PROTON e.MAS 7 PHEV/GEELY Starray EM-i ตัวท๊อปราคาในมาเลเซีย 1.07 ล้านบาท วิ่งไฟฟ้า 170 กม. NEDC

PROTON e.MAS 7 PHEV/GEELY Starray EM-i ตัวท๊อปราคาในมาเลเซีย 1.07 ล้านบาท วิ่งไฟฟ้า 170 กม. NEDC
Spread the love
Advertisement Advertisement

ราคาจำหน่าย PROTON e.MAS 7 PHEV (ประเทศมาเลเซีย) อัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิง: 1 RM = 8.263 บาท (THB)

รุ่น PRIME

  • ราคาพิเศษช่วงเปิดตัว: 105,800 RM (ประมาณ 874,225 บาท)
  • ราคาปกติ: 109,800 RM (ประมาณ 907,277 บาท)

รุ่น PREMIUM

  • ราคาพิเศษช่วงเปิดตัว: 119,800 RM (ประมาณ 989,907 บาท)
  • ราคาปกติ: 123,800 RM (ประมาณ 1,022,959 บาท)

รุ่น PREMIUM PLUS

  • ราคาพิเศษช่วงเปิดตัว: 125,800 RM (ประมาณ 1,039,485 บาท)
  • ราคาปกติ: 129,800 RM (ประมาณ 1,072,537 บาท)

มิติตัวถัง

ขนาดตัวถังและมิติต่างๆ (Exterior Dimensions)

  • ความยาวตัวรถ: 4,740 มิลลิเมตร
  • ความกว้างตัวรถ: 1,905 มิลลิเมตร
  • ความสูงตัวรถ: 1,685 มิลลิเมตร
  • ระยะฐานล้อ (Wheelbase): 2,755 มิลลิเมตร
  • รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด: 5.2 เมตร
  • ความจุถังน้ำมัน: 51 ลิตร

พื้นที่ใช้สอยและน้ำหนักตัวรถ (Capacity & Weight)

  • พื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถ:
    • ความจุเริ่มต้นที่ 528 ลิตร
    • ขยายพื้นที่ได้สูงสุดถึง 2,065 ลิตร เมื่อพับเบาะหลังลงทั้งหมด
  • น้ำหนักรถเปล่า (Kerb Weight):
    • รุ่น PRIME: 1,735 กิโลกรัม
    • รุ่น PREMIUM และ PREMIUM PLUS: 1,760 กิโลกรัม

PROTON e.MAS 7 PHEV (ข้อมูลเวอร์ชันมาเลเซีย)

อ้างอิงข้อมูลจากเอกสารทางเทคนิค (Technical Specifications) ของ PROTON โดยตรง มีการแบ่งรุ่นย่อยตามขนาดแบตเตอรี่และระบบการชาร์จ ดังนี้ครับ

สเปกพื้นฐานของระบบขับเคลื่อน (ทุกรุ่นย่อย)

  • เครื่องยนต์: เบนซิน 1.5L 4 สูบ Dedicated Hybrid Engine (DHE)
  • พละกำลังเครื่องยนต์: 73 กิโลวัตต์ (kW) หรือประมาณ 99 แรงม้า
  • แรงบิดเครื่องยนต์: 125 นิวตันเมตร (Nm)
  • มอเตอร์ไฟฟ้า: ให้พละกำลังสูงสุด 160 กิโลวัตต์ (kW) และแรงบิดสูงสุด 262 นิวตันเมตร (Nm)
  • พละกำลังรวมสูงสุด (Combined Power): 195 กิโลวัตต์ (kW) หรือประมาณ 262 แรงม้า
  • แรงบิดรวมสูงสุด (Combined Torque): 305 นิวตันเมตร (Nm)
  • อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 8.0 วินาที
  • ความเร็วสูงสุด: 170 กม./ชม.

