SUZUKI กำลังพัฒนาเทคโนโลยี REEV LIGHT พร้อม Series Hybrid และ e-Axle ใหม่

SUZUKI กำลังพัฒนาเทคโนโลยี REEV LIGHT พร้อม Series Hybrid และ e-Axle ใหม่
Spread the love

Suzuki เปิดแผนเทคโนโลยี 10 ปี เตรียม REEV Light พร้อม Series Hybrid และ e-Axle ใหม่

Suzuki เปิดเผยแผนพัฒนาเทคโนโลยีระยะยาว 10 ปี มุ่งเดินหน้าระบบขับเคลื่อนหลายรูปแบบ ทั้งรถยนต์ไฟฟ้า BEV, Mild Hybrid, Series Hybrid และระบบ Range Extender แบบใหม่ที่เรียกว่า “REEV Light” พร้อมเร่งพัฒนาเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบเจเนอเรชันใหม่ ลดน้ำหนักตัวรถ และลดระยะเวลาพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่ให้เหลือเพียงประมาณ 24 เดือนภายในปี 2030

แนวทางดังกล่าวสะท้อนกลยุทธ์ Multi-Pathway ของ Suzuki ซึ่งไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า 100% แต่ต้องการเลือกใช้ระบบขับเคลื่อนให้เหมาะสมกับขนาดรถ ตลาด และรูปแบบการใช้งานจริง

Suzuki พัฒนา e-Axle ใหม่ ใช้ร่วมทั้ง BEV และ Hybrid

หนึ่งในเทคโนโลยีหลักของ Suzuki ในอนาคตคือระบบ e-Axle แบบโมดูลาร์ ปัจจุบัน Suzuki ใช้ระบบ e-Axle แบบ 3-in-1 ใน Suzuki e Sky รถยนต์ไฟฟ้าขนาด Kei Car โดยบริษัทมีแผนพัฒนาต่อยอดเป็นระบบ 6-in-1 ที่รวมชิ้นส่วนสำคัญของระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าเข้าไว้ด้วยกันมากขึ้น แต่ยังคงขนาดโดยรวมใกล้เคียงระบบเดิม

ระบบดังกล่าวจะสามารถนำไปใช้ร่วมกันได้ทั้งในรถยนต์ไฟฟ้า BEV และรถ Hybrid ภายใต้แนวคิด “Right x Light Mobile Tech” Suzuki ยังวางแผนพัฒนา e-Axle รุ่นที่มีขนาดใหญ่ขึ้นประมาณ 10% สำหรับรถตั้งแต่กลุ่ม Subcompact, Compact ไปจนถึงรถยนต์ขนาดกลาง สำหรับ Suzuki e Sky รุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า จะใช้มอเตอร์ไฟฟ้ากำลังประมาณ 94 แรงม้า หรือ 70 kW / 95 PS ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ จะเพิ่มมอเตอร์ไฟฟ้าด้านหลังอีกประมาณ 13 แรงม้า หรือ 10 kW / 14 PS ส่วนรถยนต์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น Suzuki เตรียม e-Axle หลักกำลังสูงถึงประมาณ 174 แรงม้า หรือ 130 kW / 177 PS และสามารถติดตั้งระบบ e-4WD พร้อมมอเตอร์ด้านหลังเพิ่มเติมประมาณ 40 แรงม้า หรือ 30 kW / 41 PS

นอกจากนี้ Suzuki ยังตั้งเป้าพัฒนามอเตอร์ไฟฟ้าที่ลดหรือไม่ต้องพึ่งพา Heavy Rare Earths เพื่อเพิ่มความสามารถในการรีไซเคิลและลดความเสี่ยงจากข้อจำกัดด้านวัตถุดิบ

