Toyota Highlander EREV มาแน่ครึ่งหลังปี 2026! จ่อเปลี่ยนจาก Hybrid สู่รถขับไฟฟ้า-มีเครื่องยนต์ขยายระยะทาง ผลิตในจีน

Toyota Highlander EREV มาแน่ครึ่งหลังปี 2026! จ่อเปลี่ยนจาก Hybrid สู่รถขับไฟฟ้า-มีเครื่องยนต์ขยายระยะทาง ผลิตในจีน
Spread the love
Advertisement Advertisement

Toyota Highlander EREV มาแน่ครึ่งหลังปี 2026! จ่อเปลี่ยนจาก Hybrid สู่รถขับไฟฟ้า-มีเครื่องยนต์ขยายระยะทาง

Toyota Highlander กำลังจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในตลาดจีน เมื่อ GAC Group ยืนยันในรายงานผลประกอบการครึ่งแรกปี 2026 ว่า GAC Toyota เตรียมเปิดตัว Highlander รุ่น Range Extender หรือ EREV ในช่วงครึ่งหลังของปี 2026

การขยับครั้งนี้น่าสนใจ เพราะ Highlander เป็นหนึ่งในรถ SUV รุ่นสำคัญของ Toyota ที่อยู่คู่กับระบบ Hybrid มานาน แต่เวอร์ชันใหม่สำหรับจีนกำลังจะก้าวไปอีกขั้น จากรถ HEV ที่ใช้เครื่องยนต์และมอเตอร์ทำงานร่วมกัน ไปสู่แนวคิดรถที่สามารถ เสียบปลั๊กชาร์จ ใช้ไฟฟ้าในการเดินทางเป็นหลัก และมีเครื่องยนต์ช่วยขยายระยะทาง

GAC Group ระบุว่า ช่วงครึ่งแรกปี 2026 GAC Toyota มียอดขายประมาณ 356,000 คัน เพิ่มขึ้น 3.29% ขณะที่รถยนต์พลังงานใหม่และรถประหยัดพลังงานมีสัดส่วนสูงถึง 69.4% และยืนยันว่า Highlander รุ่น Range Extender จะถูกนำเสนอในช่วงครึ่งหลังของปีนี้

Highlander ปัจจุบันยังเป็น HEV และเบนซิน Turbo

ก่อนจะไปถึง EREV ต้องมาดู Highlander ที่ GAC Toyota จำหน่ายในจีนปัจจุบันก่อน เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ GAC Toyota ระบุว่า Highlander MY2026 ปัจจุบันมีระบบขับเคลื่อนหลัก 2 รูปแบบ ได้แก่

  • เบนซิน 2.0 Turbo หรือ 380T
  • 2.5L Intelligent Hybrid หรือ HEV

สำหรับ Highlander 2.5 Hybrid AWD ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 2,487 ซีซี กำลังสูงสุด 139 kW ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าด้านหน้า 134 kW และด้านหลัง 40 kW ให้กำลังระบบรวมสูงสุด 181 kW หรือประมาณ 246 แรงม้า

ตัวรถใช้ระบบขับเคลื่อน E-FOUR และมีอัตราสิ้นเปลือง WLTC ประมาณ 5.97 ลิตร/100 กม. ส่วนรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อทำได้ประมาณ 5.82 ลิตร/100 กม.

ราคาแนะนำของ Highlander Hybrid ในจีนปัจจุบันเริ่มต้นประมาณ 249,800 หยวน ขณะที่รุ่นเบนซิน 380T เริ่มต้นประมาณ 284,800 หยวน

แต่ Highlander EREV จะมีแนวคิดระบบขับเคลื่อนต่างออกไปอย่างชัดเจน

EREV คืออะไร? ทำไมไม่เหมือน Highlander Hybrid เดิม

EREV ย่อมาจาก Extended-Range Electric Vehicle หรือที่จีนเรียกว่า Range Extended EV