รายละเอียดแยกตามรุ่นย่อย:

  • รุ่น PRIME และ PREMIUM

    • ขนาดแบตเตอรี่: 18.4 kWh ชนิด Lithium Iron Phosphate (LFP)
    • ระยะทางวิ่งไฟฟ้าล้วน (EV Range): 105 กิโลเมตร (มาตรฐาน NEDC)
    • ระยะทางวิ่งครอบคลุมรวม (Total Range): 1,000 กิโลเมตร
    • การชาร์จกระแสสลับ (AC): รองรับสูงสุด 7 kW
    • การชาร์จกระแสตรง (DC): รองรับสูงสุด 30 kW (ชาร์จจาก 30-80% ภายใน 20 นาที)
  • รุ่น PREMIUM PLUS (รุ่นท็อป)

    • ขนาดแบตเตอรี่: 29.8 kWh ชนิด Lithium Iron Phosphate (LFP)
    • ระยะทางวิ่งไฟฟ้าล้วน (EV Range): 170 กิโลเมตร (มาตรฐาน NEDC)
    • ระยะทางวิ่งครอบคลุมรวม (Total Range): 1,065 กิโลเมตร
    • การชาร์จกระแสสลับ (AC): รองรับสูงสุด 7 kW
    • การชาร์จกระแสตรง (DC): รองรับสูงสุด 60 kW (ชาร์จจาก 30-80% ภายใน 16 นาที)

ระบบช่วงล่างและงานวิศวกรรม

หัวใจสำคัญที่ทำให้ PROTON e.MAS 7 PHEV โดดเด่นกว่ารถในระดับเดียวกันคือการปรับจูนช่วงล่างที่เน้นความนุ่มนวลแต่ยังคงความเกาะถนน โดยมีการปรับปรุงให้มีความหนึบและมั่นใจมากกว่าเวอร์ชันไฟฟ้าล้วน (EV) เพื่อรองรับน้ำหนักระบบไฮบริดที่เพิ่มขึ้น โดยมีรายละเอียดสเปกดังนี้ครับ

ระบบกันสะเทือน (Suspension System)

ทุกรุ่นย่อยใช้โครงสร้างระบบช่วงล่างแบบอิสระ 4 ล้อ เพื่อมอบความสบายและสมรรถนะการขับขี่ที่ดีที่สุด:

  • ด้านหน้า: แมคเฟอร์สันสตรัท (MacPherson Strut) พร้อมเหล็กกันโคลง ออกแบบมาเพื่อการซับแรงกระแทกที่นุ่มนวล
  • ด้านหลัง: มัลติลิงก์ (Multi-Link) ซึ่งเป็นระบบช่วงล่างอิสระที่มักพบในรถยนต์พรีเมียม ช่วยให้ตัวรถมีความมั่นใจเมื่อเข้าโค้งและลดอาการโครงของตัวถัง
  • การปรับจูน: จากผลทดสอบเบื้องต้นพบว่า ช่วงล่างของรุ่น PHEV มีความ “Planted” หรือเกาะถนนและนิ่งกว่ารุ่น EV อย่างเห็นได้ชัด ลดอาการกระเด้ง (Bouncy) เมื่อขับขี่บนถนนที่มีความลอน

ระบบบังคับเลี้ยวและรัศมีวงเลี้ยว (Steering)

  • ประเภท: พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า (Electric Power Steering – EPS) ที่ปรับน้ำหนักตามความเร็วรถ
  • ความคล่องตัว: รัศมีวงเลี้ยวแคบสุดเพียง 5.2 เมตร ซึ่งถือว่าคล่องตัวมากเมื่อเทียบกับขนาดตัวถังที่ยาวถึง 4,740 มม. ช่วยให้การกลับรถหรือถอยจอดในที่แคบทำได้ง่าย

ระบบเบรกและยาง (Braking & Tyres)

  • ดิสก์เบรก 4 ล้อ: ด้านหน้าเป็นดิสก์เบรกแบบมีช่องระบายความร้อน (Ventilated Disc) และด้านหลังเป็นดิสก์เบรกแบบปกติ (Solid Disc)
  • ระบบช่วยเบรก: มาพร้อมระบบเบรกมือไฟฟ้า (EPB) และระบบ Auto Brake Hold เป็นมาตรฐานทุกรุ่น
  • ขนาดล้อและยาง:
    • รุ่น PRIME: ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง 225/55 R18
    • รุ่น PREMIUM และ PREMIUM PLUS: ล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว พร้อมยาง 235/50 R19 เพื่อความมั่นใจในการขับขี่ที่ความเร็วสูงขึ้น

เทคโนโลยีเสริมเสถียรภาพการขับขี่

PROTON e.MAS 7 PHEV ยังติดตั้งระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อความปลอดภัยในระบบช่วงล่างและเบรกอย่างครบครัน:

  • ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ESC) และระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (TCS)
  • ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HHA) และควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (HDC)
  • ระบบกระจายแรงเบรก (EBD) และระบบเสริมแรงเบรก (BA)
  • ระบบ Regenerative Braking System ที่ช่วยชาร์จไฟกลับเข้าแบตเตอรี่ขณะชะลอรถ

โดยรวมแล้ว PROTON e.MAS 7 PHEV เป็นรถที่ให้ความสำคัญกับความมั่นคงของช่วงล่าง (Composed Ride) โดยใช้ระบบมัลติลิงก์ด้านหลังเป็นมาตรฐาน ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบเมื่อเทียบกับคู่แข่งในระดับเดียวกันบางรุ่นครับ

ภายนอก PROTON e.MAS 7

PROTON e.MAS 7 มาในคอนเซปต์ “Sleek Design” ที่เน้นความสะอาดตาแต่ดูแพง  โดยมีจุดเด่นที่น่าสนใจดังนี้:

  • อากาศพลศาสตร์ที่เหนือชั้น: ตัวรถได้รับการออกแบบให้มีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ (Drag Coefficient) ต่ำเพียง 0.288 Cd ช่วยเพิ่มระยะทางการขับขี่และลดเสียงรบกวน
  • ชุดไฟส่องสว่างอันเป็นเอกลักษณ์:
    • ด้านหน้าติดตั้งแถบไฟ LED แบบ Full-Width Illuminated Bar ลากยาวเต็มความกว้าง มอบลุคที่ดูทันสมัยและกว้างขวาง
    • ด้านหลังโดดเด่นด้วยไฟท้าย 3D Full-Length LED Tail Lights ที่มีมิติความลึกดูสวยงามในยามค่ำคืน
  • เส้นสายตัวถัง: เน้นความ “Clean Surfaces” หรือพื้นผิวที่เรียบง่ายแต่ต่อเนื่อง ผสมผสานกับแนวหลังคาที่ลาดเทเล็กน้อยเพื่อความสปอร์ต
  • อุปกรณ์ตกแต่งภายนอก:
    • ล้ออัลลอยดีไซน์หรูขนาด 19 นิ้ว (ในรุ่น Premium และ Premium Plus) และขนาด 18 นิ้ว (ในรุ่น Prime)
    • หลังคาพาโนรามิกซันรูฟขนาดใหญ่พร้อมม่านบังแดดไฟฟ้า เพิ่มความพรีเมียมให้กับตัวรถ
    • มือจับเปิดประตูแบบเรียบไปกับตัวถัง ช่วยในเรื่องอากาศพลศาสตร์
  • สีตัวถังภายนอกที่มีให้เลือกถึง 6 สี: Aquamarine Blue, Obsidian Black, Galena Grey, Lithium White, Mercury Silver และ Emerald Green

สัมผัสห้องโดยสารอัจฉริยะ

การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย (Interior Design & Space)

ทั้งสองรุ่นเน้นการออกแบบที่เรียบง่ายแต่ดูหรูหรา (Luxurious Space)  โดยใช้แพลตฟอร์มที่ให้ความสำคัญกับพื้นที่ภายใน

Advertisement Advertisement
  • พื้นที่ที่กว้างขวาง: PROTON e.MAS 7 มาพร้อมระยะฐานล้อที่ยาวถึง 2,755 มิลลิเมตร มอบพื้นที่วางขาที่กว้างที่สุดในคลาส พร้อมการออกแบบห้องโดยสารที่เงียบสงบ (Quiet Cabin)
  • การจัดเก็บสัมภาระ: ออกแบบมาเพื่อการใช้งานจริงด้วยช่องเก็บของภายในรถมากถึง 30 จุด  และพื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถที่ขยายได้สูงสุดถึง 2,065 ลิตร เมื่อพับเบาะหลัง
  • บรรยากาศภายใน: ติดตั้งไฟ Ambient Lighting ที่ปรับเปลี่ยนได้ถึง 256 สี เพื่อสร้างอารมณ์ที่แตกต่างในทุกการเดินทาง  พร้อมหลังคาพาโนรามิกซันรูฟขนาดใหญ่ที่มาพร้อมม่านบังแดดไฟฟ้า

