รีวิว TOYOTA YARIS ATIV HEV PREMIUM แอร์ปีศาจ เย็นเกิน! ขับเร็วๆ แรงหน่อย 21.9 กม./ลิตร


สิ่งที่อยากตำหนิคือ แอร์เย็นเกินไปไหม
รอบนี้เราไปยืม TOYOTA YARIS ATIV HEV PREMIUM หรือรุ่นเริ่มต้นของขุมพลังไฮบริดมาทดสอบก่อน ส่วนรุ่น GR SPORT เดี๋ยวค่อยว่ากันอีกที เพราะได้ยินมาว่าช่วงล่างดี ถามทีมงาน TOYOTA ว่าดียังไง คำตอบประมาณว่า… “ไม่รู้เหมือนกัน แต่มันให้ฟีลดี” โอเคครับ ชัดเจนมาก ดีแบบสัมผัสด้วยใจ ไม่ต้องใช้หลักวิศวกรรมอธิบาย
แต่สิ่งที่เราอยากรู้จริงๆ มีเพียงเรื่องเดียว เพราะรถคันนี้เคลมอัตราประหยัดน้ำมันบน Eco Sticker สูงถึง 29.4 กม./ลิตร โอ้วพระเจ้า! เยอะอะไรขนาดนั้น แต่ตัวเลขบน Eco Sticker เอาไว้ดูเพลินๆ ก่อน เพราะรถจะประหยัดจริงแค่ไหน ต้องเอาออกมาขับบนถนนจริง เติมน้ำมันจริง และเจอสภาพการจราจรจริงเท่านั้น
ภายนอกคุ้นตาจนต้องจำที่จอดให้ดี…จำทะเบียนรถ หรือชุดแต่งเอง
การออกแบบภายนอกของ ATIV HEV ไม่ได้มีอะไรหวือหวา มันคือรถบ้านทรงซีดานที่ดูเรียบร้อย ใช้งานง่าย และพบเห็นได้แทบทุกหัวมุมถนน เรียกได้ว่าเป็นรถที่ได้รับความนิยมจนบางครั้งก็ได้รับความนิยมเกินไป
เวลาเอาไปจอดในห้าง แนะนำให้ถ่ายรูปตำแหน่งที่จอดหรือจำเลขเสาให้ดี หรือจำทะเบียนให้แม่น ไม่อย่างนั้นคุณอาจเดินไปเปิดประตูทักทายเพื่อนร่วมรุ่น ATIV คันอื่นโดยไม่ได้ตั้งใจ “อ้าว ไม่ใช่รถเราเหรอ สีเดียวกัน รุ่นเดียวกัน ล้อเหมือนกันอีก” หรือบางครั้งคุณก็อาจจะโดนทักทายบ้าง ถ้าเป็นเจ้าของ ATIV มีคนแปลกหน้ามาดึงมือจับประตู หรืออยูํ่ดีๆ เข้ามาในรถ ก็ไม่ต้องตกใจนะ เขาเข้าผิดคัน ทั้งคนขับและผู้โดยสาร งง กันไป ดังนั้นเรื่องภายนอกคงไม่ต้องอธิบายเยอะ เพราะทุกคนน่าจะคุ้นตากันดีอยู่แล้ว เราเข้าไปดูด้านในกันเลยดีกว่า
ไม่มีที่วางแก้วกลาง…..แต่มีตรงแอร์ให้ซ้ายขวา
สิ่งที่ขัดใจที่สุดในห้องโดยสารคือ ไม่มีช่องวางแก้วบริเวณคอนโซลกลาง นานๆ จะได้เจอรถยุคนี้ที่ให้ผู้ขับขี่ต้องวางแผนการดื่มน้ำก่อนออกเดินทาง โชคดีที่ช่องวางแก้ว ตรงแอร์ให้ซ้ายขวา และบริเวณประตูมีขนาดค่อนข้างใหญ่ ไม่อย่างนั้นอาจต้องดื่มน้ำให้อิ่มก่อนขึ้นรถ
