อาจถึง 3x กม./ลิตร All-NEW HONDA CITY ฮอนด้าซิตี้ เจนที่ 8 ใหม่ เปิดตัวปี 2027!



All-new Honda City Gen 8 (2027-2029) เจาะอนาคตซิตี้คาร์อัจฉริยะ และขุมพลังไฮบริดเจนใหม่
Honda City ยังคงเป็นรถยนต์คอมแพ็กต์ยอดนิยมในใจคนไทยอย่างต่อเนื่อง โดยโฉมปัจจุบัน (Gen 7) ได้รับการปรับโฉม Minor Change ไปเมื่อช่วงปี 2023-2024 เพื่อรักษาความสดใหม่ แต่สิ่งที่น่าตื่นเต้นกว่าคือการก้าวสู่ All-new City เจนเนอเรชันที่ 8 ในช่วงปี 2570-2572 ที่คาดว่าจะมาพร้อมการเปลี่ยนแปลงระดับ “Game Changer” ในตลาดรถยนต์เมืองไทยครับ
ไทม์ไลน์การเปิดตัวCity เจนเนอเรชันที่ 8
ตามวงจรชีวิตรถยนต์ของ Honda ที่มักจะมีการเปลี่ยนโฉมใหม่หมดทุก 5-7 ปี เราสามารถคาดการณ์ช่วงเวลาสำคัญได้ดังนี้ครับ:
- รุ่นปัจจุบัน (Gen 7): เปิดตัวครั้งแรกปลายปี 2019 และเพิ่งได้รับการปรับโฉมย่อย (Minor Change) ไปเมื่อกลางปี 2566 (รุ่นซีดาน) และต้นปี 2567 (รุ่น Hatchback)
- รุ่นถัดไป (Gen 8): คาดว่าจะมีการเปิดตัวโฉมใหม่หมด (Model Change) ในช่วงปี 2570 – 2572 (2027 – 2029) โดยมีโอกาสสูงที่จะเปิดตัวในช่วงปลายปีใดปีหนึ่งตามธรรมเนียมของแบรนด์
1. ขุมพลัง e:HEV เจนเนอเรชันที่ 3: เป้าหมาย 30 กม./ลิตร
เทคโนโลยีไฮบริดจะยังคงเป็น “หัวหอก” สำคัญของ Honda ในตลาดเอเชียและไทย โดยในเจเนอเรชันถัดไป เราน่าจะได้เห็นการนำ Next-Generation e:HEV (เจนที่ 3) มาใช้งานครับ
- ประสิทธิภาพที่เหนือกว่า: ระบบไฮบริดใหม่จะมาพร้อมเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงรุ่นใหม่
- ประหยัดน้ำมันขั้นสุด: มีการคาดการณ์ว่าอัตราประหยัดน้ำมันอาจแตะระดับ 30 กม./ลิตร ซึ่งเป็นการยกระดับมาตรฐานใหม่ของซิตี้คาร์
- รองรับเทคโนโลยีอัจฉริยะ: ระบบ e:HEV เจนใหม่จะทำหน้าที่เป็น “โครงสร้างไฟฟ้า” ที่จ่ายไฟได้อย่างเสถียรสำหรับระบบ ADAS และหน่วยประมวลผลที่ซับซ้อนขึ้น
- อนาคตของเครื่องยนต์สันดาป: มีแนวโน้มว่า Honda จะลดความสำคัญของเครื่องยนต์สันดาปล้วน (ICE) และหันไปพัฒนา Full Hybrid และ EV เป็นหลัก
2. แพลตฟอร์มใหม่ PF2: น้ำหนักลดลง 90 กก. แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
หัวใจสำคัญของสมรรถนะใน All-new City Gen 8 คือการใช้แพลตฟอร์มแบบโมดูลาร์ใหม่ที่เรียกว่า PF2
- ลดน้ำหนักเพิ่มความคล่องตัว: แพลตฟอร์มใหม่นี้ช่วยให้น้ำหนักรถลดลงเฉลี่ย 90 กิโลกรัม
- Handling ที่แม่นยำ: เทคนิค New Handling Rigidity Management จะช่วยให้โครงสร้างบิดตัวในทิศทางที่ควบคุมได้ เพื่อเพิ่มแรงกดล้อขณะเข้าโค้ง ทำให้ขับสนุกขึ้น
- รองรับความหลากหลาย: แพลตฟอร์มนี้รองรับได้ทั้งระบบ Hybrid และอาจขยายไปถึงระบบไฟฟ้าล้วน (EV) ในอนาคต
3. เทคโนโลยี Motion Management: ความสนุกในการขับขี่จากหุ่นยนต์ ASIMO
Honda ได้นำระบบควบคุมท่าทางที่ใช้ใน หุ่นยนต์ ASIMO มาประยุกต์ใช้ในรถยนต์รุ่นใหม่
- Pitch Control: ระบบจะช่วยควบคุมอาการหน้าทิ่มหรือท้ายยกระหว่างการเบรกหรือเข้าโค้ง
- การตอบสนองที่รวดเร็ว: ทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกว่ารถตอบสนองได้เร็วขึ้น แต่ยังคงควบคุมได้ง่ายและนุ่มนวล
4. ยกระดับความปลอดภัย Honda SENSING และความพรีเมียมภายใน
ในรุ่นใหม่นี้ Honda จะยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกให้พรีเมียมขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
- Honda SENSING รุ่นถัดไป: คาดว่าจะมีฟังก์ชันใหม่ๆ เช่น ระบบช่วยบังคับเลี้ยวฉุกเฉิน (Evasive Steering Assist) และระบบจอดรถอัตโนมัติ (Parking Assist)
- ห้องโดยสารดิจิทัล: หน้าจอมาตรวัดดิจิทัลและหน้าจอ Infotainment ขนาดใหญ่ขึ้น รองรับการเชื่อมต่อไร้สายสมบูรณ์แบบ ทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto
- ฟังก์ชันอำนวยความสะดวก: อาจเห็นระบบปรับอากาศแบบ Dual-zone และฝาท้ายไฟฟ้า (สำหรับรุ่น Hatchback) ถูกติดตั้งมาในรุ่นย่อยที่สูงขึ้น
บทสรุป: ก้าวสู่ยุคใหม่ ในประเทศไทย
แม้ปัจจุบัน City Gen 7 จะยังคงเป็นรถที่คุ้มค่าด้วยขุมพลัง 1.0 VTEC TURBO และ e:HEV พร้อมระบบความปลอดภัย Honda SENSING แต่การมาถึงของ Gen 8 ในอนาคตจะเป็นการพิสูจน์ยุทธศาสตร์ของ Honda ที่มุ่งเน้น “ความสนุกในการขับขี่” ควบคู่ไปกับ “เทคโนโลยีอัจฉริยะ” ระบบไฮบริด เพื่อรักษาสถานะผู้นำในใจผู้ใช้งานชาวไทยต่อไปครับ (เบนซินเทอร์โบ 1.0 อาจไม่มีในอนาคนนี้ )
สนใจรุ่นพิเศษส่งท้ายเจน 7? ปัจจุบันยังมีรุ่น City Hatchback e:HEV ลราคาจำหน่ายเหลือเพียง 664,000 – 734,000 บาทในประเทศไทย
แหล่งข้อมูล: การวิเคราะห์แนวโน้มจากยุทธศาสตร์ Honda และสถานการณ์ตลาดรถยนต์ปี 2569-2570
![]()

HONDA เปิดตัวไฮบริดใหม่ ประหยัดกว่าเดิม พร้อมเปิดตัวแพลตฟอร์มไฮบริดใหม่ เบากว่า 90 กก.
ส่วนลด 65,000 บาท Honda City e:HEV HATCHBACK เหลือราคา 664,000 – 734,000 บาท
ส่วนลด 85,000 บาท HONDA CITY 1.0 เทอร์โบ ราคา 514,000 – 664,000 บาท
