เผยโฉม All-New BYD Atto 3 เจนที่ 3 ในงาน Beijing Auto Show 2026 อัปเกรดขุมพลัง 326 แรงม้า พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเต็มใน 9 นาที! แบตใหม่ Blade Battery เจเนอเรชันที่ 2 วิ่งได้ 630 กม./ชาร์จ CLTC

เผยโฉม All-New BYD Atto 3 เจนที่ 3 ในงาน Beijing Auto Show 2026 อัปเกรดขุมพลัง 326 แรงม้า พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเต็มใน 9 นาที! แบตใหม่ Blade Battery เจเนอเรชันที่ 2 วิ่งได้ 630 กม./ชาร์จ CLTC
Spread the love
Advertisement Advertisement

เผยโฉม All-New BYD Atto 3 (Gen 3) ในงาน Beijing Auto Show 2026 อัปเกรดขุมพลัง 326 แรงม้า พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเต็มใน 9 นาที!

บีวายดี (BYD) สร้างความฮือฮาครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ด้วยการเผยโฉมรถยนต์ครอสโอเวอร์ไฟฟ้า All-New BYD Atto 3 อย่างเป็นทางการภายในงาน Beijing Auto Show 2026 (ซึ่งในประเทศจีนจะทำตลาดภายใต้ชื่อ Yuan Plus) การกลับมาครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการปรับโฉมแบบ Minorchange แต่เป็นการยกระดับเทคโนโลยีรอบคัน สลัดภาพลักษณ์เดิมสู่การเป็นรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงที่เพียบพร้อมด้วยฟังก์ชันระดับพรีเมียม

ดีไซน์ใหม่ “Loong Face” เพื่อทวงคืนบัลลังก์ยอดขาย

BYD วางตำแหน่งทางการตลาดให้ Atto 3 รุ่นใหม่นี้เป็น โมเดลเจเนอเรชันที่ 3 โดยมีเป้าหมายสำคัญในการกระตุ้นยอดขายภายในประเทศจีน หลังจากที่ต้องเผชิญกับสภาวะการแข่งขันที่ดุเดือด ส่งผลให้ยอดส่งมอบรถยนต์ SUV ขนาดกะทัดรัดรุ่นนี้ลดลงถึง 73.2% แบบปีต่อปี (เหลือเพียง 10,675 คัน อ้างอิงจากข้อมูลของ China EV DataTracker)

เพื่อตอบโต้สถานการณ์ดังกล่าว ดีไซน์ภายนอกจึงได้รับการพลิกโฉมใหม่ทั้งหมดโดยใช้ภาษาการออกแบบ “Loong Face” (Dragon Face) เวอร์ชันล่าสุด ที่ผสานความโฉบเฉี่ยวและเทคโนโลยีแห่งอนาคตเข้าไว้ด้วยกัน โดดเด่นด้วยไฟหน้าทรงคมกริบ เชื่อมต่อด้วยแถบโครเมียมหรูหรา และมือจับประตูแบบกึ่งซ่อน (Semi-hidden) ที่ช่วยลดแรงเสียดทานอากาศและเพิ่มความมินิมอล

มิติตัวถังขยายใหญ่ขึ้น ก้าวข้ามพิกัดเดิม

แม้จะถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Compact SUV แต่ Atto 3 เจเนอเรชันใหม่ได้ขยายมิติตัวถังให้ใหญ่ขึ้นในทุกมิติ ตอบโจทย์ครอบครัวที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวางและสะดวกสบายยิ่งขึ้น:

  • ความยาว: 4,665 มม. (เพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อน 210 มม.)
  • ความกว้าง: 1,895 มม. (กว้างขึ้น 20 มม.)
  • ความสูง: 1,675 มม. (สูงขึ้น 60 มม.)
  • ระยะฐานล้อ (Wheelbase): 2,770 มม. (ยาวขึ้น 50 มม.)

นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกขนาดล้ออัลลอยที่ใหญ่ขึ้น ทั้งขนาด 18 นิ้ว และ 19 นิ้ว ให้เลือกตามความต้องการใช้งาน โดยปัจจุบันตัวรถได้ดำเนินการขอใบอนุญาตสำหรับการจัดจำหน่ายในประเทศจีนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เตรียมพร้อมลงสู่ตลาดในเร็วๆ นี้

ภายในห้องโดยสารล้ำยุค พรีเมียมเทียบชั้นรถยุโรป

ภายในห้องโดยสารได้รับการอัปเกรดแบบก้าวกระโดด เน้นความหรูหราและฟังก์ชันอำนวยความสะดวกสบายแบบจัดเต็ม มีสีตกแต่งภายในให้เลือกถึง 6 เฉดสี พร้อมไฮไลท์สำคัญ ได้แก่:

  • พื้นที่เก็บของด้านหน้า (Frunk): ความจุขนาดใหญ่ถึง 101 ลิตร ซึ่งหาได้ยากในรถยนต์ระดับเดียวกัน
  • ระบบเครื่องเสียง: ลำโพงคุณภาพสูง 16 ตำแหน่งรอบทิศทาง
  • ตู้เย็นอัจฉริยะแบบบิลท์อิน: มาพร้อมฟังก์ชันทั้งทำความเย็นและอุ่นร้อน (Heating function)
  • เทคโนโลยีแสดงผล: หน้าจอกลางแบบสัมผัสดีไซน์ลอยตัว (Floating touchscreen) ขนาดใหญ่, หน้าปัดดิจิทัลแบบ LCD, และหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกหน้า (Head-up Display)
  • ดีไซน์คอนโซลหน้า: พวงมาลัยแบบ 2 ก้านดีไซน์ใหม่ พร้อมก้านเปลี่ยนเกียร์ที่ถูกย้ายไปซ่อนไว้ด้านหลังพวงมาลัย ช่วยเพิ่มพื้นที่บริเวณคอนโซลกลาง ซึ่งมาพร้อมแท่นชาร์จสมาร์ทโฟนไร้สายถึง 2 ตำแหน่ง
  • ฝาท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า (Power tailgate)

ขุมพลังมอเตอร์และเทคโนโลยีชาร์จแห่งอนาคต (Flash Charging)

จากการตรวจสอบรถยนต์คันจริงโดย มร. หวัง ฉวนฟู (Wang Chuanfu) ประธานบริษัท BYD ยืนยันว่า Atto 3 รุ่นที่ 3 จะมาพร้อมทางเลือกขุมพลังขับเคลื่อนล้อหลัง (Rear-axle motor) 2 สเปก รวมถึงเทคโนโลยีแบตเตอรี่ LFP (Blade Battery) ที่ขึ้นชื่อเรื่องความปลอดภัยระดับสูง โดยแบ่งออกเป็น:

  • รุ่น Standard Range: มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 57.545 kWh ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้พละกำลังสูงสุด 200 kW (เทียบเท่า 270 PS) สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุด 540 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน CLTC
  • รุ่น Extended Range: ขยับความจุแบตเตอรี่ขึ้นเป็น 68.547 kWh จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง 240 kW (เทียบเท่า 324 PS) มอบระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 630 กิโลเมตร

🔥 ไฮไลท์สำคัญที่สุด: BYD ได้เปิดตัวเทคโนโลยี Flash Charging สุดล้ำสมัยในรถรุ่นนี้ ซึ่งสามารถชาร์จกระแสไฟเข้าแบตเตอรี่จาก 10% ไปจนถึง 97% ได้ภายในเวลาเพียง 9 นาทีเท่านั้น! ถือเป็นการลบจุดอ่อนเรื่องระยะเวลาการชาร์จของรถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างสิ้นเชิง

ระบบความปลอดภัยและการขับขี่อัจฉริยะ

เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ All-New BYD Atto 3 ยังได้รับการติดตั้งระบบช่วยเหลือการขับขี่อัตโนมัติ DiPilot 300 ซึ่งทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์ LiDAR มอบความแม่นยำในการตรวจจับสิ่งกีดขวางและการนำทางที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมาพร้อม ระบบช่วงล่างแบบปรับความหนืดอัตโนมัติ (Continuous Damping System) ที่ช่วยดูดซับแรงสั่นสะเทือนจากพื้นถนน ให้ความรู้สึกนุ่มนวลและเกาะถนนได้อย่างมั่นใจในทุกช่วงความเร็ว

