วิ่งสถิติโลก 503 กม./ชม. ด้วยยาง Giti Tire (จีที ไทร์) YANGWANG U9 Xtreme

วิ่งสถิติโลก 503 กม./ชม. ด้วยยาง Giti Tire (จีที ไทร์) YANGWANG U9 Xtreme
Spread the love

BYD YANGWANG U9 Xtreme ไฮเปอร์คาร์ไฟฟ้า 3,019 แรงม้า ทุบสถิติความเร็ว 503.17 กม./ชม. ผลิตเพียง 30 คันทั่วโลก

BYD YANGWANG U9 Xtreme (หยางหวาง ยูไนน์ เอ็กซ์ตรีม) ไฮเปอร์คาร์พลังงานไฟฟ้าจากประเทศจีน สร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ หลังทำความเร็วสูงสุด 503.17 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กลายเป็นรถยนต์ผลิตจำหน่ายรุ่นแรกที่สามารถทำความเร็วเกิน 500 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในการทดสอบที่ได้รับการรับรองจาก FIA

ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าจีน ซึ่งกำลังก้าวจากการผลิตรถยนต์สำหรับตลาดทั่วไป ไปสู่การพัฒนารถยนต์สมรรถนะสูงระดับโลก

YANGWANG U9 Xtreme จากงาน Guangzhou Auto Show 2025 สู่สถิติโลกครั้งใหม่

YANGWANG แบรนด์รถยนต์หรูระดับสูงในเครือ BYD นำ U9 Xtreme มาจัดแสดงภายในงาน Guangzhou Auto Show 2025 เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 โดยรถรุ่นดังกล่าวได้รับการพัฒนาให้เป็นเวอร์ชันสมรรถนะสูงสุดของ YANGWANG U9

ในช่วงเวลานั้น U9 Xtreme สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ 496.22 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จากการทดสอบที่สนาม ATP Automotive Testing Papenburg ประเทศเยอรมนี เมื่อเดือนกันยายน 2568

อย่างไรก็ตาม BYD ไม่ได้หยุดการพัฒนาไว้เพียงเท่านั้น

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 YANGWANG U9 Xtreme กลับมาสร้างสถิติใหม่ด้วยความเร็วสูงสุด 503.17 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บนถนน Sheikh Khalifa Bin Zayed International Road ในอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยมี Marc Basseng นักแข่งชาวเยอรมันเป็นผู้ขับทดสอบ

ความเร็วครั้งนี้สูงกว่าสถิติเดิม 6.95 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และได้รับการรับรองความเร็วจากสหพันธ์รถยนต์ระหว่างประเทศ (FIA) รวมถึงได้รับ Guinness World Records จำนวน 2 รายการ สำหรับความเร็วสูงสุดของรถยนต์ผลิตจำหน่าย และรถยนต์ไฟฟ้าผลิตจำหน่ายในการวิ่งทิศทางเดียว

ทั้งนี้ สถิติดังกล่าวเป็นการวัดความเร็วในการวิ่งทิศทางเดียว ไม่ใช่ความเร็วเฉลี่ยจากการวิ่งสองทิศทาง

ขุมพลัง 4 มอเตอร์ กำลังรวมกว่า 3,000 แรงม้า

หัวใจสำคัญของ YANGWANG U9 Xtreme คือระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว ซึ่งทำงานแยกอิสระสำหรับล้อแต่ละข้าง พร้อมเทคโนโลยี e⁴ Intelligent All-Wheel Drive

มอเตอร์ไฟฟ้าแต่ละตัวสามารถสร้างกำลังสูงสุด 555 กิโลวัตต์ ส่งผลให้มีกำลังรวม 2,220 กิโลวัตต์ หรือประมาณ 3,019 PS เทียบเท่าประมาณ 2,977 hp

ระบบดังกล่าวสามารถควบคุมและกระจายแรงบิดไปยังล้อทั้ง 4 ได้อย่างแม่นยำ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนและควบคุมเสถียรภาพของตัวรถขณะใช้ความเร็วสูง

นอกจากนี้ ยังใช้สถาปัตยกรรมไฟฟ้าแรงดันสูงระดับ 1,200 โวลต์ ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการส่งกำลังไฟฟ้าขนาดมหาศาลไปยังมอเตอร์ทั้ง 4 ตัว

อีกหนึ่งตัวเลขที่น่าสนใจคืออัตราส่วนกำลังต่อน้ำหนักของตัวรถ ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 1,217 แรงม้าต่อตัน ตามข้อมูลที่รายงานในช่วงเปิดตัว

Blade Battery รุ่นพิเศษ รองรับอัตราคายประจุ 30C

YANGWANG U9 Xtreme ไม่ได้ใช้เพียงมอเตอร์กำลังสูงเท่านั้น แต่ยังได้รับการพัฒนาแบตเตอรี่ Blade Battery รุ่นพิเศษสำหรับการขับขี่ในสนามแข่ง

แบตเตอรี่ดังกล่าวได้รับการปรับปรุงโครงสร้างเซลล์เพื่อลดความต้านทานภายใน พร้อมระบบระบายความร้อนแบบสองชั้น โดยสามารถรองรับอัตราการคายประจุสูงสุด 30C

ความสามารถในการจ่ายกระแสไฟฟ้าสูงมีความสำคัญอย่างมากต่อรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะระดับนี้ เพราะมอเตอร์ทั้ง 4 ตัวต้องได้รับพลังงานอย่างเพียงพอในช่วงที่เรียกกำลังสูงสุด

ระบบจัดการอุณหภูมิจึงมีบทบาทสำคัญไม่แพ้สมรรถนะของแบตเตอรี่ เพื่อรักษาประสิทธิภาพการทำงานของระบบขับเคลื่อนภายใต้ภาระหนัก

ระบบช่วงล่าง DiSus-X ควบคุมตัวถังอย่างอิสระ

หนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญของ YANGWANG U9 Xtreme คือระบบช่วงล่างอัจฉริยะ DiSus-X ซึ่งสามารถควบคุมการเคลื่อนที่ในแนวดิ่งของล้อทั้ง 4 ข้างได้อย่างอิสระ

ระบบดังกล่าวใช้โครงสร้างวาล์วคู่สำหรับควบคุมการเคลื่อนตัวขึ้นและลงของช่วงล่าง โดยมุ่งเน้นการตอบสนองอย่างรวดเร็วและการรักษาเสถียรภาพของตัวรถ

เมื่อทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อน e⁴ ที่ควบคุมแรงบิดล้อแต่ละข้างได้อย่างอิสระ จึงช่วยให้ U9 Xtreme สามารถบริหารจัดการการยึดเกาะถนนและการเคลื่อนตัวของตัวถังได้อย่างละเอียด

เทคโนโลยีดังกล่าวมีความสำคัญเป็นพิเศษในการขับขี่ด้วยความเร็วสูง ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยของแรงกดและการเคลื่อนที่ของตัวรถอาจส่งผลต่อเสถียรภาพได้อย่างมาก

แอโรไดนามิกคาร์บอนไฟเบอร์ พร้อมยางสมรรถนะสูง

ภายนอกของ YANGWANG U9 Xtreme ได้รับการปรับปรุงด้านอากาศพลศาสตร์จาก U9 รุ่นมาตรฐาน โดยเน้นการสร้างแรงกดและเพิ่มเสถียรภาพที่ความเร็วสูง ด้านหน้ามาพร้อมสปอยเลอร์คาร์บอนไฟเบอร์ขนาดใหญ่และแผ่นควบคุมทิศทางอากาศบริเวณมุมตัวถัง ขณะที่ด้านท้ายติดตั้งปีกหลังคาร์บอนไฟเบอร์แบบ Swan-neck พร้อมดิฟฟิวเซอร์ขนาดใหญ่สองชั้น

รถติดตั้งล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว พร้อมยางสมรรถนะสูง GitiSport e·GTR2 PRO ขนาด 325/35 ZR20 ซึ่งได้รับการพัฒนาร่วมกับ Giti Tire สำหรับการใช้งานความเร็วสูงระดับใกล้ 500 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ระบบเบรกใช้จานคาร์บอนเซรามิก พร้อมคาลิเปอร์ผลิตจากไทเทเนียมอัลลอย โดยมีการปรับปรุงพื้นที่ระบายความร้อนให้เหมาะสมกับการใช้งานหนัก

