Toyota Hilux FCEV มาแน่! กระบะพลังไฮโดรเจน ยืนยันผลิตจริงปี 2028 วิ่งมากกว่า 400 กม. WLTP
Toyota Hilux FCEV มาแน่! กระบะพลังไฮโดรเจน ยืนยันผลิตจริงปี 2028 วิ่งมากกว่า 400 กม. WLTP
Toyota เดินหน้ากลยุทธ์ Multi-Pathway อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเผยภาพทีเซอร์ Toyota Hilux FCEV กระบะพลังงานไฮโดรเจน Fuel Cell รุ่นใหม่ พร้อมยืนยันแผนนำเข้าสู่การผลิตจริงในปี 2028 หลังจากพัฒนารถต้นแบบและทดสอบเทคโนโลยีนี้มาหลายปี
Hilux FCEV จะเข้ามาเสริมทางเลือกขุมพลังของ Hilux เจเนอเรชันใหม่ โดยเฉพาะในตลาดยุโรป ซึ่งปัจจุบันมีทั้งเครื่องยนต์ดีเซล Mild Hybrid 48V และรุ่นไฟฟ้า BEV
Toyota Hilux FCEV วิ่งเป้ามากกว่า 400 กม. WLTP
Toyota ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดทางเทคนิคทั้งหมดของ Hilux FCEV รุ่นผลิตจริง แต่ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่า บริษัทตั้งเป้าระยะทางขับขี่มากกว่า 400 กม./การเติมไฮโดรเจน ตามมาตรฐาน WLTP พร้อมตั้งเป้ารองรับการลากจูงสูงสุด 2,500 กก.
ตัวเลขดังกล่าวทำให้ Hilux FCEV ถูกวางตำแหน่งให้สามารถตอบโจทย์การใช้งานเชิงพาณิชย์ได้มากกว่า Hilux BEV ในบางรูปแบบ โดย Hilux BEV รุ่นปัจจุบันมีระยะทางสูงสุด 257 กม. WLTP และรองรับการลากจูง 1,600 กก. ตามข้อมูลของ Toyota Europe
เติมไฮโดรเจนเร็วกว่าการชาร์จแบตเตอรี่
หลักการทำงานของ FCEV แตกต่างจากรถ BEV แม้ว่าล้อจะถูกขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเหมือนกัน
รถ FCEV เก็บพลังงานในรูปของก๊าซไฮโดรเจน จากนั้นระบบ Fuel Cell จะนำไฮโดรเจนไปทำปฏิกิริยากับออกซิเจนเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ส่งพลังงานไปยังมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ขนาดเล็ก
ข้อได้เปรียบสำคัญคือสามารถเติมไฮโดรเจนได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที หากมีสถานีเติมที่รองรับ ขณะที่การปล่อยมลพิษจากตัวรถระหว่างการขับขี่หลัก ๆ เป็นน้ำ
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญยังคงเป็นจำนวนสถานีเติมไฮโดรเจนและต้นทุนของระบบ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่จะกำหนดว่ารถประเภทนี้จะเหมาะสมกับตลาดใดบ้าง
ภาพทีเซอร์เผยหน้าตา Hilux FCEV รุ่นใหม่
ภาพทีเซอร์ล่าสุดเผยให้เห็นด้านหน้าของ Hilux FCEV ในเงามืด โดยจุดที่สังเกตได้ชัดคือชุดไฟ Daytime Running Light หรือ DRL แบบแบ่งเป็นหลายส่วน อย่างไรก็ตาม Toyota ยังไม่ได้เปิดเผยว่ารุ่น FCEV จะมีการออกแบบกระจังหน้าและกันชนแตกต่างจาก Hilux รุ่นเครื่องยนต์หรือ Hilux BEV มากน้อยเพียงใด
ก่อนหน้านี้ Toyota เคยสร้าง Hilux Hydrogen ต้นแบบมาแล้ว
โครงการ Hilux พลังไฮโดรเจนไม่ได้เพิ่งเริ่มต้น โดย Toyota เคยพัฒนา Hilux FCEV บนพื้นฐานของ Hilux เจเนอเรชันก่อนหน้า และสร้างรถต้นแบบจำนวน 10 คันสำหรับการทดสอบในสหราชอาณาจักร
รถต้นแบบดังกล่าวนำเทคโนโลยี Fuel Cell จาก Toyota Mirai มาประยุกต์ใช้ ประกอบด้วยถังเก็บไฮโดรเจน 3 ถังติดตั้งอยู่ภายในโครงสร้างแชสซีส์แบบ Ladder Frame และติดตั้งแบตเตอรี่ Lithium-ion
รถต้นแบบใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อหลัง กำลังประมาณ 182 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 300 นิวตัน-เมตร และ Toyota เคยระบุระยะทางของต้นแบบประมาณ 600 กม.
