BYD เผชิญวิกฤตกำไรดิ่งหนัก 55.4% ใน Q1 2026 ตลาดจีนซบเซา แต่ยอดส่งออกยังเป็นความหวังใหม่

BYD เผชิญวิกฤตกำไรดิ่งหนัก 55.4% ใน Q1 2026 ตลาดจีนซบเซา แต่ยอดส่งออกยังเป็นความหวังใหม่
วิเคราะห์เจาะลึกผลประกอบการไตรมาสแรกปี 2026 เมื่อยักษ์ใหญ่ NEV เบอร์ 1 ต้องรับศึกหนักรอบด้าน ทั้งนโยบายรัฐที่เปลี่ยนไปและการรุกคืบของคู่แข่งสาย Tech
สรุปตัวเลขทางการเงิน กำไรลดลงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 6 ปี
BYD รายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2026 พบว่ากำไรสุทธิลดลงเหลือเพียง 4.09 พันล้านหยวน (ประมาณ 19,443 ล้านบาท) ซึ่งถือเป็นการลดลงรายไตรมาสที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2020 โดยคิดเป็นสัดส่วนการลดลงถึง 55.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
| รายการ | มูลค่า (หยวน) | มูลค่า (บาท) |
|---|---|---|
| กำไรสุทธิ (Net Profit) | 4.09 พันล้าน | 19,443 ล้าน |
| รายได้รวม (Revenue) | 150.23 พันล้าน | 714,193 ล้าน |
| ความเสียหายจากอัตราแลกเปลี่ยน | 4.00 พันล้าน | 19,016 ล้าน |
ยอดขายร่วง 30% ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านนโยบายของจีน
ยอดขายรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ในไตรมาสนี้รวมอยู่ที่ 700,463 คัน ลดลง 30% Y.o.Y และลดลงเกือบ 48% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าที่สร้างสถิติไว้สูงมาก สาเหตุหลักมาจาก:
- การสิ้นสุดแผนอุดหนุนยานยนต์ไฟฟ้า: จีนกำลังเข้าสู่ช่วงท้ายของแผนเร่งส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้า 5 ปี และเปลี่ยนเป้าหมายไปสู่เทคโนโลยี AI และหุ่นยนต์ (Robotics)
- วิกฤตกลุ่ม PHEV: รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดที่มีระยะทางวิ่งไฟฟ้าต่ำกว่า 100 กม. ถูกถอนออกจากการยกเว้นภาษีซื้อในปี 2026 ส่งผลให้ยอดขาย PHEV ในประเทศของ BYD ดิ่งลงถึง 62%
“การเปลี่ยนแปลงนโยบายทำให้ความต้องการซื้อในจีนไปกระจุกตัวอยู่ที่ปลายปี 2025 และทิ้งให้ไตรมาสแรกของปี 2026 กลายเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับผู้ผลิตรถยนต์ทุกราย”
ศึกหนักจากค่าย Tech: Xiaomi และ Aito รุกคืบ
ส่วนแบ่งการตลาดในจีนของ BYD ลดลงเหลือ 26% ในเดือนมีนาคม (ลดลง 7% เมื่อเทียบรายปี) ความท้าทายไม่ได้มาจากเพียงแค่นโยบายรัฐ แต่มาจากคู่แข่งสายซอฟต์แวร์ที่แข็งแกร่งอย่าง Xiaomi และ Aito (Huawei) ที่ดึงความสนใจของผู้บริโภคยุคใหม่ไปได้มาก โดยเฉพาะ Xiaomi ที่ตั้งเป้ายอดขายปี 2026 สูงถึง 550,000 คัน
ตลาดต่างประเทศ “ไม้ตาย” ของ BYD ในปี 2026
ขณะที่ตลาดในบ้านซบเซา ยอดส่งออกกลับเติบโตอย่างน่าประทับใจ โดยเพิ่มขึ้นถึง 55.84% Y.o.Y เป็น 321,165 คัน คิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่ง (46%) ของยอดขายทั้งหมดของบริษัท
- ยุโรปคือหัวใจสำคัญ: BYD ใช้กลยุทธ์ตั้งโรงงานในฮังการีและตุรกี เพื่อเลี่ยงกำแพงภาษีนำเข้าจากจีน
- เป้าหมายใหม่: บริษัทปรับเพิ่มเป้าหมายยอดขายต่างประเทศปีนี้เป็น 1.5 ล้านคัน จากเดิม 1.3 ล้านคัน
- Global South: ตลาดกำลังพัฒนาเป็นฐานลูกค้าสำคัญ แต่ต้องเผชิญกับความท้าทายเรื่องอัตรากำไรที่ต่ำกว่าตลาดพัฒนาแล้ว
ก้าวต่อไปของ BYD
ความหวังในการฟื้นตัวของยอดขายในประเทศจีนฝากไว้ที่ แพลตฟอร์ม DM-i เจเนอเรชันที่ 5 ที่จะเข้ามาทดแทนรถรุ่นเก่าที่ระยะทางวิ่งสั้น นอกจากนี้ BYD ยังต้องบริหารจัดการความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนที่มีมูลค่าความเสียหายสูงถึง 1.9 หมื่นล้านบาทในไตรมาสเดียว
รายงานโดย AEROMECHX วิเคราะห์ข้อมูลอุตสาหกรรมยานยนต์โลก
เปิดตัวในจีน BYD Sea Lion 08 DM ปลั๊กอินไฮบริด วิ่งไฟฟ้า 400 กม. พร้อมแบตเบลดเจน 2
เปิดขายจีน 1.18 ล้านบาท BYD Great Tang EV วิ่งได้ 800 – 950 กม./ชาร์จ CLTC
เปิดตัว BYD Song Pro DM-i วิ่งไฟฟ้า 301 กม. ในจีน ราคา 546,000 บาท
เปิดขายจีน 685,000 บาท BYD SEALION 05 EV ไฟฟ้าใหม่ 630 กม./ชาร์จ 10-97% ภายใน 9 นาที
เปิดตัวในจีน BYD Sealion 05 DM-i ปลั๊กอินไฮบริด ราคา 459,000 – 649,000 บาท วิ่งไฟฟ้า 205 – 305 กม.