เบาะนั่งและความสบาย (Seating & Comfort)

เบาะนั่งถูกออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์และใช้วัสดุคุณภาพสูงเพื่อความสบายสูงสุด:

  • ฟังก์ชันเบาะนั่ง:
    • เบาะคู่หน้าสามารถปรับระดับด้วยไฟฟ้า โดยฝั่งคนขับปรับได้ 6 ทิศทางพร้อมระบบความจำ (Memory Settings) และฝั่งผู้โดยสารปรับได้ 4 ทิศทาง
    • ระบบระบายอากาศ (Ventilated Seats): ติดตั้งมาให้ในเบาะคู่หน้าเพื่อความเย็นสบายในสภาพอากาศร้อน
    • การพักผ่อน: เบาะหน้าสามารถปรับเอนนอนได้ราบ (Fully Reclinable) เพื่อการพักผ่อนที่สมบูรณ์แบบระหว่างหยุดพัก

ระบบบันเทิงและเทคโนโลยี (Infotainment & Technology)

ศูนย์กลางความบันเทิงที่ล้ำสมัยเพื่อการเชื่อมต่อที่ไร้รอยต่อ:

  • หน้าจออัจฉริยะ:
    • หน้าจอสัมผัสหลักขนาด 15.4 นิ้ว ความละเอียด 2.5K ที่คมชัด [cite: 46] ทำงานร่วมกับชิปประมวลผลระดับ 7nm ที่ประมวลผลได้อย่างรวดเร็ว
    • หน้าจอมาตรวัดความเร็วแบบ LCD ขนาด 10.2 นิ้ว สำหรับผู้ขับขี่
    • HUD: หน้าจอ Head-Up Display ขนาด 13.8 นิ้ว แสดงข้อมูลบนกระจกหน้าเพื่อให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องละสายตาจากถน
  • ระบบปฏิบัติการ Flyme Auto: รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto™ พร้อมระบบแผนที่การชาร์จแบบ Real-time และระบบสั่งงานด้วยเสียง (Voice Command)
  • สุนทรียภาพทางเสียง: ระบบเสียง Flyme Sound System พร้อมลำโพงสูงสุด 16 ตำแหน่งใน PROTON e.MAS 7 ซึ่งรวมถึงลำโพงที่พนักพิงศีรษะ (Headrest Speakers) ในขณะที่ Geely Galaxy M7 รุ่นท็อปให้มามากถึง 23 ตำแหน่ง

สิ่งอำนวยความสะดวกและนวัตกรรม (Convenience & Innovation)

  • การอัปเดตระบบ: รองรับการอัปเดตซอฟต์แวร์แบบ Over-the-Air (OTA) ทั้งระบบตัวรถและระบบบันเทิง เพื่อให้รถทันสมัยอยู่เสมอ
  • ระบบปรับอากาศ: ระบบปรับอากาศอัตโนมัติพร้อมฟิลเตอร์กรองอากาศ N95 เพื่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัยในห้องโดยสาร
  • พลังงานสำรอง: รองรับระบบ Vehicle-to-Load (V2L) สามารถจ่ายไฟให้อุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอก และระบบ Vehicle-to-Vehicle (V2V) เพื่อช่วยเหลือรถคันอื่น
  • การเชื่อมต่อ: ติดตั้งแท่นชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย (Wireless Charging) และพอร์ต USB ทั้งแบบ Type A และ Type C สำหรับผู้โดยสารตอนหน้าและตอนหลัง

ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ นใจทุกการเดินทางด้วยเทคโนโลยีระดับโลก

หัวใจสำคัญของ PROTON e.MAS 7 PHEV คือการออกแบบภายใต้แนวคิด “Enduring Safety” ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานไปจนถึงระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ล้ำสมัย เพื่อมอบความอุ่นใจสูงสุดให้แก่ผู้โดยสารทุกคน

โครงสร้างตัวถังและแพลตฟอร์มอัจฉริยะ (Body Structure)

PROTON e.MAS 7 ถูกสร้างขึ้นบนนวัตกรรมที่แข็งแกร่งและปลอดภัยที่สุดในคลาส:

  • GMA Platform: แพลตฟอร์มรุ่นใหม่ที่ออกแบบมาสำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าโดยเฉพาะ โดยในรุ่น PHEV มีการจัดวางแนวท่อเชื้อเพลิงและสายไฟระบบไฟฟ้าแยกออกจากกันอย่างเป็นระเบียบเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
  • Cell-to-Body (CTB) Technology: เทคโนโลยีการรวมแบตเตอรี่เข้าเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างแชสซี ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งของตัวถังและลดจุดศูนย์ถ่วง ทำให้รถมีการทรงตัวที่ดีเยี่ยม
  • High Strength Cage Body: โครงสร้างนิรภัยแบบกรงล้อมรอบห้องโดยสาร ใช้เหล็กแรงดึงสูง (High-Strength Steel) ระดับ 1,500 MPa มอบการปกป้องระดับเดียวกับเรือบรรทุกเครื่องบิน

ระบบถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง (7 Airbags)

เพื่อการปกป้องที่ครอบคลุมทุกมิติ PROTON e.MAS 7 ติดตั้งถุงลมนิรภัยมาให้ทั้งหมด 7 จุด:

  • ถุงลมนิรภัยคู่หน้า (Driver and Front Passenger)
  • ถุงลมนิรภัยด้านข้างคู่หน้า (Front Side Airbags)
  • ม่านถุงลมนิรภัยด้านข้าง (Side Curtain Airbags) ครอบคลุมทั้งแถวหน้าและแถวหลัง
  • ถุงลมนิรภัยกลางห้องโดยสาร (Far Side Airbag): ติดตั้งระหว่างเบาะคู่หน้าเพื่อป้องกันการกระแทกกันเองของผู้ขับขี่และผู้โดยสารเมื่อเกิดการชนจากด้านข้าง

ระบบกล้องและเซนเซอร์รอบคัน (Camera & Sensors)

เทคโนโลยีการมองเห็นที่ช่วยให้การขับขี่และการจอดรถเป็นเรื่องง่ายและปลอดภัย:

  • 360° Camera with 3D Display: กล้องมองภาพรอบทิศทางพร้อมการแสดงผลแบบ 3 มิติ ช่วยให้เห็นสภาพแวดล้อมรอบรถได้อย่างชัดเจน
  • ระบบช่วยจอด: ติดตั้งเซนเซอร์กะระยะทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เพื่อความแม่นยำในการจอดรถในที่แคบ
  • Occupant Detection Alert: ระบบแจ้งเตือนการตรวจจับผู้โดยสาร (เช่น เด็กหรือสัตว์เลี้ยง) ที่อาจถูกลืมไว้ในรถ

เทคโนโลยีช่วยขับขี่ขั้นสูง (Level 2 ADAS)

ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อัจฉริยะ 16 รายการ ที่ทำงานร่วมกันเพื่อป้องกันอุบัติเหตุก่อนที่จะเกิดขึ้น:

  • Intelligent Cruise Control (ICC) & ACC: ระบบควบคุมความเร็วแปรผันอัจฉริยะที่ช่วยรักษาระยะห่างและประคองรถให้อยู่กลางเลน
  • Automatic Emergency Braking (AEB): ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติเมื่อตรวจพบความเสี่ยงในการชน
  • Emergency Lane Keep Assist (ELKA): ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนเมื่อรถเริ่มเบี่ยงออกโดยไม่ตั้งใจ
  • Blind Spot Detection (BSD): ระบบเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง
  • Rear Cross Traffic Alert & Braking (RCTA/RCTB): ระบบเตือนและช่วยเบรกอัตโนมัติขณะถอยรถออกจากช่องจอดเมื่อมีรถวิ่งตัดผ่าน
  • Traffic Sign Recognition (TSR): ระบบอ่านป้ายจราจรและแสดงผลบนหน้าจอเพื่อให้ผู้ขับขี่ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างถูกต้อง

นอกจากนี้ยังมีระบบความปลอดภัยมาตรฐานอื่นๆ เช่น ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ESC), ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (TCS), ระบบช่วยออกตัวและลงทางลาดชัน (HHA/HDC) และระบบเบรกอัตโนมัติหลังการชน (Post Impact Braking) เพื่อให้ PROTON e.MAS 7 เป็นรถยนต์ที่ปลอดภัยที่สุดรุ่นหนึ่งสำหรับครอบครัวครับ

PROTON NEW 30

paultan

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้