เปิดตัว BYD Titanium 7 EV 755 กม./ชาร์จ CLTC ราคาจีน 1.0 ล้านบาท ชาร์จ 10-97% ภายใน 9 นาที

เปิดตัว Fang Cheng Bao Bao 7 EV รุ่น Fast Charge! รถออฟโรดไฟฟ้า 100% วิ่งไกล 755 กม. เริ่มต้นเพียง 9.55 แสนบาท
เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2026 แบรนด์รถยนต์ออฟโรดระดับพรีเมียม Fang Cheng Bao ได้ประกาศเปิดตัว Bao 7 EV Fast Charge Edition อย่างเป็นทางการ โดยรุ่นนี้ถือเป็นเวอร์ชันไฟฟ้าล้วน (BEV) ที่มาพร้อมเทคโนโลยีแบตเตอรี่และการชาร์จที่ล้ำสมัยที่สุดของค่าย โดยเปิดตัวมาทั้งหมด 2 รุ่นย่อยหลักในรูปแบบขับเคลื่อนล้อหลัง
ราคาจำหน่ายและตัวเลือกการอัปเกรด
สำหรับการเปิดตัวในประเทศจีน Fang Cheng Bao ได้เคาะราคาจำหน่ายที่น่าสนใจดังนี้ (คำนวณที่อัตราแลกเปลี่ยน 1 CNY = 4.783 THB):
- รุ่น 675KM RWD Fast Charge: ราคา 199,800 หยวน (ประมาณ 955,600 บาท)
- รุ่น 755KM RWD Fast Charge: ราคา 209,800 หยวน (ประมาณ 1,003,500 บาท)
- Option เสริม: ลูกค้าสามารถจ่ายเพิ่ม 30,000 หยวน (ประมาณ 143,500 บาท) เพื่ออัปเกรดเป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) ซึ่งจะมาพร้อมกับคาลิปเปอร์เบรก 4 พอร์ต และระบบควบคุมแรงบิดอัจฉริยะ เช่น ระบบเลี้ยวกลับรถแบบเสือดาว (Bao Turn) และโหมดการคลาน (Crawl Mode)
ข้อมูลมิติตัวถังและงานดีไซน์โครงสร้าง
Fang Cheng Bao Bao 7 EV (Flash Charge Edition) ถูกวางตำแหน่งให้เป็นรถยนต์ SUV ขนาดกลาง-ใหญ่ (Mid-to-large SUV) ที่เน้นรูปลักษณ์ทรงกล่อง (Boxy Shape) อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ โดยมีรายละเอียดมิติตัวถังที่โดดเด่นดังนี้
มิติตัวถังภายนอก (Exterior Dimensions)
- ความยาวตัวรถ: 4,999 มม.
- ความกว้างตัวรถ: 1,995 มม.
- ความสูงตัวรถ: 1,865 มม.
- ระยะฐานล้อ (Wheelbase): 2,920 มม.
