TOYOTA กำลังทยอยเปลี่ยนแบตนิกเกิล มาเป็น แบตเตอรี่ลิเธียมเจนใหม่ช่วงปี 2027-2028


Toyota เตรียมเพิ่มกำลังผลิตรถไฮบริด พร้อมใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนเจเนอเรชันใหม่ตั้งแต่ปี 2027
Toyota เตรียมปรับโครงสร้างธุรกิจเพื่อเสริมความสามารถในการทำกำไร โดยหนึ่งในแผนสำคัญคือการเพิ่มกำลังการผลิตรถยนต์ไฮบริด HEV หลังยอดขายรถไฮบริดของ Toyota และ Lexus มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในหลายภูมิภาคทั่วโลก
ภูมิภาคที่มีสัดส่วนยอดขายรถ HEV เพิ่มขึ้นประกอบด้วยยุโรป ญี่ปุ่น จีน อเมริกาเหนือ รวมถึงเอเชียและตะวันออกกลางนอกประเทศจีน โดยข้อมูลครอบคลุมตั้งแต่ปีงบประมาณที่สิ้นสุดเดือนมีนาคม 2023 ไปจนถึงประมาณการเดือนมีนาคม 2027
Toyota ตั้งเป้าเพิ่มยอดขายรถไฮบริดมุ่งสู่ปี 2030
ยอดขายรถยนต์ไฮบริดของ Toyota และ Lexus เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ได้แก่
- ปี 2023 อยู่ที่ 3.44 ล้านคัน
- ปี 2024 เพิ่มเป็น 4.22 ล้านคัน
- ปี 2025 เพิ่มเป็น 4.58 ล้านคัน
- ปี 2026 คาดว่าจะเพิ่มเป็นประมาณ 5.03 ล้านคัน
สำหรับปี 2030 Toyota ตั้งเป้าเพิ่มยอดขายรถไฮบริดขึ้นจากระดับปี 2026 อย่างมีนัยสำคัญ เพื่อรองรับความต้องการรถประหยัดน้ำมันที่ยังคงเติบโตในหลายตลาด
ขยายกำลังผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถ HEV
เพื่อรองรับยอดขายรถไฮบริดที่เพิ่มขึ้น Toyota มีแผนขยายกำลังการผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนสำหรับรถ HEV อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2026 ไปจนถึงปี 2030 ขณะเดียวกัน บริษัทเตรียมปรับเปลี่ยนกำลังการผลิตแบตเตอรี่ HEV ในญี่ปุ่น ซึ่งปัจจุบันรองรับรถยนต์ประมาณ 600,000 คันต่อปี ให้สามารถผลิตแบตเตอรี่ไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ได้ในช่วงปี 2027–2028
Takanori Azuma ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีของ Toyota ระบุว่า บริษัทจะทยอยเปลี่ยนจากแบตเตอรี่นิกเกิลมาเป็นแบตเตอรี่ลิเธียม พร้อมขยายกำลังการผลิตไปพร้อมกัน การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวคาดว่าจะช่วยลดต้นทุนได้ประมาณหลายหมื่นเยนต่อรถยนต์หนึ่งคัน พร้อมยกระดับประสิทธิภาพและสมรรถนะของระบบไฮบริด
แบตเตอรี่ HEV เจเนอเรชันใหม่มีเป้าหมายอะไร?
แบตเตอรี่รุ่นใหม่นี้ได้รับการพัฒนาสำหรับระบบไฮบริดโดยเฉพาะ ไม่ใช่แบตเตอรี่ขนาดใหญ่แบบที่ใช้ในรถยนต์ไฟฟ้า BEV และยังไม่มีข้อมูลว่าเกี่ยวข้องกับแบตเตอรี่โซลิดสเตตที่ Toyota กำลังพัฒนาสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าหรือไม่
เป้าหมายหลักของการพัฒนาประกอบด้วยสองด้านสำคัญ ได้แก่
1. ปรับปรุงสมรรถนะ
Toyota ต้องการยกระดับประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ HEV ผ่านความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีแบตเตอรี่ ทำให้แพ็กแบตเตอรี่สามารถรับและจ่ายพลังงานได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
2. เพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุน
บริษัทต้องการลดต้นทุนการผลิตแบตเตอรี่ด้วยการปรับปรุงเทคโนโลยี กระบวนการผลิต และโครงสร้างของแพ็กแบตเตอรี่ ซึ่งจะช่วยให้รถไฮบริดรุ่นใหม่มีต้นทุนแข่งขันได้มากขึ้น
แบตเตอรี่รถไฮบริดแตกต่างจากแบตเตอรี่รถไฟฟ้าอย่างไร?
