CEO ของ VOLVO เปิดทางโรงงานในยุโรป รับผลิตรถให้แบรนด์ในเครือ GEELY รับมือกฎ EU เข้มขึ้น

CEO ของ VOLVO เปิดทางโรงงานในยุโรป รับผลิตรถให้แบรนด์ในเครือ GEELY รับมือกฎ EU เข้มขึ้น
Spread the love
Advertisement Advertisement

Volvo เปิดทางโรงงานในยุโรป รับผลิตรถให้แบรนด์ในเครือ Geely รับมือกฎ EU เข้มขึ้น

Hakan Samuelsson ฮาคาน ซามูเอลสัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Volvo Cars เปิดเผยแนวคิดใหม่ในการใช้ศักยภาพของโรงงาน Volvo ในยุโรป โดยเสนอให้โรงงานของบริษัทสามารถรับผลิตรถยนต์ให้กับแบรนด์อื่นภายในกลุ่ม Geely ไม่ว่าจะเป็น Geely, Zeekr และ Lynk & Co เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดยุโรปและรับมือกับกฎระเบียบด้านการลงทุนของสหภาพยุโรป (EU) ที่เข้มงวดมากขึ้น

Samuelsson มองว่าการใช้โรงงานที่มีอยู่แล้วของ Volvo เป็นทางเลือกที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากกว่าการลงทุนสร้างโรงงานใหม่ในยุโรป ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนสูงและเผชิญข้อจำกัดด้านกฎระเบียบมากขึ้นเรื่อยๆ

ผู้ผลิตจีนเร่งตั้งฐานการผลิตในยุโรป

แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับกลยุทธ์ของผู้ผลิตรถยนต์จีนหลายรายที่กำลังเร่งขยายฐานการผลิตในยุโรปอย่างต่อเนื่อง

  • BYD เตรียมเริ่มการผลิตจากโรงงานแห่งใหม่ในฮังการีภายในปีนี้
  • MG Motor ในเครือ SAIC ประกาศแผนสร้างโรงงานประกอบแห่งแรกในประเทศสเปน
  • Chery อยู่ระหว่างการเจรจากับ Nissan เพื่อใช้โรงงานซันเดอร์แลนด์ในสหราชอาณาจักร

นอกจากนี้ สื่อในสเปนยังรายงานว่า Ford กำลังหารือเกี่ยวกับการขายบางส่วนของโรงงานประกอบเมืองบาเลนเซียให้กับ Geely Auto แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะยังไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อข่าวดังกล่าวก็ตาม

ผลิตในยุโรป ช่วยลดภาระภาษีนำเข้า

การตั้งฐานการผลิตภายในสหภาพยุโรปมีความสำคัญต่อผู้ผลิตรถยนต์จีน เนื่องจากสามารถหลีกเลี่ยงภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจากจีนที่ EU กำหนดเพิ่มเติมในอัตรา 18.8% นอกเหนือจากภาษีนำเข้าปกติอีก 10%

ข้อมูลจาก Dataforce ระบุว่า ยอดขายรวมของแบรนด์รถยนต์จีนในยุโรปจนถึงสิ้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นถึง 97% หรือมากกว่า 410,000 คัน สะท้อนถึงความต้องการรถยนต์จากจีนที่เติบโตอย่างรวดเร็วในภูมิภาคนี้

แบรนด์ในเครือ Geely โตในยุโรปกว่า 300%

ยอดขายของแบรนด์ในเครือ Volvo ได้แก่ Zeekr, Lynk & Co และ Geely ในยุโรปช่วงต้นปีที่ผ่านมา เติบโตมากกว่า 300% โดยเพิ่มขึ้นจากประมาณ 3,200 คัน เป็นเกือบ 14,000 คัน

Advertisement Advertisement

Samuelsson ระบุว่า หากต้องการสร้างฐานธุรกิจระยะยาวในยุโรป การผลิตในท้องถิ่นหรือ Localization ถือเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

ปัจจุบัน Volvo มีโรงงานหลักในยุโรป 3 แห่ง ได้แก่

  • ทอร์สลันดา ประเทศสวีเดน
  • เกนต์ ประเทศเบลเยียม
  • โคชีเซ ประเทศสโลวาเกีย (เตรียมเปิดดำเนินงานในปีหน้า)

โดยเขามองว่าการเพิ่มการผลิตให้กับแบรนด์อื่นในกลุ่ม Geely ภายในโรงงานทั้งสามแห่งนี้ “เป็นไปได้และส่งผลดีต่อทุกฝ่าย”

Geely ตั้งเป้ายอดขายต่างประเทศ 1.5 ล้านคันในปี 2030

Geely Auto Group ตั้งเป้าหมายยอดขายต่างประเทศในปี 2026 ไว้ที่ 750,000 คัน และเพิ่มเป็น 1 ล้านคันในปี 2027

สำหรับเป้าหมายระยะยาวในปี 2030 บริษัทต้องการครองส่วนแบ่งตลาด 5% ในทุกภูมิภาคสำคัญของโลก และมียอดขายต่างประเทศแตะระดับ 1.5 ล้านคันต่อปี

ประมาณสองในสามของยอดขายดังกล่าวจะอาศัยกลยุทธ์การผลิตในท้องถิ่นผ่านพันธมิตรในแต่ละภูมิภาค เช่น

  • Renault ในบราซิล
  • Proton ในมาเลเซีย
  • Volvo ในยุโรป

Volvo ย้ำความเป็นอิสระของแบรนด์ยังคงเดิม

แม้จะมีความร่วมมือกับบริษัทในเครือมากขึ้น แต่ Samuelsson ยืนยันว่า Volvo จะยังคงรักษาความเป็นอิสระของแบรนด์เอาไว้

“Volvo จะไม่ถูกบังคับให้อยู่ในโครงสร้างใดๆ”

เขาระบุว่าทุกแบรนด์ภายในกลุ่มต้องรักษาเอกลักษณ์ของตนเอง ขณะเดียวกันก็สามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรร่วมกันได้ เช่น การเข้าถึงแพลตฟอร์มปลั๊กอินไฮบริดรุ่นใหม่ ซึ่ง Volvo ไม่สามารถพัฒนาเพียงลำพังได้อย่างคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ

สำหรับโรงงานเมืองเกนต์ ประเทศเบลเยียม Volvo ยอมรับว่ายังต้องปรับปรุงต้นทุนการดำเนินงานก่อน โดยเฉพาะค่าแรงและต้นทุนพลังงาน ซึ่งปัจจุบันบริษัทกำลังทำงานร่วมกับรัฐบาลเบลเยียมเพื่อหาแนวทางลดภาระดังกล่าว

สรุป

การเปิดโรงงาน Volvo ให้รองรับการผลิตรถยนต์ของ Geely, Zeekr และ Lynk & Co ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของกลุ่ม Geely ในการเร่งสร้างฐานการผลิตในยุโรป ท่ามกลางมาตรการภาษีและกฎระเบียบที่เข้มงวดมากขึ้น พร้อมผลักดันกลยุทธ์ Localization เพื่อรองรับเป้าหมายยอดขายระดับโลกในระยะยาว

elektroauto-news.

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้