- ประเภทตัวถัง: โครงสร้างแบบ Unibody ที่เน้นความนุ่มนวลในการขับขี่บนถนนและการยึดเกาะที่ดี
ความสามารถในการขับขี่ออฟโรด (Off-road Geometry)
แม้จะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% แต่ยังคงรักษากลิ่นอายสายลุยด้วยตัวเลขทางเทคนิคที่น่าสนใจ:
- มุมประชิด (Approach Angle): 24 องศา
- มุมจาก (Departure Angle): 25 องศา
- พื้นที่เก็บสัมภาระด้านหน้า (Frunk): มีขนาดใหญ่พิเศษถึง 201 ลิตร ช่วยเพิ่มความอเนกประสงค์ในการบรรทุก
สมรรถนะรายรุ่นย่อย ออฟโรดไฟฟ้าที่แรงและชาร์จไวที่สุด
Fang Cheng Bao Bao 7 EV หรือที่รู้จักในชื่อรุ่น Titanium 7 (钛7) มาพร้อมกับเทคโนโลยี “Flash Charge” และแบตเตอรี่ Blade Gen 2 ที่โดดเด่นทั้งในด้านระยะทางวิ่งและความเร็วในการชาร์จ โดยมีรายละเอียดสมรรถนะแยกตามรุ่นย่อยดังนี้ครับ
รุ่น 675KM RWD Flash Charge (รุ่นเริ่มต้น)
เน้นความคุ้มค่าและสมรรถนะที่เพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันและออกทริป:
- ระบบขับเคลื่อน: ล้อหลัง (RWD) มอเตอร์เดี่ยว
- พละกำลังสูงสุด: 300 กิโลวัตต์ (ประมาณ 402 แรงม้า)
- แรงบิดสูงสุด: 365 นิวตันเมตร
- แบตเตอรี่: BYD Blade Battery เจนเนอเรชันที่ 2 ขนาด 92 kWh
- ระยะทางวิ่งสูงสุด: 675 กิโลเมตร (มาตรฐาน CLTC)
- อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 7.3 วินาที
- ความเร็วสูงสุด: 240 กิโลเมตร/ชั่วโมง
รุ่น 755KM RWD Flash Charge (รุ่นระยะทางไกล)
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการระยะทางวิ่งต่อการชาร์จหนึ่งครั้งมากที่สุดในตระกูล:
- ระบบขับเคลื่อน: ล้อหลัง (RWD) มอเตอร์เดี่ยว
- พละกำลังสูงสุด: 300 กิโลวัตต์ (ประมาณ 402 แรงม้า)
- แรงบิดสูงสุด: 365 นิวตันเมตร
- แบตเตอรี่: BYD Blade Battery เจนเนอเรชันที่ 2 ขนาด 105.7 kWh
- ระยะทางวิ่งสูงสุด: 755 กิโลเมตร (มาตรฐาน CLTC)
- อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 7.5 วินาที
- ความเร็วสูงสุด: 240 กิโลเมตร/ชั่วโมง
รุ่น 675KM AWD Flash Charge (Option อัปเกรดจากรุ่น 755KM)
สำหรับผู้ที่ต้องการพละกำลังระดับมหาศาลและความสามารถในการลุยออฟโรดเต็มรูปแบบ (จ่ายเพิ่ม 30,000 หยวน หรือประมาณ 143,500 บาท):
- ระบบขับเคลื่อน: ขับเคลื่อน 4 ล้อ (AWD) มอเตอร์คู่
- พละกำลังรวมสูงสุด: 515 กิโลวัตต์ (ประมาณ 690 แรงม้า)
- แรงบิดรวมสูงสุด: 675 นิวตันเมตร
- แบตเตอรี่: ขนาด 105.7 kWh
- ระยะทางวิ่งสูงสุด: 675 กิโลเมตร (มาตรฐาน CLTC)
- อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 4.5 วินาที
- ฟีเจอร์การขับเคลื่อนพิเศษ:
- ระบบควบคุมแรงบิดอัจฉริยะ iTAC
- โหมดเลี้ยวกลับรถแบบเสือดาว (Bao Turn)
- โหมดคลาน (Crawl Mode)
- โหมดช่วยลุยหล่ม (Trap Assistant)