รถยนต์ไฮบริด HEV ไม่จำเป็นต้องใช้แบตเตอรี่ความจุสูงเพื่อวิ่งด้วยไฟฟ้าหลายร้อยกิโลเมตรเหมือนรถ BEV แต่ต้องการแบตเตอรี่ที่สามารถรับและจ่ายกำลังไฟได้รวดเร็วตลอดเวลา
ระหว่างการขับขี่ แบตเตอรี่จะรับพลังงานจากระบบ Regenerative Braking เมื่อผู้ขับชะลอความเร็วหรือเหยียบเบรก ก่อนนำพลังงานที่เก็บกลับมาใช้กับมอเตอร์ไฟฟ้าในช่วงออกตัว เร่งความเร็ว หรือช่วยลดภาระการทำงานของเครื่องยนต์
แบตเตอรี่ HEV จึงต้องรองรับการชาร์จและคายประจุซ้ำจำนวนมาก รวมถึงต้องสามารถจ่ายกำลังสูงในระยะเวลาสั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Toyota จึงไม่ได้เน้นเพียงการเพิ่มความจุของแบตเตอรี่ แต่เน้นการพัฒนาให้แบตเตอรี่รับไฟได้เร็ว จ่ายไฟได้แรง มีน้ำหนักเบา และทนต่อการใช้งานซ้ำในระยะยาว
แนวทางการพัฒนาแบตเตอรี่ใหม่
แม้ Toyota ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดทางวิศวกรรมทั้งหมด แต่แนวทางการพัฒนาแบตเตอรี่ HEV เจเนอเรชันใหม่อาจประกอบด้วย
- ลดขนาดและน้ำหนักของแพ็กแบตเตอรี่
- เพิ่มประสิทธิภาพการรับพลังงานจากระบบ Regenerative Braking
- เพิ่มกำลังไฟที่สามารถจ่ายให้กับมอเตอร์
- ปรับปรุงระบบควบคุมแบตเตอรี่หรือ BMS
- เพิ่มประสิทธิภาพระบบควบคุมอุณหภูมิ
- ลดจำนวนชิ้นส่วนและต้นทุนการผลิต
- เพิ่มความทนทานต่อการชาร์จและคายประจุซ้ำ
รถไฮบริดรุ่นใหม่จะได้ประโยชน์อย่างไร?
หากแบตเตอรี่สามารถรับและจ่ายกำลังไฟได้มากขึ้น มอเตอร์ไฟฟ้าจะเข้ามาช่วยเครื่องยนต์ได้บ่อยและต่อเนื่องกว่าเดิม โดยเฉพาะระหว่างการออกตัว การเร่งแซง และการขับขี่ในเมือง ผลที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่ การตอบสนองของอัตราเร่งที่ดีขึ้น การใช้เชื้อเพลิงลดลง และการปล่อยมลพิษต่ำลง
นอกจากนี้ แบตเตอรี่ที่มีขนาดเล็กและน้ำหนักเบาลงยังช่วยลดน้ำหนักรวมของรถ รวมถึงช่วยให้วิศวกรสามารถออกแบบพื้นที่ห้องโดยสารและพื้นที่เก็บสัมภาระได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม แบตเตอรี่รุ่นใหม่นี้ไม่ได้ทำให้รถ HEV กลายเป็นรถ PHEV และไม่ได้หมายความว่ารถจะสามารถเสียบปลั๊กชาร์จหรือวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนเป็นระยะทางไกลได้ หลักการทำงานยังคงเป็นการให้เครื่องยนต์ มอเตอร์ไฟฟ้า และแบตเตอรี่ทำงานร่วมกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดการใช้เชื้อเพลิง
ยืนยันใช้ลิเธียมไอออน แต่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดเซลล์
Toyota ระบุทิศทางชัดเจนว่าจะทยอยเปลี่ยนจากแบตเตอรี่แบบนิกเกิลมาเป็นแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนสำหรับรถไฮบริด พร้อมเพิ่มกำลังการผลิตในญี่ปุ่น
อย่างไรก็ตาม บริษัทยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดสำคัญ เช่น
- ชนิดเคมีของเซลล์ลิเธียมไอออน
- โครงสร้างเซลล์และแพ็กแบตเตอรี่
- ความจุของแบตเตอรี่
- น้ำหนักและขนาดของแพ็ก
- กำลังรับและจ่ายไฟสูงสุด
- ระบบควบคุมอุณหภูมิ
- รายชื่อรถ Toyota และ Lexus รุ่นแรกที่จะติดตั้ง
จึงยังไม่ควรสรุปว่าแบตเตอรี่ดังกล่าวเป็นแบตเตอรี่โซลิดสเตต หรือเป็นเทคโนโลยีเดียวกับแบตเตอรี่ที่ Toyota กำลังพัฒนาสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า BEV
ปี 2027 อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของรถไฮบริด Toyota
การเริ่มผลิตแบตเตอรี่ HEV เจเนอเรชันใหม่ตั้งแต่ปี 2027 สะท้อนว่า Toyota ยังคงมองรถไฮบริดเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีหลักของบริษัทในระยะยาว
แม้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า BEV จะขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แต่ Toyota ยังคงใช้กลยุทธ์ Multi-Pathway ซึ่งครอบคลุมทั้งรถ HEV, PHEV, BEV และรถพลังงานไฮโดรเจน เพื่อรองรับโครงสร้างพื้นฐานและความต้องการที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศ
แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนสำหรับรถไฮบริดเจเนอเรชันใหม่จึงอาจกลายเป็นส่วนประกอบสำคัญของรถ Toyota และ Lexus รุ่นใหม่ตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดการใช้น้ำมัน และลดต้นทุนการผลิตในเวลาเดียวกัน
สรุปง่าย ๆ แบตเตอรี่ไฮบริดรุ่นใหม่ของ Toyota ไม่ได้เน้นการเก็บพลังงานให้มากที่สุด แต่เน้นให้แพ็กแบตเตอรี่มีขนาดเล็กลง น้ำหนักเบาลง รับไฟได้เร็ว จ่ายไฟได้แรง ทนต่อการใช้งานซ้ำ และผลิตได้ในต้นทุนต่ำกว่าเดิม
ส่วนรายละเอียดทางเทคนิคและรายชื่อรถยนต์รุ่นแรกที่จะติดตั้งแบตเตอรี่ใหม่นี้ ยังต้องรอการประกาศอย่างเป็นทางการจาก Toyota ต่อไป

