ญี่ปุ่นอัดฉีดงบฉุกเฉิน 97,920 ล้านบาท  อุ้มค่าไฟ-แก๊สประชาชน เป็นเวลา 3 เดือน เซ่นพิษสงครามตะวันออกกลาง

ญี่ปุ่นอัดฉีดงบฉุกเฉิน 97,920 ล้านบาท  อุ้มค่าไฟ-แก๊สประชาชน เป็นเวลา 3 เดือน เซ่นพิษสงครามตะวันออกกลาง
Spread the love
Advertisement Advertisement

ญี่ปุ่นอัดฉีดงบฉุกเฉิน 97,920 ล้านบาท  อุ้มค่าไฟ-แก๊สประชาชน เป็นเวลา 3 เดือน เซ่นพิษสงครามตะวันออกกลาง

รับมือผลกระทบปิดช่องแคบฮอร์มุซ ดันราคาพลังงานพุ่งสูงกระทบภาคครัวเรือน

งบประมาณเยียวยาค่าไฟ-แก๊ส

3,000 ล้านดอลลาร์

(97,920 ล้านบาท / 5.13 แสนล้านเยน)

งบประมาณพิเศษแก้ค่าครองชีพรวม

19,000 ล้านดอลลาร์

(620,160 ล้านบาท)

สำนักข่าวโตเกียว รายงาน: รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศอนุมัติงบประมาณช่วยเหลือฉุกเฉินจำนวน 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยราว 97,920 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือภาคครัวเรือนในการแบกรับภาระค่าไฟฟ้าและค่าแก๊สที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง มาตรการเร่งด่วนนี้เกิดขึ้นหลังจากการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางเริ่มทวีความรุนแรงและส่งผลกระทบโดยตรงต่อห่วงโซ่อุปทานพลังงานในเอเชีย

 เจาะลึกชนวนเหตุ: เมื่อช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดกั้น

ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในประเทศที่มีข้อจำกัดด้านทรัพยากรพลังงานสูงที่สุดในโลก โดยต้องพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงฟอสซิล ทั้งน้ำมันดิบและแก๊สธรรมชาติเหลว (LNG) จากภูมิภาคตะวันออกกลางเกือบทั้งหมด การปิดกั้นหรือความไม่สงบบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์ในการขนส่งพลังงานหลักของโลก ได้ส่งผลให้ต้นทุนค่าขนส่งและราคาพลังงานตลาดโลกดีดตัวสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ รัฐบาลญี่ปุ่นจึงจำเป็นต้องออกโรงเข้าแทรกแซงราคาเพื่อไม่ให้กระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนและฉุดรั้งการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ

Advertisement Advertisement

🗓️ รายละเอียดและกรอบเวลาของมาตรการอุ้มราคาพลังงาน

  • กรอบเวลาช่วยเหลือ: ระยะเวลา 3 เดือนเต็ม เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ถึงสิ้นเดือนกันยายน
  • แหล่งที่มาของเงินทุน: รัฐบาลดึงเงินจำนวน 5.13 แสนล้านเยนมาจาก “งบประมาณสำรอง” (Reserves) ประจำปีนี้ ทำให้สามารถอนุมัติได้ทันทีโดยไม่ต้องรอขั้นตอนการออกกฎหมายกู้เงินใหม่
  • สถานการณ์ระยะสั้น: ในช่วงเดือนพฤษภาคมและมิถุนายนนี้ ราคาค่าไฟและแก๊สในประเทศจะยังไม่มีการปรับตัวขึ้นรุนแรง แต่ตัวเลขต้นทุนนำเข้าที่แท้จริงจะเริ่มสะท้อนชัดเจนตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป

🚀 แผนกระตุ้นเศรษฐกิจระลอกใหญ่ภายใต้การนำของ “ซานาเอะ ทากาอิจิ”

การอนุมัติงบอุดหนุนราคาพลังงาน 3,000 ล้านดอลลาร์ในครั้งนี้ เป็นเพียงฟันเฟืองส่วนหนึ่งภายใต้มาตรการทางเศรษฐกิจชุดใหญ่ โดยเกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากที่ นายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทากาอิจิ (Sanae Takaichi) ได้แถลงแผนเตรียมจัดทำงบประมาณเพิ่มเติม (Extra Budget) ก้อนโตมูลค่าสูงถึง 19,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือประมาณ 620,160 ล้านบาท) เพื่อมุ่งเน้นบรรเทาผลกระทบจากราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวันที่ทยอยปรับตัวสูงขึ้นตามต้นทุนพลังงาน

นายมาซานาโอะ โอซากิ (Masanao Ozaki) รองเลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น ได้เน้นย้ำกับสื่อมวลชนว่า “แม้ว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางจะยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แต่รัฐบาลญี่ปุ่นจะทำทุกวิถีทางเพื่อรับประกันว่าจะไม่มีความติดขัดหรือหยุดชะงักใดๆ เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของประชาชน รวมถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศ”

📈 ความมั่นคงทางพลังงานระยะยาว: คลังสำรองญี่ปุ่นพร้อมแค่ไหน?

สำหรับความกังวลเรื่องการขาดแคลนซัพพลายพลังงาน นายกรัฐมนตรีทากาอิจิระบุว่า ประชาชนยังไม่ต้องตื่นตระหนก เนื่องจากในปัจจุบันรัฐบาลและพันธมิตรผู้ค้าน้ำมันได้ร่วมกันบริหารจัดการซัพพลายอย่างเข้มงวด ส่งผลให้ญี่ปุ่นมีปริมาณคลังสำรองน้ำมันดิบและพลังงานที่มั่นคงและเพียงพอที่จะหล่อเลี้ยงประเทศไปจนถึงช่วงฤดูใบไม้ผลิปีหน้าอย่างแน่นอน

กองบรรณาธิการวิเคราะห์เพิ่มเติม: ท่าทีที่รวดเร็วของรัฐบาลญี่ปุ่นสะท้อนให้เห็นถึงความอ่อนไหวของเศรษฐกิจเอเชียต่อความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ มาตรการอุดหนุนแบบจ่ายตรงเข้าสู่ใบแจ้งหนี้ค่าไฟ-แก๊สนี้ จะช่วยรักษาอำนาจการซื้อของภาคครัวเรือนญี่ปุ่นไว้ได้ในระยะสั้น และสกัดกั้นไม่ให้เกิดสภาวะเงินเฟ้อฝังลึก (Sticky Inflation) ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อการบริโภคภายในประเทศในระยะยาว

channelnewsasia

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้