Bugatti จับมือ Honma เผยโฉมคอลเลกชันไม้กอล์ฟสุดหรู ราคาแรงแซงซูเปอร์คาร์

Bugatti จับมือ Honma เผยโฉมคอลเลกชันไม้กอล์ฟสุดหรู ราคาแรงแซงซูเปอร์คาร์
Spread the love
Advertisement Advertisement

Bugatti จับมือ Honma เผยโฉมคอลเลกชันไม้กอล์ฟสุดหรู ราคาแรงแซงซูเปอร์คาร์

เมื่อความประณีตระดับไฮเอนด์จากอุตสาหกรรมยานยนต์โคจรมาพบกับศิลปะแห่งการตีเชฟระดับโลก ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่แค่เพียงอุปกรณ์กีฬา แต่คือ “งานศิลปะระดับมาสเตอร์พีซ” ล่าสุด Bugatti แบรนด์ซูเปอร์คาร์ระดับไฮเปอร์ลักชัวรี ได้ประกาศร่วมมือกับ Honma ผู้ผลิตไม้กอล์ฟระดับพรีเมียมชื่อดังจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อสร้างสรรค์คอลเลกชันไม้กอล์ฟสุดพิเศษที่ประกอบไปด้วย หัวเหล็ก (Irons), ไดรเวอร์ (Drivers), หัวไม้ (Woods) และพัตเตอร์ (Putter) ที่มีมูลค่าสูงลิ่ว โดยพัตเตอร์รุ่นเริ่มต้นมีราคาอยู่ที่ 104,960 บาท ($3,200) ในขณะที่เซตเต็มรูปแบบที่แพงที่สุดนั้นทะยานไปถึง 2,361,600 บาท ($72,000) เลยทีเดียว

การก้าวข้ามขีดจำกัดจากยานยนต์สู่ผืนหญ้า

กระแสการขยายฐานแบรนด์ซูเปอร์คาร์สู่วงการกอล์ฟกำลังเป็นที่จับตาอย่างมาก เพราะเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากที่ McLaren แบรนด์รถสปอร์ตสัญชาติอังกฤษได้เปิดตัวไลน์ไม้กอล์ฟและอุปกรณ์เสริมของตัวเอง Bugatti ก็ไม่รอช้าที่จะกระโดดเข้าร่วมวงในฐานะผู้ผลิตรถยนต์เอ็กซ์คลูซีฟรายล่าสุด อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ McLaren เลือกที่จะพัฒนาและลุยตลาดนี้ด้วยตัวเอง Bugatti กลับเลือกเส้นทางที่เน้นความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง โดยดึงแบรนด์ระดับตำนานของญี่ปุ่นอย่าง Honma มาร่วมทีม เพื่อถ่ายทอดดีเอ็นเอของความสมบูรณ์แบบและการรังสรรค์ชิ้นงานอย่างประณีตที่สุด

งานศิลปะที่ตีได้จริง: ดีไซน์จากจิตวิญญาณของ Bugatti Tourbillon

ไม้กอล์ฟในคอลเลกชันที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง Bugatti และ Honma นี้ ถูกออกแบบมาให้มีรูปลักษณ์ที่งดงามราวกับชิ้นงานประติมากรรม จนอาจทำให้นักกอล์ฟหลายคนรู้สึกเสียดายหากต้องนำไปหวดลงบนพื้นสนามจริง ๆ ชิ้นงานที่สร้างความฮือฮามากที่สุดคงหนีไม่พ้น Super Premium Bugatti Putter ซึ่งมีให้เลือก 2 โครงสร้างระดับมาตรฐานของ Honma คือแบบ 4 ดาว (4 Star) และ 5 ดาว (5 Star)

Advertisement Advertisement

พัตเตอร์รุ่นนี้ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากส่วนท้ายของไฮเปอร์คาร์รุ่นใหม่อย่าง Bugatti Tourbillon ทำให้มีรูปทรงที่โดดเด่นและแตกต่างจากพัตเตอร์ทุกรุ่นที่มีวางจำหน่ายในท้องตลาด ตัวหัวพัตเตอร์ได้รับการกัดขึ้นรูปเป็นพิเศษ (Custom-milled) พร้อมกริป (Grip) ดีไซน์เฉพาะตัว นอกจากนี้ บริเวณฐานของพัตเตอร์ (Sole) ยังสะท้อนกลิ่นอายของแผงหน้าปัดวัดความเร็วรอบเครื่องยนต์ (Tachometer) ที่เป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์ Bugatti หากคุณถือพัตเตอร์ชิ้นนี้เดินลงไปในที่สนามกอล์ฟท้องถิ่น คุณจะเป็นจุดสนใจที่สร้างความอิจฉาให้กับทั้งเพื่อนและคู่แข่งอย่างแน่นอน และหากคุณขับ Bugatti Chiron เข้ามาจอดที่ลานจอดรถพร้อมกับถุงกอล์ฟชุดนี้ คุณจะได้รับการยอมรับในฐานะผู้มีรสนิยมระดับรอยัลตี