แนวคิดพื้นฐานคือ รถจะติดตั้ง

  • แบตเตอรี่แรงดันสูงขนาดใหญ่
  • มอเตอร์ไฟฟ้าสำหรับขับเคลื่อน
  • ช่องเสียบชาร์จไฟภายนอก
  • เครื่องยนต์สันดาปสำหรับช่วยเพิ่มระยะทางเมื่อพลังงานแบตเตอรี่ลดลง

จุดต่างสำคัญเมื่อเทียบกับ Highlander HEV ปัจจุบันคือ แบตเตอรี่ของ HEV มีขนาดค่อนข้างเล็กและไม่สามารถเสียบปลั๊กชาร์จได้ รถจะบริหารพลังงานระหว่างเครื่องยนต์ มอเตอร์ และแบตเตอรี่โดยอัตโนมัติ

แต่ EREV จะใช้แบตเตอรี่ใหญ่กว่ามาก ทำให้สามารถวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าเป็นระยะทางไกลก่อนที่จะต้องพึ่งพาเครื่องยนต์

พูดง่าย ๆ คือ Highlander HEV = รถ Hybrid ที่มีมอเตอร์ช่วยเครื่องยนต์ ขณะที่ Highlander EREV = รถที่มีพฤติกรรมใกล้เคียง EV มากขึ้น แต่ยังมีเครื่องยนต์ช่วยขยายระยะทาง

อย่างไรก็ตาม ณ ปัจจุบัน GAC Toyota ยังไม่ได้เปิดเผยโครงสร้างระบบขับเคลื่อนของ Highlander EREV อย่างละเอียด ดังนั้นยังไม่ควรฟันธงว่าเครื่องยนต์จะไม่มีการเชื่อมต่อกับล้อในทุกสภาวะเหมือน Pure Series Hybrid จนกว่าจะมีข้อมูลทางวิศวกรรมอย่างเป็นทางการ

มีรายงานว่า EV Range อาจมากกว่า 400 กม.

อีกข้อมูลที่ทำให้ Highlander รุ่นนี้น่าสนใจมากขึ้นมาจากสื่อจีน 车壹条 (Car One) ซึ่งรายงานในเดือนพฤษภาคม 2026 ว่า GAC Toyota กำลังเร่งพัฒนา Highlander และ Sienna เจเนอเรชันใหม่ ทั้งสองรุ่นจะมีเวอร์ชัน Range Extender โดยรายงานระบุว่า ระยะทางขับด้วยไฟฟ้าล้วนสามารถแตะระดับมากกว่า 400 กม. Highlander EREV ถูกวางแผนให้เปิดตัวภายในปี 2026 ขณะที่ Sienna EREV มีเป้าหมายตามมาในปี 2027

แต่ต้องเน้นว่า ตัวเลข EV Range 400+ กม. ยังไม่ใช่ข้อมูลสเปกอย่างเป็นทางการจาก Toyota หรือ GAC Toyota ขณะนี้ยังไม่มีการประกาศว่าใช้มาตรฐาน CLTC หรือมาตรฐานอื่น รวมถึงยังไม่มีการเปิดเผยความจุแบตเตอรี่

ดังนั้นตัวเลขดังกล่าวควรมองเป็นข้อมูลจากแหล่งข่าวในอุตสาหกรรมจีน จนกว่า Toyota จะประกาศรายละเอียดอย่างเป็นทางการ

ถ้าวิ่งไฟฟ้า 400 กม. จริง Highlander จะเปลี่ยนบุคลิกไปมาก

สมมุติว่า Highlander EREV สามารถทำ EV Range ได้มากกว่า 400 กม. ตามมาตรฐาน CLTC จริง นั่นหมายความว่ารูปแบบการใช้งานจะแตกต่างจาก Highlander Hybrid ปัจจุบันอย่างชัดเจน