ส่วนกล่องเก็บของบริเวณที่พักแขนกลางก็สั้นแบบจริงใจ ใส่ของได้เล็กน้อยก็เต็มแล้ว เหมาะสำหรับเก็บสายชาร์จ ทิชชู หรือความหวังเล็กๆ ในชีวิต รถติดตั้งไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร หรือ Ambient Light ที่ปรับสีได้ 64 สีมาให้ อย่างน้อยก็ช่วยยืนยันว่า…“รถคันนี้มีออปชันไฟเปลี่ยนสีนะครับ”
หน้าจอพอใช้ กล้อง 360 องศาพอดูรู้เรื่อง
หน้าจอกลางใช้งานได้ตามปกติ แต่ตำแหน่งและมุมมองอาจดูยากเล็กน้อยเวลาต้องก้มมองแผนที่ ไม่ได้ลำบากจนใช้งานไม่ได้ แค่ต้องละสายตาลงไปมากกว่าที่อยากให้เป็น ระบบเสียงอยู่ในระดับพอฟังได้ ไม่ได้หวือหวาหรือมีมิติขนาดนั้น
กล้องรอบคัน 360 องศาก็มาในแนวทางเรียบง่าย ภาพไม่ได้คมชัดมาก แต่ยังพอมองเห็นรถและสิ่งกีดขวางรอบตัวได้ จุดที่ชอบคือกล้องบริเวณล้อคู่หน้า แม้คุณภาพภาพจะไม่ได้คมกริบถึงขั้นห่วย แต่ใช้งานจริงสะดวกมาก โดยเฉพาะตอนจอดชิดขอบทาง ไม่ต้องมานั่งหลอนว่าล้อจะขึ้นไปกินฟุตบาทหรือไม่
เบาะแข็งนิดหน่อย แต่แอร์เย็นเหมือนเตรียมแช่แข็งผู้โดยสาร
เบาะนั่งให้สัมผัสค่อนข้างแข็ง และแน่นอนว่าไม่มีระบบปรับไฟฟ้าในรุ่นนี้ ทุกอย่างต้องอาศัยพลังแขนและความตั้งใจ ส่วนระบบปรับอากาศต้องยอมรับว่าเย็นสะใจมาก เย็นแบบสไตล์พี่โต เข้ากับสภาพอากาศเมืองไทยได้ดี เปิดไม่นานก็เริ่มสงสัยว่า TOYOTA แอบอยากทำธุรกิจเครื่องปรับอากาศภายในบ้านหรือไม่ แฟนๆพร้อมซัพพอร์ตแน่นอน
แอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลังก็เย็นดี เบาะหลังนั่งได้ค่อนข้างสบาย แต่ไม่มีที่พักแขนตรงกลางมาให้ นั่งไปก็วางแขนบนตักตัวเองไปก่อน ถือเป็นการฝึกความอดทนและการพึ่งพาตนเอง
ประหยัดไหม ถามใจเธอดู
เราเอา TOYOTA YARIS ATIV Premium HEV 1.5 ไปทดลองขับเป็นระยะทางประมาณ 205 กิโลเมตร รอบนี้ขอวิ่งเท่านี้พอ เพราะน้ำมันแพง อะไรประหยัดได้ก็ต้องประหยัด แม้กระทั่งระยะทางทดสอบรถประหยัดน้ำมัน
ผลการทดสอบเบื้องต้น
- ระยะทางวิ่ง 205 กิโลเมตร
- ใช้น้ำมันเบนซินแก๊สโซฮอล์ 91 จำนวน 9.36 ลิตร
- อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 21.9 กม./ลิตร
- ค่าน้ำมันทั้งหมดประมาณ 340 บาท
- ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณ 1.65 บาท/กม.