- โหมดขับขี่เพิ่มเติม: Mud, Sand, Mountain
เทคโนโลยีการชาร์จ Flash Charge (ทุกรุ่นย่อย)
ถือเป็นจุดขายที่แข็งแกร่งที่สุดของรุ่นนี้ด้วยระบบไฟฟ้าแรงดันสูงและการชาร์จที่รวดเร็วระดับวินาที:
- ชาร์จ 10% ถึง 70%: ใช้เวลาเพียง 5 นาที
- ชาร์จ 10% ถึง 97%: ใช้เวลาเพียง 9 นาที
- ระบบจ่ายไฟ V2L: รองรับการจ่ายไฟภายนอกกำลังสูงถึง 6kW เพื่อใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าขณะตั้งแคมป์
เจาะลึกช่วงล่างอัจฉริยะ เทคโนโลยี DiSus-C และงานวิศวกรรมระดับไฮเอนด์
Fang Cheng Bao Bao 7 EV หรือ Titanium 7 (钛7) ไม่ได้โดดเด่นแค่เรื่องความแรงและการชาร์จไวระดับ Flash Charge เท่านั้น แต่หัวใจสำคัญที่ทำให้รถ SUV ทรงกล่องคันนี้ขับขี่ได้อย่างนุ่มนวลและมั่นใจคือระบบช่วงล่างอัจฉริยะที่ติดตั้งมาให้เป็นมาตรฐานทุกรุ่นย่อย
ระบบควบคุมตัวถังอัจฉริยะ DiSus-C
Bao 7 EV ติดตั้งระบบ DiSus-C Intelligent Damping Body Control System มาให้เป็นมาตรฐานในทุกรุ่นย่อย
- การทำงาน: ระบบจะปรับความหนืดของโช้คอัพด้วยไฟฟ้าแบบแปรผันอัจฉริยะ เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพถนนและพฤติกรรมการขับขี่แบบ Real-time
- ประโยชน์: ช่วยลดอาการหน้าทิ่มขณะเบรก ลดการโคลงของตัวถังขณะเข้าโค้ง และมอบความนุ่มนวลสูงสุดเมื่อขับผ่านถนนขรุขระ
ระบบอ่านผิวถนนล่วงหน้า (DiSus Preview System)
นี่คือเทคโนโลยีที่ทำงานร่วมกับระบบช่วงล่างโดยใช้เซนเซอร์และกล้องอัจฉริยะ
- Pre-view System: กล้องจะสแกนสภาพถนนด้านหน้าล่วงหน้า และส่งข้อมูลไปยังกล่องควบคุมเพื่อปรับค่าความหนืดของช่วงล่างรอไว้ก่อนที่ล้อจะสัมผัสกับหลุมหรือเนิน ช่วยให้ตัวรถนิ่งและนุ่มนวลกว่ารถทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด
โครงสร้างช่วงล่างแบบอิสระ 4 ล้อ
งานวิศวกรรมเชิงกลของ Bao 7 EV เลือกใช้โครงสร้างระดับพรีเมียมเพื่อให้รองรับทั้งการขับขี่ความเร็วสูงและการลุยออฟโรด
- ด้านหน้า (Front Suspension): แบบปีกนกคู่ (Double Wishbone Independent Suspension) ซึ่งให้ความแม่นยำในการควบคุมพวงมาลัยสูงและยึดเกาะถนนได้ดีเยี่ยม
- ด้านหลัง (Rear Suspension): แบบ 5-Link Independent Suspension (หลังห้าลิงก์) ซึ่งช่วยจัดระเบียบมุมล้อให้สัมผัสพื้นผิวถนนได้เต็มประสิทธิภาพที่สุดในทุกสภาวะ
เทคโนโลยีความปลอดภัยและเสถียรภาพ (TSC & iCCT)
- ระบบ TSC (High-speed Blowout Assist): ระบบช่วยควบคุมเสถียรภาพตัวรถในกรณีฉุกเฉินเมื่อยางเกิดระเบิดขณะใช้ความเร็วสูง ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถประคองรถเข้าจอดได้อย่างปลอดภัย
- ระบบ iCCT (Intelligent Comfort Control): ระบบอัจฉริยะที่ช่วยปรับสมดุลแรงเบรกและแรงบิด เพื่อลดอาการกระชากหรือการโยกคลอนของห้องโดยสาร มอบความรู้สึกที่ผ่อนคลายตลอดการเดินทาง
