TOYOTA ปรับลดกำลังผลิต FJ , Fortuner , Hilux และ RAV4 รวมกว่า 83,000 คัน ใน 6 เดือนข้างหน้า

TOYOTA ปรับลดกำลังผลิต FJ , Fortuner , Hilux และ RAV4 รวมกว่า 83,000 คัน ใน 6 เดือนข้างหน้า
Spread the love
Advertisement Advertisement

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน วิกฤตความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่ในอิหร่าน ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลก ล่าสุดยักษ์ใหญ่อย่าง Toyota (โตโยต้า) จำเป็นต้องปรับลดเป้าหมายการผลิตรถยนต์ลง หลังจากเจอปัญหารุมเร้าทั้งด้านโลจิสติกส์และกำลังซื้อที่หดตัวในภูมิภาคตะวันออกกลาง


Nikkei Asia เผย Toyota เตรียมหั่นกำลังผลิต 83,000 คัน เซ่นพิษการเมืองโลก

สื่อเศรษฐกิจชั้นนำอย่าง Nikkei Asia ระบุว่า Toyota ได้แจ้งไปยังกลุ่มซัพพลายเออร์และผู้ผลิตชิ้นส่วนต่าง ๆ ว่า บริษัทมีแผนที่จะปรับลดกำลังการผลิตลงราว 83,000 คัน ในช่วง 6 เดือนข้างหน้า โดยมาตรการดังกล่าวเป็นผลกระทบโดยตรงจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งส่งผลให้ความต้องการซื้อ (Demand) ในตลาดตะวันออกกลางอ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัด ประกอบกับราคาน้ำมันและต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลสำคัญ: การปรับลดกำลังผลิตในครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่ Toyota เพิ่งประกาศลดโควตาการผลิตไปแล้วกว่า 40,000 คันในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางมีความรุนแรงและยืดเยื้อกว่าที่คาดการณ์ไว้


วิกฤต “ช่องแคบฮอร์มุซ” ทุบซ้ำระบบโลจิสติกส์

นอกเหนือจากปัญหาด้านกำลังซื้อแล้ว การปิดล้อมทางทะเลบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือและขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ได้กลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ขัดขวางห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของ Toyota การขนส่งชิ้นส่วนยานยนต์และการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปทำได้ยากลำบากและมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น

คุณทาคาโนริ อาซุมะ (Takanori Azuma) หัวหน้าฝ่ายบัญชีและการเงินของ Toyota เปิดเผยว่า ปกติแล้ว Toyota มีปริมาณการส่งออกรถยนต์ไปยังภูมิภาคตะวันออกกลางสูงถึง 600,000 คันต่อปี แต่จากรายงานวิเคราะห์ล่าสุดระบุว่า “อาจมีรถยนต์จำนวนมากถึงครึ่งหนึ่ง (ราว 300,000 คัน) ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์ในครั้งนี้”

Advertisement Advertisement

เช็กรายชื่อรถยนต์รุ่นยอดนิยมที่ถูกหั่นยอดผลิต

สำหรับการปรับลดกำลังการผลิตในโครงสร้าง Drawdown ครั้งนี้ คาดว่าจะครอบคลุมรถยนต์รุ่นยอดนิยมหลายรุ่นที่เป็นโมเดลหลักในตลาดตะวันออกกลางและตลาดโลก ดังนี้:

ประเภทรถยนต์ รุ่นที่ได้รับผลกระทบ (Models Included)
รถยนต์อเนกประสงค์ (SUV) RAV4, LandCruiser FJ, Fortuner
รถกระบะ / รถพาณิชย์ HiLux, Probox
รถยนต์นั่งส่วนบุคคล Corolla Touring

กระทบกำไรสุทธิพ่นพิษใส่ผู้ถือหุ้น แต่ “ออสเตรเลีย” ยังรอด

เดิมที Toyota และแบรนด์หรูในเครืออย่าง Lexus ได้ตั้งเป้าหมายการผลิตระดับโลกสำหรับปีงบประมาณของญี่ปุ่น (1 เมษายน 2026 – 31 มีนาคม 2027) ไว้สูงถึง 10 ล้านคัน อย่างไรก็ตาม วิกฤตการณ์ความขัดแย้งระดับโลกและราคาน้ำมันที่ผันผวน ทำให้ Toyota ต้องออกโรงเตือนนักลงทุนว่า กำไรสุทธิรวมของบริษัท (Consolidated Net Profits) อาจลดลงถึง 22%

แล้วตลาดอื่น ๆ รวมถึงประเทศไทยได้รับผลกระทบไหม?

ในส่วนของผลกระทบต่อตลาดนอกเหนือจากตะวันออกกลาง โฆษกของ Toyota Australia ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อยานยนต์ CarExpert เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคว่า:

“ณ สเตจนี้ เรายังไม่เห็นผลกระทบใด ๆ ต่อการผลิตรถยนต์ที่มีปลายทางไปยังประเทศออสเตรเลีย และเรายังคงคาดการณ์ว่าจะมีซัพพลาย (ยอดส่งมอบรถยนต์) ที่แข็งแกร่งและเพียงพอในช่วงที่เหลือของปีนี้”

บทวิเคราะห์ทิ้งท้าย: แม้ว่าในปัจจุบันตลาดออสเตรเลีย (รวมถึงแนวโน้มในตลาดเอเชียและไทยที่ใช้ฐานการผลิตร่วมกันในบางรุ่น เช่น HiLux และ Fortuner) จะยังไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง เนื่องจากปัญหากระจุกตัวอยู่ที่ตลาดตะวันออกกลาง แต่การลดลงของกำไรทั่วโลกถึง 22% ของ Toyota ถือเป็นสัญญาณเตือนที่ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ต้องปรับกลยุทธ์อย่างรัดกุม ตราบใดที่ชนวนเหตุความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังไม่มีทีท่าว่าจะสงบลง

CAREXPERT

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้