การเดินทางในเมืองหรือการเดินทางประจำวันอาจสามารถใช้ ไฟฟ้าจากแบตเตอรี่แทบทั้งหมด

ตัวอย่างเช่น หากใช้งานวันละประมาณ 40-50 กม. ระยะทางไฟฟ้า 400 กม. ทางทฤษฎีอาจเพียงพอสำหรับการเดินทางหลายวันโดยไม่จำเป็นต้องสตาร์ตเครื่องยนต์ เมื่อเดินทางไกลเกินระยะของแบตเตอรี่ เครื่องยนต์จึงเข้ามาช่วยขยายระยะทาง ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องพึ่งพาสถานีชาร์จเพียงอย่างเดียวเหมือนรถ BEV

นี่คือเหตุผลที่ EREV ได้รับความนิยมอย่างมากในตลาดจีน โดยเฉพาะรถ SUV และ MPV ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่

ไม่ใช่แค่เอา Highlander เดิมมาเพิ่มแบตเตอรี่

อีกประเด็นที่สำคัญคือ Highlander EREV มีแนวโน้มว่าจะไม่ได้เป็นเพียง Highlander ปัจจุบันที่ถูกนำมาใส่แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ขึ้น ตั้งแต่ GAC Toyota Technology Day ปี 2025 บริษัทประกาศแผนพัฒนา แพลตฟอร์มรถพลังงานใหม่สำหรับรถขนาดกลาง-ใหญ่ ซึ่งสามารถรองรับตัวรถความยาวสูงสุดประมาณ 5.3 เมตร และรองรับระบบขับเคลื่อนหลายรูปแบบ ได้แก่ BEV / PHEV / EREV พร้อมยืนยันว่า Highlander และ Sienna เจเนอเรชันใหม่จะมีรุ่น Range Extender ตามมา

นั่นหมายความว่า Toyota กำลังเตรียมโครงสร้างรถที่สามารถรองรับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ มอเตอร์ และระบบไฟฟ้าสมัยใหม่ตั้งแต่ขั้นตอนการพัฒนา ไม่ใช่เพียงการดัดแปลงระบบ Hybrid เดิม

Toyota กำลังเปลี่ยนวิธีพัฒนารถในจีน

เบื้องหลัง Highlander EREV ยังสะท้อนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ Toyota ในประเทศจีน Toyota ประกาศว่ากำลังเพิ่มอำนาจการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ทีมงานในจีน ผ่านโครงสร้าง ONE R&D และ Regional-Chief Engineer หรือ RCE

Toyota ระบุว่าการตัดสินใจด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับตลาดจีนถูกย้ายจากสำนักงานใหญ่ไปสู่ทีมงานในจีนมากขึ้น เพื่อให้รถสามารถตอบสนองตลาดที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วได้ดีขึ้น

Toyota ยังเคยประกาศตั้งแต่ก่อนหน้านี้ว่าจะเร่งการพัฒนารถยนต์พลังงานไฟฟ้าทุกรูปแบบในจีน รวมถึง HEV, PHEV, BEV และ FCEV พร้อมเพิ่มการใช้ Supplier และเทคโนโลยีภายในประเทศเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มความเร็วในการพัฒนา

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ Toyota bZ7 ซึ่ง Toyota ระบุอย่างเป็นทางการว่าได้รับการพัฒนาร่วมกันระหว่าง GAC, GAC Toyota และ IEM by TOYOTA ในจีน ดังนั้น Highlander EREV จึงอาจเป็นอีกผลิตภัณฑ์สำคัญของยุทธศาสตร์ “Toyota สำหรับจีน พัฒนาโดยจีนมากขึ้น”

ทำไม Toyota ต้องทำ EREV ทั้งที่มี Hybrid ที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว?

คำถามสำคัญคือ Toyota มีระบบ Hybrid ที่เป็นจุดแข็งของบริษัทอยู่แล้ว เหตุใดจึงต้องเพิ่ม EREV? คำตอบส่วนหนึ่งอยู่ที่พฤติกรรมตลาดจีน

การแข่งขันในตลาดรถพลังงานใหม่จีนไม่ได้จำกัดอยู่แค่ BEV อีกต่อไป แต่รถ PHEV และ Range Extender ได้กลายเป็นอีกตลาดสำคัญ โดยเฉพาะ SUV ครอบครัวขนาดใหญ่ EREV สามารถให้ประสบการณ์ในเมืองคล้ายรถ EV ทั้งในเรื่อง

  • อัตราเร่งจากมอเตอร์
  • ความเงียบ
  • การใช้พลังงานไฟฟ้าในการเดินทางประจำวัน
  • การเสียบชาร์จที่บ้าน
  • การใช้ระบบไฟฟ้ากำลังสูงภายในรถ

แต่เมื่อเดินทางไกลก็ยังสามารถเติมน้ำมันได้ สำหรับรถประเภท Highlander ซึ่งเป็น SUV ครอบครัวขนาดใหญ่ แนวคิดนี้จึงตอบโจทย์ผู้ใช้ที่ต้องการ EV แต่ยังไม่ต้องการพึ่งโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จ 100%

Highlander EREV อาจกลายเป็นคู่แข่งตรงของ SUV จีน

การนำ EREV มาใช้ยังทำให้ Highlander สามารถเข้าไปแข่งขันกับ SUV พลังงานใหม่ของจีนได้ตรงขึ้น

ตลาด SUV ครอบครัวขนาดกลางและขนาดใหญ่ในจีนปัจจุบันมีผู้เล่นจำนวนมากที่ใช้ระบบ Range Extender หรือ Plug-in Hybrid และแข่งขันกันด้วย

EV Range ที่ยาวขึ้น + แบตเตอรี่ใหญ่ขึ้น + ระบบชาร์จเร็ว + ห้องโดยสารอัจฉริยะ + ADAS

ดังนั้น Toyota ไม่สามารถพึ่งเพียงชื่อเสียงด้านความประหยัดและความทนทานของ HEV เหมือนในอดีต หากต้องการขยายฐานลูกค้ากลุ่มรถพลังงานใหม่ในจีน

การนำชื่อ Highlander ซึ่งมีฐานลูกค้าแข็งแกร่งอยู่แล้ว มาผสมกับระบบ EREV จึงถือเป็นการเดินเกมที่สำคัญ

แล้ว Highlander HEV จะหายไปหรือไม่?

ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลว่า Toyota จะเลิกจำหน่าย Highlander HEV

ตรงกันข้าม เว็บไซต์ GAC Toyota ปัจจุบันยังทำตลาด Highlander MY2026 ทั้ง 2.5 Hybrid และ 2.0 Turbo ตามปกติ

ดังนั้นมีความเป็นไปได้มากกว่าว่า Toyota จะใช้แนวทาง Multi-Pathway โดยเพิ่ม EREV เข้ามาเป็นอีกหนึ่งทางเลือก แทนที่จะนำมาแทน HEV ทั้งหมดทันที

ภาพรวมผลิตภัณฑ์จึงอาจกลายเป็น

HEV – เหมาะกับผู้ใช้ที่ไม่ต้องการเสียบชาร์จ

EREV – เหมาะกับผู้ใช้ที่มีที่ชาร์จ ต้องการใช้ไฟฟ้าเป็นหลัก แต่ยังเดินทางไกลด้วยน้ำมันได้

BEV – รถไฟฟ้าเต็มรูปแบบสำหรับตลาดที่พร้อมเปลี่ยนไปใช้ไฟฟ้า 100%

นี่สอดคล้องกับแนวทาง Multi-Pathway ที่ Toyota ใช้มานาน เพียงแต่ในตลาดจีนกำลังมี “Range Extender” เพิ่มเข้ามาอีกหนึ่งเส้นทาง

ข้อมูล Highlander EREV ที่ยังต้องรอ Toyota ประกาศ

ณ วันที่ 29 สิงหาคม 2026 สิ่งที่ยืนยันได้คือ GAC Toyota จะเปิดตัว Highlander Range Extender ในช่วงครึ่งหลังของปี 2026

แต่รายละเอียดสำคัญหลายอย่างยังไม่มีการประกาศ ได้แก่

  • ขนาดเครื่องยนต์ Range Extender
  • รูปแบบการเชื่อมต่อระหว่างเครื่องยนต์กับระบบขับเคลื่อน
  • ความจุแบตเตอรี่
  • ประเภทเซลล์แบตเตอรี่
  • กำลังมอเตอร์
  • ระบบ FWD หรือ AWD
  • กำลังรวมของระบบ
  • EV Range อย่างเป็นทางการ
  • ระยะทางรวมเมื่อเติมน้ำมันเต็มถังและชาร์จเต็ม
  • กำลังชาร์จ DC
  • เวลาในการชาร์จ
  • อัตราสิ้นเปลืองเมื่อแบตเตอรี่ต่ำ
  • ราคาอย่างเป็นทางการ

โดยเฉพาะ EV Range 400+ กม. ที่มีการพูดถึงในขณะนี้ ยังต้องรอ Toyota หรือ GAC Toyota ยืนยันอีกครั้ง

สรุป Toyota Highlander EREV

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของ Highlander EREV อาจไม่ใช่แค่คำถามว่า “วิ่งไฟฟ้าได้กี่กิโลเมตร” แต่คือการที่ Toyota ยอมเพิ่มระบบขับเคลื่อนประเภทใหม่ให้กับหนึ่งใน SUV รุ่นสำคัญของบริษัท เพื่อแข่งขันกับรถพลังงานใหม่ของจีนโดยตรง จากเดิม Highlander Hybrid ใช้แนวคิด เครื่องยนต์ประสิทธิภาพสูง + มอเตอร์ + แบตเตอรี่ขนาดเล็ก โดยไม่ต้องเสียบปลั๊ก

Highlander EREV กำลังจะขยับไปสู่แนวคิด แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ + เสียบปลั๊กชาร์จ + ใช้มอเตอร์เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อน + มีเครื่องยนต์ช่วยขยายระยะทาง

หากข้อมูล EV Range 400+ กม. ถูกยืนยันในรถผลิตจริง Highlander รุ่นนี้จะไม่ได้เป็นเพียง “Hybrid ที่ใส่แบตเตอรี่ใหญ่ขึ้น” แต่จะมีพฤติกรรมการใช้งานใกล้เคียงรถ EV มากขึ้นอย่างชัดเจน และนั่นทำให้ Toyota Highlander EREV อาจเป็นหนึ่งในรถที่สะท้อนการเปลี่ยนยุทธศาสตร์ของ Toyota ในจีนได้ชัดที่สุดในปี 2026

เพราะจากบริษัทที่แข็งแกร่งด้าน HEV วันนี้ Toyota กำลังเรียนรู้ที่จะใช้ทั้ง BEV, PHEV และ EREV เพื่อแข่งขันในตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ที่ดุเดือดที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ที่มา: GAC Group, GAC Toyota, Toyota Motor Corporation, AutoHome และสื่อยานยนต์จีน

TOYOTA HIGHLANDER BEV USA

เปิดตัว All-NEW Toyota Highlander EV 7 ที่นั่ง ในสหรัฐฯ 512 กม./ชาร์จ EPA

Toyota Highlander ใหม่ ไฟฟ้าล้วน แต่ “มือจับประตู” ยังไม่ฝากชีวิตไว้กับไฟฟ้า 100%

Toyota Highlander ใหม่ EV สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างหนึ่งที่น่าสนใจ นั่นคือ “มือจับประตู” ซึ่งไม่ได้เป็นแค่ชิ้นส่วนเปิด-ปิดธรรมดาอีกต่อไป แต่กลายเป็นองค์ประกอบด้านดีไซน์ โชว์เทคโนโลยี และบางครั้งก็เหมือนปริศนาเล็ก ๆ ที่ใช้งานไม่ค่อยเป็นมิตรนัก บางรุ่นเด้งออกมาอย่างอลังการ บางรุ่นฝังเรียบไปกับตัวถังจนกว่าจะถูกสั่งงาน บางแบบทำได้ทั้งสองอย่าง และหลายคันเริ่มพึ่งพาระบบกลอนไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ซึ่งจะทำงานได้ก็ต่อเมื่อรถยังมีไฟฟ้าอยู่เท่านั้น แต่ดูเหมือนว่า Toyota กำลังเลือกแนวทางที่ต่างออกไปกับ Highlander เจเนอเรชันใหม่ ซึ่งซ่อนรายละเอียดเล็ก ๆ ที่หลายคนอาจมองข้ามในครั้งแรก

มีใครสังเกต “แท็บเล็ก ๆ” นั้นไหม?

ระหว่างที่เราได้สัมผัสตัวรถอย่างใกล้ชิด มีจุดเล็ก ๆ หนึ่งที่สะดุดตา มือจับประตูด้านนอกใช้แผ่นเซ็นเซอร์ขนาดเล็กสำหรับสั่งงานกลอนไฟฟ้า ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหม่ในยุคนี้ แต่สิ่งที่อยู่ข้าง ๆ กันต่างหากที่น่าสนใจ ภายในมือจับแบบฝังเรียบ มี “แท็บขนาดเล็ก” ประมาณแสตมป์หนึ่งดวง ถูกออกแบบให้สามารถดึงแยกอิสระได้จากด้านนอก รวมถึงในกรณีฉุกเฉิน เช่น เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องเข้าถึงตัวรถ แตกต่างจากมือจับหลัก แท็บเล็กนี้มีสัญลักษณ์ชัดเจนบ่งบอกว่าเป็นตัวปลดล็อกแบบแมนนวล (Manual Release) ข้าง ๆ กันยังมีฝาครอบช่องกุญแจที่สามารถถอดออกได้ หมายความว่า หากรถไฟฟ้าคันนี้สูญเสียพลังงานจนระบบไฟฟ้าไม่ทำงาน ผู้ใช้ยังสามารถ

  1. ใส่กุญแจจริง

  2. ปลดล็อกกลไกแบบแมนนวล

  3. ดึงเปิดประตูได้ตามปกติ

อย่างไรก็ตาม ในรถต้นแบบที่เราทดลอง แท็บดังกล่าวยังไม่สามารถใช้งานได้จริง

Toyota ชี้แจงว่า รุ่นโปรดักชันจะทำงานแบบ 2 จังหวะ:

  • ดึงครั้งแรก → ปลดล็อกประตู

  • ดึงครั้งที่สอง → เปิดประตูด้วยกลไกกลแบบแมนนวล

ถือเป็นแนวคิดที่ชาญฉลาด และไม่ใช่แค่ภายนอกเท่านั้นที่มีระบบสำรองเช่นนี้

มือจับด้านในก็ไม่พึ่งไฟฟ้า 100%

มือจับด้านในมีลักษณะคล้ายกับที่ใช้ในรถ Lexus หลายรุ่น ผู้ใช้สามารถ:

  • กดปุ่ม → ปลดล็อกด้วยระบบไฟฟ้า

  • ดึงคันโยก → เปิดด้วยกลไกแมนนวลทันที

นั่นคืออีกหนึ่งชั้นความปลอดภัยที่ถูกออกแบบมาใน Highlander รุ่นใหม่

เทคโนโลยีล้ำแค่ไหน ก็ยังต้องมี “ทางหนีทีไล่”

ในยุคที่แม้แต่มือจับประตูกลายเป็นอุปกรณ์ดิจิทัล การมีระบบกลไกสำรองแบบดั้งเดิมไม่ใช่เรื่องล้าสมัย แต่คือ “สามัญสำนึกด้านวิศวกรรม”

Toyota ไม่ได้ทำให้มันหวือหวา ไม่ได้โชว์เป็นจุดขายใหญ่โต แต่ในโลกที่รถยนต์พึ่งพาอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับงานพื้นฐานที่สุดอย่างการเปิดประตู บางทีโซลูชันที่เรียบง่ายและจับต้องได้ อาจเป็นฟีเจอร์ที่ชาญฉลาดที่สุดก็เป็นได้

Carscoop

TOYOTA USA

motortrend

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้