อ้างอิงราคาน้ำมัน ณ วันที่ 4 สิงหาคม 2566 ตัวเลขที่ได้อาจไม่ถึง 29.4 กม./ลิตรตาม Eco Sticker แต่ต้องย้ำว่ารูปแบบการขับของเราเป็นแบบ Freestyle ไม่ได้ขับคลานตามหลังรถบรรทุกเพื่อปั้นตัวเลข ไม่ได้ปิดแอร์ และไม่ได้ใช้ชีวิตเหมือนอยู่ในการแข่งขันประหยัดน้ำมันระดับโลก
ความเร็วใช้งานส่วนใหญ่อยู่ประมาณ 80–110 กม./ชม. มีการเร่งแซงและใช้งานตามสภาพถนนจริง นอกจากนี้ยังทดลองความเร็วสูงสุดในช่วงสั้นๆ ได้ประมาณ 161 กม./ชม. เพื่อดูสมรรถนะของรถเท่านั้น ไม่ได้ขับลากยาว และไม่สนับสนุนให้ใช้ความเร็วเกินกฎหมายกำหนดบนถนนสาธารณะ
ดังนั้น ตัวเลข 21.9 กม./ลิตร ถือว่าอยู่ในระดับประหยัดมากสำหรับการใช้งานแบบไม่ตั้งใจประหยัดจนเกินไป
ขับสนุกกว่าหน้าตา และช่วงล่างทำได้เกินคาด
เรื่องการขับขี่ต้องยอมรับว่า ATIV HEV สนุกกว่าที่คิด โดยเฉพาะการเซตช่วงล่างที่ให้ความรู้สึกค่อนข้างคมและมั่นใจ ด้านหน้าเป็นแบบ MacPherson Strut ส่วนด้านหลังเป็น Torsion Beam ซึ่งเป็นรูปแบบที่พบได้ทั่วไปในรถระดับนี้ แต่สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่ชื่อระบบเพียงอย่างเดียว เพราะการปรับเซตสปริง โช้กอัพ พวงมาลัย และการควบคุมตัวถัง ล้วนส่งผลต่อบุคลิกการขับขี่
ในโค้งหักศอกหรือโค้งตัว S ที่ความเร็วประมาณ 60–70 กม./ชม. รถสามารถผ่านได้อย่างมั่นใจ ควบคุมง่าย ตัวรถไม่โยนมากเกินไป และให้ความรู้สึกคล่องตัวกว่าภาพจำของรถซีดานไฮบริดขนาดเล็ก น้ำหนักแป้นเบรกและคันเร่งทำออกมาได้นุ่ม ใช้งานในเมืองง่าย แต่ตอนเร่งแซงอาจมีอาการอืดเล็กน้อย ต้องเผื่อจังหวะและกดคันเร่งล่วงหน้าหน่อย
หากรถได้ความเร็วขึ้นมาแล้ว การขับเดินทางยาวๆ ถือว่าสบาย ไม่ได้ทำให้ผู้ขับเหนื่อยหรือรู้สึกว่ารถต้องพยายามมากเกินไป
ATIV HEV เหมาะกับใคร
TOYOTA YARIS ATIV HEV PREMIUM อาจไม่ใช่รถที่หวือหวาที่สุด ภายในไม่ได้ให้พื้นที่เก็บของอย่างเหลือเฟือ กล้องไม่ได้คมชัดขนาดนั้น และช่องวางแก้วตรงกลางก็เหมือนถูกลืมใส่มา
แต่ข้อดีหลักของมันชัดเจนมาก มันเป็นรถที่ขับง่าย แอร์เย็น ห้องโดยสารใช้งานได้จริง ช่วงล่างเซตมาดีกว่าที่คาด และประหยัดน้ำมันในโลกจริงได้ประมาณ 21.9 กม./ลิตร จากการขับแบบไม่ได้ประคบคันเร่งมากนัก ตัวเลข 29.4 กม./ลิตรอาจเป็นเป้าหมายที่ต้องใช้ความตั้งใจและสภาพการขับที่เหมาะสม แต่หากใช้รถตามปกติแล้วได้เกิน 20 กม./ลิตร ก็ถือว่าทำได้ดีมากแล้ว
นี่จึงเป็นรถที่อาจไม่ได้ทำให้คุณหันกลับไปมองหลังจอด แต่จะทำให้คุณยิ้มได้ทุกครั้งที่เห็นเข็มน้ำมันลดลงช้ากว่าที่คิด เพียงจำไว้เรื่องเดียว…ก่อนเดินออกจากลานจอดรถ กรุณาจำเลขทะเบียนของคุณให้ดี เพราะ ATIV สีเดียวกับคุณอาจจอดอยู่ใกล้ๆ อีก 3-4 คันก็เป็นไปได้
TOYOTA YARIS ATIV HEV PREMIUM Full SPEC
ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 729,000 บาท
ตัวถังซีดาน 4 ประตู 5 ที่นั่ง ขับเคลื่อนล้อหน้า ระบบไฮบริดแบบไม่ต้องเสียบปลั๊ก
เครื่องยนต์และระบบไฮบริด
- เครื่องยนต์เบนซิน รหัส 2NR-VEX
- 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว Dual VVT-i
- ปริมาตรกระบอกสูบ 1,496 ซีซี
- กระบอกสูบ × ช่วงชัก 72.5 × 90.6 มม.