ระบบเบรกสมรรถนะสูง
- เบรกมาตรฐาน: ใช้ดิสก์เบรกแบบมีช่องระบายความร้อน (Ventilated Disc) ทั้ง 4 ล้อ
- รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ (AWD): จะได้รับการอัปเกรดเป็น High-performance 4-piston Fixed Calipers ที่ด้านหน้า เพื่อรองรับพละกำลังกว่า 600 แรงม้า และการหยุดรถที่มั่นใจในระยะทางที่สั้นลง
การออกแบบภายนอก
Titanium 7 คือรถ SUV พลังงานไฟฟ้า 100% ที่ฉีกกฎเกณฑ์เดิมๆ ด้วยการออกแบบภายใต้คอนเซปต์ “Titanium Energy” ที่เน้นความแข็งแกร่ง ทรงพลัง แต่แฝงไปด้วยความสะอาดตาและเรียบง่ายแบบรถยนต์ยุคใหม่ โดยมีรายละเอียดการออกแบบภายนอกที่น่าสนใจดังนี้ครับ
ดีไซน์ด้านหน้า Titanium Power Face
ใบหน้าของ Bao 7 EV สะท้อนถึงเอกลักษณ์ของรถยนต์ไฟฟ้ายุคใหม่ที่มีความดุดัน:
- กระจังหน้าแบบปิดทึบ (Closed Grille): บ่งบอกความเป็น EV 100% พร้อมเส้นสายที่ดูสะอาดตาแต่มีมิติ
- ชุดไฟหน้า Titanium Energy: โคมไฟหน้าแบบสองชั้น (Dual-layer LED) ที่ให้ความสว่างและความคมชัดสูง เสริมด้วยโลโก้แบรนด์ Fang Cheng Bao แบบเรืองแสง (Illuminated Logo) เพิ่มความโดดเด่นในยามค่ำคืน
- กันชนหน้าสไตล์ออฟโรด: ตกแต่งด้วยแผงกันกระแทกสีเงินรูปทรงตัว “H” (H-shaped Silver Guard) ที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์ความแข็งแกร่งและปกป้องตัวรถขณะลุย
รูปทรงตัวถังด้านข้าง: “Boxy” Aesthetics
เส้นสายด้านข้างยังคงรักษาเอกลักษณ์ความคลาสสิกของรถ SUV ทรงกล่องที่ดูสง่างามและมีสัดส่วนที่ลงตัว:
- Floating Roof Design: การใช้เสา A-pillar สีดำเงา ช่วยสร้างเอฟเฟกต์หลังคาลอยตัว เพิ่มความสปอร์ตและทำให้รถดูไม่หนาจนเกินไป
- มือจับประตูแบบเรียบ (Hidden Door Handles): ช่วยในเรื่องอากาศพลศาสตร์และทำให้ผิวสัมผัสข้างตัวรถดูพรีเมียม
- อุปกรณ์เสริมสายลุย: ติดตั้งบันไดข้างแบบคงที่ (Fixed Side Steps) และราวหลังคา (Roof Rails) มาให้เป็นมาตรฐาน
- มิติตัวถังที่สมดุล: ด้วยความยาวเกือบ 5 เมตร (4,999 มม.) และฐานล้อที่กว้างถึง 2,920 มม. ทำให้รถดูมีความมั่นคงสูงมาก
ดีไซน์ด้านท้าย: ร่องรอยของความทรหด
ด้านหลังของ Bao 7 EV ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทั้งความสวยงามและการใช้งานจริง:
- ไฟท้ายสไตล์โมเดิร์น: ชุดไฟท้าย LED แบบสองชั้นรูปทรงตัว “L” ที่สอดรับกับดีไซน์ไฟหน้าอย่างลงตัว
- External “Small Backpack”: ฝาครอบยางอะไหล่หรือกล่องอเนกประสงค์ด้านหลัง (小书包) ที่เป็นเอกลักษณ์ของรถตระกูลออฟโรด
- ฝาท้ายแบบเปิดข้าง: เพิ่มความสะดวกในการเปิดใช้งานพื้นที่สัมภาระ แม้ในพื้นที่ที่มีเพดานต่ำ
- ระบบไฟฟ้า: ประตูท้ายแบบดูดไฟฟ้า (Electric Suction Tailgate) ช่วยให้การปิดประตูทำได้อย่างนุ่มนวล