เจาะลึก 2 คอลเลกชันที่วิศวกรรมขึ้นมาเพื่อความสมบูรณ์แบบ

นอกจากพัตเตอร์สุดล้ำแล้ว ทั้งสองแบรนด์ยังได้ร่วมกันเปิดตัวคอลเลกชันสำหรับหัวเหล็กและไดรเวอร์ โดยแบ่งออกเป็น 2 ไลน์ผลิตภัณฑ์หลัก เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันของผู้ครอบครอง:

1. Beres Super Premium Collection – ของสะสมล้ำค่าสำหรับมหาเศรษฐี

คอลเลกชันนี้ถูกระบุไว้อย่างชัดเจนว่าเป็น “งานศิลปะระดับสะสม” (Collectible work of art) โดยจะเปิดตัวในโครงสร้าง 3 ดาว, 4 ดาว และ 5 ดาว ซึ่งเป็นระบบการแบ่งเกรดของ Honma เพื่อบ่งบอกถึงความพรีเมียมของวัสดุและความพิเศษระดับเอ็กซ์คลูซีฟ

  • รุ่น 3 ดาว และ 4 ดาว: จะมาพร้อมกับพื้นผิวสีฟ้าไอซ์บลู (Ice-blue Finish) อันงดงาม ซึ่งเป็นโทนสีที่ได้รับแรงบันดาลใจโดยตรงจากสีตัวถังแบบทูโทน (Two-tone paint) อันเป็นลายเซ็นของ Bugatti
  • รุ่น 5 ดาว: ถือเป็นที่สุดของความสมบูรณ์แบบและความหายาก โดยจะมีการผลิตจำกัดเพียง 20 เซตทั่วโลกเท่านั้น

2. Tour World Premium Collection – ขีดสุดแห่งสมรรถนะเพื่อโปรกอล์ฟ

สำหรับนักกอล์ฟสายจริงจังที่ต้องการนำไม้ไปใช้งานและคาดหวังผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมในการเล่น คอลเลกชันนี้นับเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์อย่างยิ่ง ตัวไม้ผลิตขึ้นจากวัสดุผสมไทเทเนียม-คาร์บอน (Titanium-carbon composite) ที่มีความทนทานและน้ำหนักเบา ได้รับการวิศวกรรมโครงสร้างมาเพื่อมอบสมรรถนะและการควบคุมทิศทางลูกในระดับสูงสุด

เปิดราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

หากคุณเคยคิดว่าไม้กอล์ฟของ McLaren มีราคาแพงแล้ว คอลเลกชันของ Bugatti และ Honma จะทำให้ราคาเหล่านั้นดูย่อมเยาไปในทันที โดยเมื่อคำนวณราคาเป็นเงินบาทไทย (อ้างอิงจากอัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 32.80 บาท) จะมีรายละเอียดราคาดังต่อไปนี้:

หมวดพัตเตอร์ (Super Premium Bugatti Putter)

  • รุ่น 4 ดาว (รุ่นเริ่มต้น): ราคา 3,200 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 104,960 บาท)
  • รุ่น 5 ดาว: ราคา 9,600 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 314,880 บาท)

หมวดไม้กอล์ฟแบบเซต (Full Set)

  • Tour World Premium Collection (รุ่น 3 ดาว): ราคาเริ่มต้น 6,500 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 213,200 บาท)
  • Beres Super Premium Collection (รุ่น 3 ดาว): ราคา 12,500 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 410,000 บาท)
  • Beres Super Premium Collection (รุ่น 4 ดาว): ราคา 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 820,000 บาท)
  • Beres Super Premium Collection (รุ่น 5 ดาว): ราคา 72,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2,361,600 บาท)

ข้อสังเกตที่น่าสนใจ: ราคาของไม้กอล์ฟชุดท็อปสุดอย่าง Beres Super Premium Collection รุ่น 5 ดาว ที่เคาะราคาออกมาเฉียด 2.4 ล้านบาทนั้น มีมูลค่าสูงกว่าค่าตัวของรถสปอร์ตอเมริกันพันธุ์ดุอย่าง 2027 Corvette Stingray รุ่นพื้นฐาน ซึ่งมีราคาเริ่มต้นในต่างประเทศอยู่ที่ 70,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2,296,000 บาท เสียด้วยซ้ำ

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้