All-New BYD Atto 3 (Yuan Plus) เจเนอเรชันที่ 3 ไม่ได้เป็นเพียงแค่การปรับปรุงเพื่อกระตุ้นยอดขาย แต่เป็นการปฏิวัติมาตรฐานใหม่ของ Compact SUV ไฟฟ้า ทั้งในแง่ของขนาดตัวถังที่ใหญ่ขึ้น เทคโนโลยีการชาร์จที่เร็วที่สุดในตลาด และระบบความปลอดภัยอัจฉริยะที่หาคู่แข่งเทียบได้ยาก คาดว่าเมื่อมีการนำเข้ามาจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการ จะสร้างแรงสั่นสะเทือนในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกได้อย่างแน่นอน

Advertisement Advertisement
BYD ปล่อยทีละภาพของ BYD ATTO 3 ใหม่ ก่อนเปิดตัวในจีน 24 เมษายน 2026
 
ภายในของรถรุ่นใหม่กลับมาใช้สไตล์มินิมอล ไม่เน้นการตกแต่งส่วนตัวมากเกินไปอีกต่อไป ภายนอกก็ได้รับการอัพเกรดเช่นกัน โดยมีขนาดตัวถังที่ใหญ่ขึ้น และใช้แพลตฟอร์มขับเคลื่อนล้อหลังไฟฟ้าล้วนแบบใหม่ พร้อมเทคโนโลยีการชาร์จเร็ว
 
ปัญหาที่หลายคนไม่รู้วิธีเปิดประตู และช่องเก็บของแบบตาข่ายที่ดูเหมือนเชือก ATTO 3 รุ่นใหม่จะยกเลิกสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด และกลับไปใช้ดีไซน์แบบดั้งเดิมมากขึ้น
 
มาพร้อมกับมือจับประตูแบบกลไกแบบดั้งเดิม คอนโซลกลางแบบมินิมอลที่มีเส้นตรง และไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสารเพื่อการตกแต่ง รถรุ่นใหม่นี้ใช้พวงมาลัยแบบสองก้านใหม่ที่มีปุ่มควบคุมที่เรียบง่ายขึ้น แผงหน้าปัดมีขนาดใหญ่ขึ้นและสามารถแสดงข้อมูลเกี่ยวกับยานพาหนะรอบข้างบนท้องถนนได้พร้อมกัน นอกจากนี้ยังจะมีการเพิ่มระบบแสดงผลบนกระจกหน้ารถ (Head-up display) เข้ามาด้วย
 
รถรุ่นใหม่นี้มีหน้าจอควบคุมส่วนกลางขนาดใหญ่ขึ้นและลำโพงจำนวนมากขึ้น มีการเปลี่ยนมาใช้คันเกียร์แบบคันโยก และเพิ่มแผงชาร์จไร้สายไว้ด้านล่างคอนโซลกลาง ขณะที่ปุ่มกดบางปุ่มยังคงอยู่ แน่นอนว่าช่องระบายอากาศยังคงรักษารูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์เอาไว้

 

ภายในห้องโดยสารใหม่ที่เน้นความสะดวก

จากภาพหลุดล่าสุด ห้องโดยสารยังคงเอกลักษณ์เดิมแต่ปรับแก้จุดบกพร่อง:

  • ระบบเกียร์ เปลี่ยนจากคันเกียร์บริเวณคอนโซลกลาง ไปอยู่ที่ คอพวงมาลัย (Column Shifter) แทน ทำให้พื้นที่คอนโซลกลางดูสะอาดตา

  • ปุ่มควบคุมใหม่ มีการเพิ่ม ปุ่มหมุนทรงกลม บริเวณที่วางแขน ซึ่งคาดว่าจะใช้สำหรับควบคุมหน้าจอมัลติมีเดียหรือปรับแต่งระบบต่างๆ เพื่อให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องเอื้อมไปกดหน้าจอสัมผัสเพียงอย่างเดียว

  • พวงมาลัยใหม่: ดีไซน์มัลติฟังก์ชันแบบเรียบง่าย (Minimalist) พร้อมหน้าจอแผงหน้าปัด LCD ขนาดใหญ่ขนานไปกับหน้าจอสัมผัสตรงกลาง

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้