นวัตกรรมพื้นที่เก็บของด้านหน้า (Frunk)
เนื่องจากเป็นรถไฟฟ้า 100% Bao 7 EV จึงสามารถจัดสรรพื้นที่ด้านหน้าให้เป็นประโยชน์:
- 201L Mega Frunk: พื้นที่เก็บสัมภาระด้านหน้าขนาดใหญ่ถึง 201 ลิตร ซึ่งถือว่าใหญ่มากในระดับรถ SUV เดียวกัน
- ความสะดวกสบาย: มาพร้อมระบบเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า (Option) เพิ่มความสะดวกในการเก็บของโดยไม่ต้องออกแรง
พาเลทสีและล้ออัลลอย
Bao 7 EV มอบทางเลือกที่หลากหลายเพื่อบ่งบอกตัวตนของผู้ขับขี่:
- 10 เฉดสีตัวถัง: มีให้เลือกตั้งแต่โทนสุขุมอย่าง ดำ Obsidian Black, เทา Snow Grey ไปจนถึงสีที่โดดเด่นอย่าง ส้ม Twilight Orange, ม่วง Cloud Night และเขียว Mountain Green
- ล้ออัลลอยดีไซน์ล้ำ:
- รุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง: ล้อขนาด 19 นิ้ว (255/55 R19)
- รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ (AWD): ล้อขนาด 20 นิ้ว (255/50 R20) ที่มาพร้อมการออกแบบสไตล์ Aerodynamic
สัมผัสห้องโดยสารอวกาศ นิยามใหม่ของความหรูหราอัจฉริยะและนวัตกรรม 7 หน้าจอ
หากภายนอกของ Fang Cheng Bao Bao 7 EV คือความแข็งแกร่ง ภายในห้องโดยสารคือการยกระดับสู่โลกอนาคตภายใต้คอนเซปต์ “Interstellar Ark” (星际方舟) ที่ผสมผสานวัสดุระดับพรีเมียมเข้ากับเทคโนโลยีอัจฉริยะที่ตอบโจทย์ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารอย่างสมบูรณ์แบบครับ
การออกแบบและบรรยากาศ (Interior Design & Ambience)
ห้องโดยสารของ Bao 7 EV เน้นความโปร่งโล่งและการใช้เส้นสายที่ล้ำสมัย โดยมีธีมสีให้เลือก 3 สไตล์ ได้แก่ สีส้ม Twilight Orange, สีเทา Snow Grey และสีน้ำเงิน Eclipse Blue:
- วัสดุคุณภาพสูง: ทุกสัมผัสถูกหุ้มด้วยวัสดุซอฟต์ทัชและหนังแท้ พร้อมการตกแต่งด้วยคริสตัลในจุดสำคัญ เช่น ปุ่มเปลี่ยนเกียร์และปุ่มควบคุมฟังก์ชันต่างๆ
- ระบบไฟสร้างบรรยากาศ: Multi-color Ambient Lighting ที่ปรับเปลี่ยนได้หลากหลายเฉดสี ช่วยสร้างอารมณ์ที่แตกต่างในแต่ละโหมดการขับขี่
- หลังคาพาโนรามิก: มาพร้อมม่านบังแดดไฟฟ้า ช่วยให้ห้องโดยสารดูสว่างและกว้างขวางขึ้น แต่ยังคงป้องกันความร้อนได้ดีเยี่ยม
ปรากฏการณ์ 7 หน้าจออัจฉริยะ (7-Screen Linkage)
- หน้าจอกลางขนาด 15.6 นิ้ว: ความละเอียดสูง ทำงานบนระบบ DiLink 100/150 รองรับ DeepSeek Voice Model (AI อัจฉริยะ)
- หน้าจอเรือนไมล์ขนาด 10.25 นิ้ว: แสดงข้อมูลการขับขี่ที่จำเป็นอย่างครบถ้วน
- หน้าจอ W-HUD ขนาด 26 นิ้ว: แสดงข้อมูลการขับขี่และระบบนำทางบนกระจกหน้า ลดการละสายตาจากถนน
- หน้าจอปุ่มหมุนแอร์: หน้าจอขนาดเล็กที่ติดตั้งบนปุ่มหมุนเพื่อการปรับอุณหภูมิที่สะดวกและสวยงาม
- หน้าจอควบคุมแอร์หลัง: ติดตั้งบริเวณคอนโซลกลางแถวหลังเพื่อให้ผู้โดยสารปรับอุณหภูมิได้เอง
