่ (Easter egg) ทั่วทั้งคันรถเพื่อเพิ่มโมเมนต์แห่งการค้นพบและความเพลิดเพลิน

IONIQ 3 สนับสนุนความปลอดภัยและความมั่นใจในการขับขี่ในชีวิตประจำวันอย่างไร?

IONIQ 3 ติดตั้งระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง Hyundai SmartSense รุ่นล่าสุด เพื่อเสริมความปลอดภัยและลดภาระของผู้ขับขี่ ฟีเจอร์หลักๆ ได้แก่ ระบบช่วยขับขี่บนทางหลวง (HDA2), ระบบช่วยจอดรถอัจฉริยะระยะไกล (RSPA), ระบบช่วยถอยหลังเข้าจอดพร้อมหน่วยความจำ (Memory Reverse Assist – MRA), ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง (Surround View Monitor – SVM) และระบบแสดงภาพมุมอับสายตา (Blind-Spot View Monitor – BVM) พร้อมถุงลมนิรภัยมาตรฐาน 7 ตำแหน่ง
ไฟหน้า LED แบบโปรเจคเตอร์พร้อมระบบไฟส่องสว่างด้านหน้าอัจฉริยะ (Intelligent Front-Lighting System – IFS) และไฟ Welcome lighting แบบไดนามิก ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยและความปลอดภัยในสภาวะการขับขี่จริง

IONIQ 3 ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อการสัญจรด้วยพลังงานไฟฟ้าในชีวิตประจำวันของยุโรปอย่างไร?

IONIQ 3 ได้รับการออกแบบในยุโรปและผลิตที่โรงงาน İzmit ของ ฮุนได มอเตอร์ ตุรกี (Türkiye) ซึ่งตอกย้ำความมุ่งมั่นของฮุนได มอเตอร์ ยุโรป ในด้านการพัฒนาและการผลิตในระดับท้องถิ่น ด้วยระบบส่งกำลังไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพ ให้กำลังสูงสุดถึง 107.8 kW (147 PS) แรงบิด 250 Nm และทำความเร็วสูงสุดได้ 170 กม./ชม. ทำให้ IONIQ 3 ถูกออกแบบมาเพื่อให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัยของชาวยุโรปได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ข้อมูลจำเพาะทางเทคนิค (Technical Specifications)

มิติขนาดตัวถัง (มม.)

  • ความยาว: 4,155 (รุ่นปกติ) / 4,170 (รุ่น N Line)
  • ความกว้าง: 1,800
  • ความสูง: 1,505
  • ระยะฐานล้อ: 2,680

สมรรถนะและขุมพลัง

  • กำลังมอเตอร์ไฟฟ้า: ขับเคลื่อนล้อหน้า; 107.8 kW (147 PS) / 99.5 kW (135 PS)
  • แรงบิดสูงสุด: 250 Nm
  • สัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน (Cd): 0.263
  • ขนาดยาง: 205/65 R16, 215/55 R17, 215/50 R18, 225/45 R19
  • ความจุห้องสัมภาระ: 441 ลิตร (พื้นที่เก็บของท้ายรถ 322 ลิตร, Megabox 119 ลิตร)
  • น้ำหนักตัวรถ: 1,550 ถึง 1,580 กก.
  • ความจุ: 42.2 kWh (Standard Range) / 61 kWh (Long Range)
  • ระยะทางขับขี่ที่คาดการณ์ (WLTP): 344 กม. (Standard) / 496 กม. (Long)
  • การชาร์จ: ชาร์จเร็ว DC (10–80% ในเวลาประมาณ 29 นาที [Standard] / 30 นาที [Long]), ชาร์จ AC 11 kW V2X (มาตรฐาน), 22 kW V2X (อุปกรณ์เสริม)
  • ความเร็วสูงสุด: 170 กม./ชม.
  • อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม.: 9.0 วินาที (Standard) / 9.6 วินาที (Long)

สีและการตกแต่ง

  • สีตัวถังภายนอกที่มีจำหน่ายตอนเปิดตัว: Atlas White Solid, Phantom Black Pearl, Lumen Gray Pearl, Aurora Gray Pearl, Vibrant Blue Pearl, Ice Blue Pearl, Fierce Red Solid, Fierce Red Matte
  • สีภายในห้องโดยสาร: สีดำ (Black), สีเบจ/เทา (Beige / Gray), สีฟ้า/เทา (Blue / Gray), สีดำพร้อมตกแต่งเดินด้ายแดง (Black + Red accents สำหรับรุ่น N Line)

หมายเหตุ: ตัวเลขอัตราการใช้พลังงานและสมรรถนะยังไม่เป็นที่สิ้นสุดและอาจต้องรอการรับรองขั้นตอนสุดท้าย (Final Homologation) ข้อมูลจำเพาะและฟีเจอร์ของยานพาหนะอาจแตกต่างกันไปตามแต่ละประเทศ/ภูมิภาค และอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้