Mild Hybrid ใหม่ ตั้งเป้าลด CO2 ประมาณ 15%

Suzuki เตรียมพัฒนาระบบ Mild Hybrid รุ่นใหม่สำหรับรถยนต์ขนาดเล็ก โดยตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ประมาณ 15% บริษัทประเมินว่า ระบบดังกล่าวสามารถช่วยลด CO2 ได้ประมาณ 150 กิโลกรัม ต่อระยะทาง 10,000 กิโลเมตร

ขณะที่ระบบ Series HEV ที่มีความซับซ้อนและประสิทธิภาพสูงกว่า ตั้งเป้าลด CO2 ได้ประมาณ 29% หรือประมาณ 300 กิโลกรัม ต่อการวิ่ง 10,000 กิโลเมตร

Series Hybrid ใหม่ เครื่องยนต์ทำหน้าที่ผลิตไฟ

จุดสำคัญของระบบ Series HEV รุ่นใหม่คือ เครื่องยนต์สันดาปจะไม่ได้ทำหน้าที่ขับเคลื่อนล้อโดยตรงเป็นหลัก แต่จะทำหน้าที่เป็น เครื่องกำเนิดกระแสไฟฟ้า จากนั้นมอเตอร์ไฟฟ้าจะเป็นตัวขับเคลื่อนล้อ  หลักการทำงานดังกล่าวมีลักษณะใกล้เคียงระบบ Series Hybrid หรือ Range Extender ที่ใช้ในรถยนต์หลายรุ่นในตลาดปัจจุบัน และช่วยให้เครื่องยนต์สามารถทำงานในช่วงรอบที่มีประสิทธิภาพสูงได้มากขึ้น

ระบบ Series HEV ใหม่นี้ยังสามารถต่อยอดไปสู่เทคโนโลยี REEV Light ของ Suzuki ได้ในอนาคต

Suzuki REEV Light คืออะไร

Suzuki ระบุว่า ระบบ Series Hybrid สามารถต่อยอดเป็น “REEV Light” ได้โดยการเพิ่มความสามารถในการเสียบปลั๊กชาร์จไฟจากภายนอก และเลือกใช้แบตเตอรี่ที่มีขนาดเหมาะสมกับการใช้งาน แนวคิดสำคัญคือ Suzuki ไม่ต้องการติดตั้งแบตเตอรี่ขนาดใหญ่เกินความจำเป็น

รถจะสามารถใช้งานด้วยพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ในการเดินทางทั่วไป ขณะที่เครื่องยนต์จะทำหน้าที่ผลิตไฟฟ้าเมื่อพลังงานแบตเตอรี่ลดลง หรือเมื่อต้องเดินทางระยะไกล Suzuki มองว่าแนวทางดังกล่าวจะช่วยลดความกังวลเรื่องระยะทาง หรือ Range Anxiety ที่พบในรถยนต์ไฟฟ้า BEV โดยยังคงสามารถใช้แบตเตอรี่ขนาดเล็กกว่าได้

Baleno และ Fronx อาจเป็นกลุ่มแรกที่ได้ Series Hybrid ใหม่

มีรายงานว่า Suzuki Baleno และ Suzuki Fronx มีโอกาสเป็นรถยนต์ขนาดเล็กกลุ่มแรกที่ได้รับระบบ Series HEV รุ่นใหม่ หลังจากนั้นเทคโนโลยีดังกล่าวอาจถูกนำไปใช้กับรถรุ่นอื่นในกลุ่ม SUV และ Crossover เช่น

  • Suzuki S-Cross
  • Suzuki Vitara
  • Suzuki Grand Vitara
  • Suzuki Victoris

อย่างไรก็ตาม รายละเอียดรุ่นผลิตจริงและช่วงเวลาเปิดตัวยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการในแต่ละตลาด