- Option เสริม (BYD Pad): สามารถติดตั้งหน้าจอขนาด 13 นิ้ว เพิ่มเติมได้อีก 2 จุดที่หลังเบาะคู่หน้าสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
เบาะนั่ง “Soufflé” และความสบายระดับเฟิร์สคลาส
ความโดดเด่นที่สุดคือเบาะนั่งที่ใช้โครงสร้าง “Soufflé” 4 ชั้น ที่ให้ความนุ่มนวลแต่ยังโอบกระชับร่างกาย:
- เบาะหน้าอเนกประสงค์: เป็นมาตรฐานทุกรุ่นย่อยที่มาพร้อมระบบอุ่นเบาะ (Heating), ระบายอากาศ (Ventilation) และระบบนวดไฟฟ้า (Massage) พร้อมหมอนรองศีรษะแบบ Cloud Headrest
- เบาะผู้โดยสารหน้าพิเศษ: มาพร้อมที่รองขาปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง และโหมดการพักผ่อน (Relax Mode)
- เบาะหลังระดับพรีเมียม: ไม่น้อยหน้าเบาะหน้าด้วยระบบปรับเอนไฟฟ้า, ระบบอุ่นเบาะ และระบบระบายอากาศ ซึ่งหาได้ยากในรถระดับเดียวกัน
สิ่งอำนวยความสะดวกและระบบบันเทิง (Convenience & Entertainment)
- ระบบเสียง DEVIALET®: สัมผัสประสบการณ์ดนตรีระดับไฮเอนด์ด้วยลำโพงสูงสุด 20 ตำแหน่ง (ในรุ่น AWD) มอบเสียงที่คมชัดและมีมิติ
- ตู้เย็นอัจฉริยะ 4.5 ลิตร: ติดตั้งบริเวณคอนโซลกลาง สามารถทำความเย็นและอุ่นร้อนได้ตั้งแต่ -6 ถึง 50 องศาเซลเซียส
- ระบบชาร์จไว: แท่นชาร์จโทรศัพท์ไร้สายกำลังไฟ 50W จำนวน 2 ตำแหน่งที่คอนโซลหน้า พร้อมพอร์ต USB ทั้ง Type-A และ Type-C ครบทุกจุด
- ระบบน้ำหอมอัจฉริยะ (Active Fragrance): ช่วยสร้างบรรยากาศที่สดชื่นภายในรถตลอดเวลา
เจาะลึกระบบความปลอดภัย
โครงสร้างตัวถังอัจฉริยะ (Body & Chassis Structure)
Bao 7 EV ใช้เทคโนโลยีการออกแบบโครงสร้างขั้นสูงเพื่อปกป้องผู้โดยสารและแบตเตอรี่อย่างสูงสุด:
- High-Strength Cage Body: โครงสร้างนิรภัยแบบกรงที่ใช้เหล็กแรงดึงสูง (High-Strength Steel) ในสัดส่วนที่สูง โดยมีจุดรับแรงกระแทกสำคัญที่ทนแรงดึงได้ถึง 1,500 MPa ซึ่งเป็นมาตรฐานเดียวกับที่ใช้ในอุตสาหกรรมการบิน
- CTB (Cell-to-Body) Technology: นวัตกรรมการรวมแบตเตอรี่เข้าเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างตัวถัง ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งในการต้านทานการบิดตัว และช่วยให้จุดศูนย์ถ่วงของรถต่ำลง เพิ่มการทรงตัวที่มั่นคง
- ระบบ Cloud Chariot-C (DiSus-C): ระบบควบคุมตัวถังอัจฉริยะที่ช่วยปรับความหนืดโช้คอัพแบบแปรผัน ช่วยลดอาการหน้าทิ่มขณะเบรกกะทันหันและลดการโคลงของรถ เพิ่มประสิทธิภาพในการหลบหลีกสิ่งกีดขวาง
- TSC (High-speed Blowout Assist): ระบบช่วยควบคุมเสถียรภาพตัวรถในกรณีฉุกเฉินเมื่อยางระเบิดขณะใช้ความเร็วสูง เพื่อป้องกันรถเสียหลัก
ระบบถุงลมนิรภัยรอบคัน (Airbags System)
ติดตั้งถุงลมนิรภัยมาให้เป็นมาตรฐานทั้งหมด 7 ตำแหน่ง เพื่อการปกป้องที่ครอบคลุม:
- ถุงลมนิรภัยคู่หน้า (Driver & Passenger)
- ถุงลมนิรภัยด้านข้างคู่หน้า (Front Side Airbags)
- ม่านถุงลมนิรภัยด้านข้างยาวตลอดแนวหน้า-หลัง (Side Curtain Airbags)
- Far-side Airbag: ถุงลมนิรภัยกลางระหว่างเบาะหน้า เพื่อป้องกันการกระแทกกันเองของผู้ขับขี่และผู้โดยสารเมื่อเกิดการชนจากด้านข้าง
ระบบกล้องและเซนเซอร์อัจฉริยะ (Hardware & Vision)
ฮาร์ดแวร์ประสิทธิภาพสูงที่ทำหน้าที่เป็นดวงตาให้กับระบบ DiPilot:
- กล้องอัจฉริยะ 11 ตัว: รอบคันเพื่อการตรวจจับวัตถุและสภาพแวดล้อมแบบ 360 องศา
- เรดาร์คลื่นมิลลิเมตร (Millimeter-wave Radar) 3 จุด: สำหรับตรวจจับระยะห่างและความเร็วของรถคันหน้าและด้านหลัง
- เรดาร์อัลตราโซนิก 12 จุด: เพื่อความแม่นยำในการจอดรถและการตรวจจับสิ่งกีดขวางระยะใกล้
- LiDAR (เฉพาะรุ่น DiPilot 300): เลเซอร์เรดาร์ 1 ตำแหน่งที่ติดตั้งบนหลังคา เพื่อการประมวลผลสภาพถนนที่ซับซ้อนและรองรับระบบขับขี่อัตโนมัติขั้นสูง
เทคโนโลยีช่วยขับขี่ DiPilot (ADAS & Driving Tech)
ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ครอบคลุมทั้งความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวก:
- ระบบขับขี่อัตโนมัติ:
- HNOA: ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะบนทางหลวงและทางด่วน
- CNOA: ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะในเมือง (เฉพาะรุ่นที่ติดตั้ง LiDAR)
- ระบบป้องกันการชน:
- AEB (Automatic Emergency Braking): ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ
- FCW / RCW: ระบบเตือนการชนด้านหน้าและด้านหลัง
- FCTA / RCTA: ระบบเตือนเมื่อมีรถวิ่งตัดหน้าหรือตัดหลังขณะถอย
- ระบบควบคุมเลน:
- LDA / LDP: ระบบเตือนและช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน
- BSD (Blind Spot Detection): ระบบเตือนมุมอับสายตา
- DOW (Door Open Warning): ระบบเตือนความปลอดภัยขณะเปิดประตู
- ระบบจอดรถอัจฉริยะ: APA (Auto Parking Assist) และ AVP (Automated Valet Parking) พร้อมรีโมทควบคุมการจอดรถ
ฟีเจอร์ความปลอดภัยเพิ่มเติม
- Sentry Mode (哨兵模式): โหมดเฝ้าระวังที่ใช้กล้องรอบคันบันทึกเหตุการณ์เมื่อมีการขยับหรือกระแทกรถขณะจอด
- DVR (Digital Video Recorder): กล้องบันทึกการขับขี่ในตัวเป็นมาตรฐาน
- DMS (Driver Monitoring System): ระบบตรวจจับความเหนื่อยล้าและการเสียสมาธิของผู้ขับขี่ผ่านกล้องภายในห้องโดยสาร
โดยสรุป Fang Cheng Bao Bao 7 EV คือการรวบรวมเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ดีที่สุดมาไว้ในคันเดียว เพื่อสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่ทั้งสนุกและอุ่นใจ ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมืองหรือการออกเดินทางไกลครับ



