Advertisement

Advertisement

เปิดตัว 25 มิถุนายนในจีน All-NEW HONDA e:NS2 EV 545 กม./ชาร์จ CLTC เริ่ม 803,000 บาท

เปิดตัว 25 มิถุนายนในจีน All-NEW HONDA e:NS2 EV 545 กม./ชาร์จ CLTC เริ่ม 803,000 บาท

Advertisement

Advertisement

 

 

 

Dongfeng Honda เตรียมเปิดตัว e:NS2 ในประเทศจีนวันที่ 25 มิถุนายน 2024 หลังจากพรีเซลล์ที่งาน Beijing Auto Show ในเดือนเมษายน ด้วยราคาขายล่วงหน้าที่ 159,800-179,800 หยวน หรือประมาณ 803,000 – 904,000 บาท

วันที่ 10 เมษายน 2024 Dongfeng Honda e:NS2 ปล่อยภาพอย่างเป็นทางการในประเทศจีน สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าใหม่ที่พัฒนาบนสถาปัตยกรรม “e:N Architecture F” พร้อมชุดแบตเตอรี่ลิเธียมแบบไตรภาคที่มีความจุ 68.8 กิโลวัตต์ชั่วโมง

นอกจากนี้ ตงเฟิง ฮอนด้า วางแผนที่จะใช้พลังงานไฟฟ้าในสัดส่วน 50% ในปี 2025 โดยจะไม่เปิดตัวรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงอีกต่อไปในปี 2027 และเปิดตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้าบริสุทธิ์มากกว่า 10 รุ่นในปี 2030

ข้อมูลเบื้องต้น

  • มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวให้กำลัง 201 แรงม้า
  • แบตเตอรี่ขนาด 68.8kWh
  • สามารถวิ่งได้ 530 – 545 กม./ชาร์จ CLTC
  • แบตเตอรี่น้ำหนัก 375 กก.
  • น้ำหนักตัวรถ 1,763 – 1,775 กก.
  • ความเร็วสูงสุดสามารถเข้าถึง 160 กม./ชม.

ขนาดตัวถัง HONDA e:NS 2 EV

  • ยาว 4,788 มม.
  • กว้าง 1,838 มม.
  • สูง 1,570 มม.
  • ระยะฐานล้อ 2,735 มม.

Dongfeng Honda เปิดตัว Honda e:NS2 ที่งาน Guangzhou Auto Show 2023 วันที่ 17 พฤศจิกายน 2023 ก่อนเปิดตัวจำหน่ายในประเทศจีนช่วงต้นปี 2024 พัฒนาบนสถาปัตยกรรม e:N Architecture F ของ Honda

  • e:N Architecture F เป็นสถาปัตยกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของฮอนด้า เปิดตัวครั้งแรกในปี 2022 โดยออกแบบมาสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าขนาดกลางและขนาดใหญ่ เน้นไปที่ความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และประสิทธิภาพ

การออกแบบ แสดงออกถึงอนาคตที่ไร้รอยต่อ ซับซ้อน และชาญฉลาด และ e:NS2 แสดงออกถึงอารมณ์แห่งอนาคตที่สร้างแรงบันดาลใจในกับผู้ได้พบเห็น

ภายในห้องห้องโดยสารออกแบบพรีเมียมอย่างมาก แตกต่างจาก e:NP1/NS1 พอสมควร มาพร้อมหน้าจอควบคุมส่วนกลางแบบลอย คอนโซลหน้าสะอาดมากขึ้น หน้าปัดแบบดิจิตอลพร้อมจอแสดงผลบนกระจก ระบบเชื่อมต่อการนำทางอัจฉริยะของ Honda CONNECT 3.0 พร้อมผู้ช่วยเสียง AI การอัปเกรด OTA ออนไลน์และฟังก์ชันอื่นๆ ภายในเน้นโทนขาว-ดำ เบาะนั่งสีขาว พวงมาลัยสามก้านท้ายตัด

พร้อมนิเวศควบคุมอัจฉริยะแบบฟูลสแตก e:NOS ระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะของ Honda SENSING 360 และระบบเชื่อมต่อคำแนะนำอัจฉริยะ Honda CONNECT จะถูกรวมเข้าด้วยกัน และระบบโต้ตอบด้วยเสียง พร้อมแสดงผลผ่านหน้าจอขนาดใหญ่ความละเอียดสูง นอกจากนี้ยังเพิ่มระบบเสียง Honda EV Sound ให้เสียงสปอร์ตและหลากหลาย

Honda CONNECT 4.0 เป็นแพลตฟอร์มรถยนต์ที่เชื่อมต่อซึ่งขับเคลื่อนโดยข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงประสบการณ์การขับขี่ผ่านคุณสมบัติการเชื่อมต่อ ความปลอดภัย และความบันเทิง เปิดตัวครั้งแรกในประเทศจีนในปี 2022 และคาดว่าจะเปิดตัวสู่ตลาดอื่นๆ ในอนาคต

  • การเชื่อมต่อ

    • การนำทางที่ชาญฉลาด: Honda CONNECT 4.0 นำเสนอข้อมูลการจราจรแบบเรียลไทม์และคำแนะนำเส้นทางเพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่หลีกเลี่ยงความแออัดและค้นหาเส้นทางที่มีประสิทธิภาพสูงสุดไปยังจุดหมายปลายทาง
    • การควบคุมยานพาหนะระยะไกล:ผู้ใช้สามารถล็อคและปลดล็อคยานพาหนะจากระยะไกล ตรวจสอบระดับน้ำมันเชื้อเพลิง และแม้แต่สตาร์ทหรือดับเครื่องยนต์โดยใช้สมาร์ทโฟน
    • การควบคุมด้วยเสียง: Honda CONNECT 4.0 รองรับคำสั่งเสียงสำหรับฟังก์ชั่นต่างๆ เช่น การโทรออก ส่งข้อความ และควบคุมระบบสาระบันเทิงในรถยนต์
  • ความปลอดภัย