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้เป็นข้อมูลของ รถต้นแบบเจเนอเรชันก่อนหน้า ไม่ใช่สเปกยืนยันของ Hilux FCEV รุ่นผลิตจริงปี 2028
Hilux ใหม่มีขุมพลังให้เลือกหลากหลาย
การเพิ่ม FCEV สะท้อนยุทธศาสตร์ Multi-Pathway ของ Toyota ที่ไม่ได้มุ่งไปยังระบบขับเคลื่อนประเภทเดียว โดย Hilux เจเนอเรชันใหม่มีทางเลือกตั้งแต่
- เครื่องยนต์ดีเซล
- เครื่องยนต์เบนซินในบางตลาด
- ดีเซล Hybrid 48V
- ไฟฟ้า BEV
- Hydrogen Fuel Cell หรือ FCEV ในอนาคต
Toyota ระบุว่า Hilux FCEV มีกำหนดเข้าสู่ตลาดในปี 2028 และจะเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามผลักดันการใช้งานไฮโดรเจนและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านไฮโดรเจนในยุโรป
Toyota ยังเตรียมเอา Hilux Fuel Cell ไปลุย Dakar 2027
อีกด้านหนึ่ง GAZOO Racing กำลังพัฒนา DKR GR FC Hilux รถแข่ง Fuel Cell เพื่อเข้าร่วมการแข่งขัน Dakar Rally 2027 ในประเภท Future Mission 1000 ซึ่งเป็นคลาสสำหรับรถทดลองและเทคโนโลยีใหม่
โครงการรถแข่งดังกล่าวมีเป้าหมายใช้สนาม Dakar เป็นพื้นที่ทดสอบเทคโนโลยีพลังงานสะอาดภายใต้สภาพการใช้งานสุดโหด
แต่ต้องแยกให้ชัดว่า DKR GR FC Hilux สำหรับ Dakar 2027 และ Toyota Hilux FCEV รุ่นผลิตจริงปี 2028 เป็นคนละโครงการ และปัจจุบัน Toyota ยังไม่ได้ยืนยันว่าสเปกของรถแข่งจะถูกถ่ายทอดมายังรถจำหน่ายจริงมากน้อยเพียงใด
Toyota จึงกำลังเดินหน้าพัฒนา Hilux ในหลายทิศทางพร้อมกัน ตั้งแต่ดีเซล Hybrid ไปจนถึง BEV และ Hydrogen Fuel Cell เพื่อให้รถกระบะรุ่นสำคัญของแบรนด์สามารถรองรับตลาดและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่แตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค
ข้อมูลเบื้องต้น Toyota Hilux FCEV รุ่นผลิตจริง
กำหนดผลิต/ทำตลาด: ปี 2028
ระบบขับเคลื่อน: Hydrogen Fuel Cell Electric Vehicle (FCEV)
ระยะทางเป้าหมาย: มากกว่า 400 กม. WLTP
ความสามารถลากจูงเป้าหมาย: 2,500 กก.
กำลังมอเตอร์: ยังไม่ประกาศ
ความจุถังไฮโดรเจน: ยังไม่ประกาศ
ราคา: ยังไม่ประกาศ
ที่มา: Toyota Europe,