องค์ประกอบทั้งหมดแสดงให้เห็นว่าการสร้างรถยนต์ไฟฟ้าความเร็วสูงไม่ได้ขึ้นอยู่กับกำลังมอเตอร์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของระบบขับเคลื่อน ช่วงล่าง ยาง เบรก และอากาศพลศาสตร์

ทำเวลาสนาม Nürburgring ต่ำกว่า 7 นาที

นอกเหนือจากสถิติความเร็วสูงสุด YANGWANG U9 Xtreme ยังแสดงสมรรถนะในสนามแข่ง Nürburgring Nordschleife ประเทศเยอรมนี ด้วยเวลาต่อรอบ 6 นาที 59.157 วินาที

ผลการทดสอบดังกล่าวทำให้ U9 Xtreme สามารถทำเวลาต่อรอบต่ำกว่า 7 นาที และสร้างสถิติสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าผลิตจำหน่ายในสนามแห่งนี้

ความสำเร็จดังกล่าวมีความสำคัญ เพราะการทำความเร็วสูงสุดบนทางตรงและการทำเวลาต่อรอบสนามแข่งต้องอาศัยคุณสมบัติที่แตกต่างกัน

การวิ่งทางตรงให้ความสำคัญกับกำลังขับเคลื่อนและความต้านทานอากาศ ขณะที่สนาม Nürburgring ต้องอาศัยการควบคุมรถ การยึดเกาะถนน ประสิทธิภาพการเบรก และความต่อเนื่องของสมรรถนะตลอดทั้งรอบ

ผลิตจำกัดเพียง 30 คันทั่วโลก

YANGWANG U9 Xtreme เป็นไฮเปอร์คาร์ไฟฟ้าที่ BYD วางแผนผลิตจำกัดเพียง 30 คันทั่วโลก เพื่อสะท้อนสถานะของรถยนต์ระดับสูงสุดในด้านเทคโนโลยีและสมรรถนะของแบรนด์

ตามข้อมูลล่าสุดจาก BYD เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 ลูกค้าบางส่วนได้อนุมัติรายละเอียดการตกแต่งรถเฉพาะบุคคลแล้ว และกำลังเข้าสู่กระบวนการทำสัญญาและจัดตารางการผลิต

แม้รถรุ่นนี้จะไม่ได้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อทำยอดขายในปริมาณมาก แต่มีบทบาทสำคัญในการแสดงศักยภาพด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยีของ BYD

บทสรุป: BYD กำลังยกระดับอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าจีน

ความสำเร็จของ YANGWANG U9 Xtreme สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์โลก โดยเฉพาะการพัฒนาเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงจากผู้ผลิตจีน

ด้วยกำลังขับเคลื่อนมากกว่า 3,000 PS ระบบไฟฟ้าแรงดันสูง 1,200 โวลต์ เทคโนโลยีแบตเตอรี่สมรรถนะสูง และระบบควบคุมตัวถังขั้นสูง ทำให้ U9 Xtreme เป็นมากกว่ารถยนต์ไฟฟ้าความเร็วสูง

แต่ยังเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงศักยภาพการพัฒนาทางวิศวกรรมของ BYD ในการแข่งขันกับผู้ผลิตไฮเปอร์คาร์ระดับโลก

และการทำความเร็วถึง 503.17 กิโลเมตรต่อชั่วโมงครั้งนี้ อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการแข่งขันครั้งใหม่ในอุตสาหกรรมไฮเปอร์คาร์ไฟฟ้า ที่ไม่ได้วัดกันเพียงระยะทางขับขี่หรืออัตราเร่งอีกต่อไป แต่รวมถึงการทำลายขีดจำกัดความเร็วของรถยนต์ผลิตจำหน่ายด้วย


ข้อมูลอ้างอิง

  • CarNewsChina — 21 พฤศจิกายน 2025
  • BYD Global Media — 6 พฤศจิกายน 2026
  • Fédération Internationale de l’Automobile (FIA) — 6 พฤศจิกายน 2026

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้