    • คุณสมบัติช่วยเหลือผู้ขับขี่: Honda CONNECT 4.0 ทำงานร่วมกับชุดคุณสมบัติช่วยเหลือผู้ขับขี่ SENSING ของฮอนด้า ซึ่งสามารถช่วยป้องกันอุบัติเหตุโดยการตรวจสอบสภาพแวดล้อมของรถและแจ้งเตือนผู้ขับขี่ถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้น
    • การแจ้งเตือนเหตุฉุกเฉิน:ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ Honda CONNECT 4.0 สามารถแจ้งเตือนบริการฉุกเฉินได้โดยอัตโนมัติ พร้อมแจ้งตำแหน่งของรถและข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
  • ความบันเทิง

    • ระบบเสียงคุณภาพสูง:  มีระบบเสียงคุณภาพสูงพร้อมรองรับบริการสตรีมเพลงต่างๆ
    • แอพในตัว มาพร้อมกับแอพในตัวที่หลากหลาย รวมถึงแอพพยากรณ์อากาศ ข่าวสาร และโซเชียลมีเดีย
    • หน้าจอที่ปรับแต่งได้:ผู้ใช้สามารถปรับแต่งหน้าจอบนระบบสาระบันเทิงเพื่อแสดงข้อมูลที่สำคัญที่สุดสำหรับพวกเขา

ระบบความปลอดภัย Honda SENSING 360 

  • Collision Mitigation Braking System (CMBS) ระบบเตือนการชนพร้อมระบบเบรกอัตโนมัติแบบล่วงหน้า ทำงานร่วมกับกล้องและเรดาร์ที่ด้านหน้ารถ เพื่อตรวจจับและประเมินระยะห่างระหว่างรถยนต์กับรถคันหน้า หากมีความเสี่ยงที่จะเกิดการชน ระบบจะส่งสัญญาณเตือนผู้ขับขี่ และหากผู้ขับขี่ไม่ตอบสนอง ระบบจะทำการเบรกอัตโนมัติเพื่อลดความรุนแรงของการชน
  • Lane Keeping Assist System (LKAS) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน ทำงานร่วมกับกล้องที่ด้านหน้ารถ เพื่อตรวจจับเส้นแบ่งเลน หากรถยนต์เริ่มออกนอกเลนโดยไม่ตั้งใจ ระบบจะส่งสัญญาณเตือนผู้ขับขี่ และหากผู้ขับขี่ไม่ตอบสนอง ระบบจะทำการบังคับพวงมาลัยให้รถยนต์กลับเข้าสู่เลน
  • Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow (ACC with LSF) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบช่วยรักษาระยะห่างที่ความเร็วต่ำ ทำงานร่วมกับกล้องและเรดาร์ที่ด้านหน้ารถ เพื่อตรวจจับรถคันหน้า หากมีรถคันหน้าอยู่ด้านหน้า ระบบจะทำการลดความเร็วอัตโนมัติให้คงระยะห่างที่ปลอดภัยไว้ หากรถคันหน้าหยุด ระบบจะทำการหยุดรถตาม
  • Auto High-Beam (AHB) ระบบไฟสูงอัตโนมัติ ทำงานร่วมกับกล้องที่ด้านหน้ารถ เพื่อตรวจจับรถคันหน้าและรถคันสวนมา หากไม่มีรถคันหน้าหรือรถคันสวนมา ระบบจะเปิดไฟสูงให้อัตโนมัติ หากมีรถคันหน้าหรือรถคันสวนมา ระบบจะปิดไฟสูงให้อัตโนมัติ
  • Lane Departure Warning System (LDW) ระบบเตือนการออกนอกเลน ทำงานร่วมกับกล้องที่ด้านหน้ารถ เพื่อตรวจจับเส้นแบ่งเลน หากรถยนต์เริ่มออกนอกเลนโดยไม่ตั้งใจ ระบบจะส่งสัญญาณเตือนผู้ขับขี่
  • Rear Cross Traffic Alert (RCTA) ระบบเตือนการจราจรด้านหลังขณะถอยรถ ทำงานร่วมกับกล้องที่ด้านหลังรถ เพื่อตรวจจับรถที่กำลังเคลื่อนที่เข้ามาด้านหลังขณะถอยรถ หากมีรถที่กำลังเคลื่อนที่เข้ามาด้านหลัง ระบบจะส่งสัญญาณเตือนผู้ขับขี่
  • Blind Spot Information System (BSI) ระบบเตือนมุมอับสายตา ทำงานร่วมกับกล้องที่ด้านข้างรถ เพื่อตรวจจับรถที่อยู่ในมุมอับสายตา หากมีรถอยู่ในมุมอับสายตา ระบบจะส่งสัญญาณเตือนผู้ขับขี่
  • Cross Traffic Monitor (CTM) ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะถอยรถ ทำงานร่วมกับกล้องที่ด้านหลังรถ เพื่อแสดงภาพมุมอับสายตาที่บริเวณกระจกมองข้างด้านซ้ายและขวาบนหน้าจอแสดงผล

Advertisement

Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้