- อัตราส่วนกำลังอัด 11.5:1
- กำลังเครื่องยนต์สูงสุด 91 แรงม้า PS ที่ 5,500 รอบ/นาที
- แรงบิดเครื่องยนต์สูงสุด 121 นิวตันเมตร ที่ 4,000–4,800 รอบ/นาที
- มอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 80 แรงม้า
- แรงบิดมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุด 141 นิวตันเมตร
- กำลังรวมทั้งระบบ 111 แรงม้า
- แบตเตอรี่ไฮบริด Lithium-ion ความจุประมาณ 0.7–0.76 kWh
- เกียร์อัตโนมัติ e-CVT
- ขับเคลื่อนล้อหน้า
- รองรับน้ำมันสูงสุด E20
- โหมดขับขี่ ECO, Normal และ Sport
อัตราสิ้นเปลือง
- อัตราสิ้นเปลืองตาม Eco Sticker สูงสุด 29.4 กม./ลิตร
- ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ประมาณ 77 กรัม/กม.
- ความเร็วสูงสุดที่ผู้ผลิตระบุประมาณ 160 กม./ชม.
- ถังน้ำมัน 36 ลิตร
ตัวเลข 29.4 กม./ลิตรเป็นผลทดสอบตามมาตรฐาน ไม่ใช่ตัวเลขที่รับประกันว่าจะทำได้ทุกสภาพการขับขี่
ขนาดตัวถัง
- ยาว 4,425 มม.
- กว้าง 1,740 มม.
- สูง 1,480 มม.
- ระยะฐานล้อ 2,620 มม.
- ระยะต่ำสุดจากพื้น 160 มม.
- รัศมีวงเลี้ยวแคบสุดประมาณ 4.8 เมตร
- จำนวนที่นั่ง 5 ที่นั่ง
ช่วงล่าง เบรก และล้อ
- ช่วงล่างหน้า MacPherson Strut พร้อมเหล็กกันโคลง
- ช่วงล่างหลัง Torsion Beam พร้อมเหล็กกันโคลง
- พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า EPS
- ดิสก์เบรกหน้า
- ดิสก์เบรกหลัง
- เบรกมือไฟฟ้า EPB
- ระบบ Auto Brake Hold
- ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว
- ยางขนาด 195/60 R16
- ดุมล้อ 5 รู PCD 5×100
- ไม่มีล้ออะไหล่ ใช้ชุดซ่อมยางฉุกเฉิน
อุปกรณ์ภายนอก
- ไฟหน้า Full LED
- ระบบเปิด–ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
- ระบบ Follow-Me-Home
- ไฟส่องสว่างกลางวัน LED Light Guiding
- ไฟท้าย LED
- ไฟเลี้ยวด้านหลัง LED แบบ Sequential
- ไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED
- กระจังหน้าด้านบนโครเมียมรมดำ
- กระจังหน้าด้านล่างสีเทาเมทัลลิก
- กระจกบังลมหน้าแบบ Acoustic Glass ลดเสียงรบกวน
- กระจกมองข้างปรับและพับด้วยไฟฟ้า
- พับกระจกอัตโนมัติเมื่อล็อกรถ
- ไฟเลี้ยว LED บนกระจกมองข้าง
- ที่ปัดน้ำฝนแบบหน่วงเวลาและปรับตั้งเวลาได้
- เสาอากาศครีบฉลาม
- เซ็นเซอร์กะระยะหน้า 2 จุด
- เซ็นเซอร์กะระยะหลัง 4 จุด
ภายในห้องโดยสาร
- ห้องโดยสารโทนสีดำ–เทา
- เบาะหุ้มหนังสังเคราะห์ ตกแต่งด้ายสีเทา
- เบาะคนขับปรับมือ 6 ทิศทาง
- เบาะผู้โดยสารหน้าปรับมือ 4 ทิศทาง
- กระเป๋าหลังเบาะคู่หน้า
- พวงมาลัยหุ้มหนัง
- พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน
- พวงมาลัยปรับ 4 ทิศทาง ขึ้น–ลงและเข้า–ออก