Suzuki ยังพัฒนาเครื่องยนต์ Turbo รุ่นใหม่

แม้การใช้ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้น Suzuki ยังคงให้ความสำคัญกับเครื่องยนต์สันดาป บริษัทกำลังพัฒนาเครื่องยนต์เบนซิน Direct Injection Turbocharged รุ่นใหม่ โดยมีตลาดสำคัญอย่างอินเดียเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลัก เครื่องยนต์ดังกล่าวอาจมีเวอร์ชันรองรับ CNG ตามมาในอนาคต หนึ่งในเป้าหมายระยะยาวของ Suzuki คือการเพิ่มประสิทธิภาพเชิงความร้อน หรือ Thermal Efficiency ของเครื่องยนต์

ปัจจุบันเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ 1.2 ลิตร Z12E มีประสิทธิภาพเชิงความร้อนอยู่ที่ประมาณ 40% Suzuki ตั้งเป้ายกระดับตัวเลขดังกล่าวไปถึงประมาณ 50% ในระบบขับเคลื่อนรุ่นใหม่

เทคโนโลยีที่บริษัทกำลังศึกษา ได้แก่ การเผาไหม้แบบ Lean Combustion, ระบบ High-EGR, การนำความร้อนเหลือทิ้งกลับมาใช้ใหม่, น้ำมันหล่อลื่นความหนืดต่ำ, วัสดุ Nano-Carbon และการปรับปรุงการทำงานแบบ Miller Cycle

Suzuki ตั้งเป้าลดน้ำหนักรถ 100-120 กก. ต่อคัน

อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของแผนพัฒนาในอนาคตคือการลดน้ำหนักตัวรถ Suzuki เป็นผู้ผลิตรถยนต์ที่ให้ความสำคัญกับโครงสร้างน้ำหนักเบามาอย่างต่อเนื่อง และบริษัทต้องการรักษาจุดแข็งดังกล่าวเอาไว้ แม้มาตรฐานความปลอดภัยและข้อกำหนดด้านมลพิษในอนาคตจะเพิ่มอุปกรณ์และน้ำหนักให้กับรถมากขึ้น

Suzuki ประเมินว่า กฎระเบียบหลังปี 2030 อาจเพิ่มน้ำหนักรถประมาณ 80 กิโลกรัมต่อคัน เพื่อลดผลกระทบดังกล่าว บริษัทตั้งเป้าลดน้ำหนักพื้นฐานของรถยนต์ประมาณ 100-120 กิโลกรัมต่อคัน โดยไม่ลดระดับความปลอดภัย โครงการนี้ถูกเรียกว่า “S Light”

ลดน้ำหนักถึงระดับน็อต 1 กรัม

แนวทางลดน้ำหนักของ Suzuki ไม่ได้จำกัดเฉพาะตัวถังหรือชิ้นส่วนขนาดใหญ่ บริษัทศึกษาถึงรายละเอียดระดับสลักเกลียว โดยยกตัวอย่างการใช้สลักเกลียว M8 ที่มีหัวขนาดเล็กลง ซึ่งสามารถลดน้ำหนักได้ประมาณ 1 กรัมต่อชิ้น แม้จะเป็นตัวเลขที่ดูเล็กมาก แต่รถยนต์หนึ่งคันอาจมีจุดยึดลักษณะดังกล่าวมากกว่า 2,000 จุด ทำให้สามารถลดน้ำหนักสะสมได้

Suzuki ยังเตรียมใช้เหล็ก Ultra-High-Tensile ความแข็งแรงสูงถึง 1,470 MPa ในบริเวณสำคัญต่อโครงสร้างและความปลอดภัยจากการชน

SDV Lite ลดต้นทุนระบบอิเล็กทรอนิกส์

Suzuki ยังเปิดเผยแนวคิด “SDV Lite” หรือ Software-Defined Vehicle แบบลดความซับซ้อน เป้าหมายคือทำให้สถาปัตยกรรมอิเล็กทรอนิกส์ภายในรถง่ายขึ้น ลดจำนวนโมดูล ลดน้ำหนัก และลดต้นทุน Suzuki ยังมีแผนทำให้ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ AD

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้