- คอนโซลหน้าบุนุ่มหุ้มหนัง
- ที่วางแขนบนแผงประตูหน้าและหลังบุนุ่ม
- หัวเกียร์หุ้มหนัง
- วัสดุตกแต่ง Piano Black และสีเงินเมทัลลิก
- กล่องเก็บของคอนโซลกลางพร้อมฝาปิด
- กระจกไฟฟ้าฝั่งคนขับแบบ Auto พร้อมระบบป้องกันการหนีบ
- กุญแจ Smart Entry
- ปุ่มสตาร์ต Push Start
- ไฟอ่านแผนที่และไฟห้องโดยสาร LED
- กล่องเก็บแว่นตาบริเวณเพดาน
- ไฟ Ambient Light ปรับได้ 64 สี
หน้าจอและระบบความบันเทิง
- ชุดมาตรวัดดิจิทัล
- หน้าจอแสดงข้อมูล TFT สีขนาด 7 นิ้ว
- หน้าจอกลางระบบสัมผัส 10.1 นิ้ว
- รองรับ Apple CarPlay แบบไร้สาย
- รองรับ Android Auto แบบไร้สาย
- Bluetooth
- ลำโพง 6 ตำแหน่ง
- แท่นชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย
- USB ด้านหน้า 2 ช่อง: Type-A และ Type-C
- USB ด้านหลัง 2 ช่อง: Type-A
- ช่องจ่ายไฟ 12V ด้านหน้า 1 จุด
ระบบปรับอากาศ
- เครื่องปรับอากาศอัตโนมัติ
- ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
- ระบบกรองฝุ่น PM2.5
กล้องและอุปกรณ์ช่วยจอด
- กล้องมองรอบคัน Panoramic View Monitor
- กล้องบันทึกภาพด้านหน้า
- เซ็นเซอร์กะระยะหน้า 2 จุด
- เซ็นเซอร์กะระยะหลัง 4 จุด
- ระบบเตือนมุมอับสายตา BSM
- ระบบเตือนรถตัดผ่านขณะถอยหลัง RCTA
Toyota Safety Sense
- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน All-Speed Adaptive Cruise Control
- ระบบความปลอดภัยก่อนการชน Pre-Collision System
- ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน พร้อมหน่วงพวงมาลัยกลับ
- ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน Lane Keeping Control
- ระบบไฟสูงอัตโนมัติ Auto High Beam
- ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนตัว
- ระบบป้องกันการเหยียบคันเร่งผิดวิธี
ระบบความปลอดภัยพื้นฐาน
- ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง
- คู่หน้า 2 ตำแหน่ง
- ด้านข้าง 2 ตำแหน่ง
- ม่านถุงลมนิรภัย 2 ตำแหน่ง
- ABS
- EBD
- BA
- ระบบควบคุมการทรงตัว VSC
- ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC
- ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC
- สัญญาณไฟฉุกเฉินเมื่อเบรกกะทันหัน EBS
- เข็มขัดนิรภัย 3 จุดทุกตำแหน่ง
- ระบบเตือนคาดเข็มขัดทุกตำแหน่ง
- จุดยึดเบาะเด็ก ISOFIX
- ระบบล็อกประตูอัตโนมัติตามความเร็ว
- Immobilizer
- ระบบแจ้งเตือนการโจรกรรม TDS
การรับประกัน
- รับประกันตัวรถ 3 ปี หรือ 100,000 กม.
- รับประกันระบบไฮบริด 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
- รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง




