เปิดขายจีน BYD ATTO 3 เจนที่ 3 ราคา 686,000 บาท วิ่งได้ 630 กม./ชาร์จ CLTC ชาร์จ 10-97% 9 นาที

เปิดขายจีน BYD ATTO 3 เจนที่ 3 ราคา 686,000 บาท วิ่งได้ 630 กม./ชาร์จ CLTC ชาร์จ 10-97% 9 นาที
Spread the love
Advertisement Advertisement

6 สีตัวถัง BYD ATTO 3 ใหม่ในจีน มีให้เลือกสามแบบสีตัดกัน ได้แก่ ชมพู Dreamy Pink, ฟ้า Trendy Blue และเขียว Aura Green รวมถึงสามแบบสีพื้น ได้แก่ ฟ้า Encountering Cyan, ขาว Sky White และเทา Linear Gray

บิ๊กเซอร์ไพรส์รับกลางปี! เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคมที่ผ่านมา BYD (บีวายดี) ได้ประกาศเปิดตัว “The Third-Generation Yuan PLUS” (บีวายดี หยวน พลัส รุ่นที่ 3) อย่างเป็นทางการในประเทศจีน โดยรอบนี้จัดเต็มด้วยการส่งรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ลงสู่ตลาดพร้อมกันถึง 4 รุ่นย่อย เคาะราคาจำหน่ายสุดเร้าใจอยู่ที่ 119,900 – 149,900 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 576,000 – 720,000 บาทการกลับมาในเจเนอเรชันที่ 3 นี้ ถือเป็นการปฏิวัติแพลตฟอร์มครั้งสำคัญ โดยเปลี่ยนมาใช้สถาปัตยกรรม e-Platform 3.0 Evo อัปเกรดระบบขับเคลื่อนเป็นล้อหลัง (RWD) พร้อมติดตั้งแบตเตอรี่ Blade Battery เจนฯ 2 และเทคโนโลยีชาร์จเร็ว (Flash Charge) เป็นมาตรฐาน ยิ่งไปกว่านั้น ดีไซน์ภายนอก ภายใน และระบบขับขี่อัจฉริยะอย่าง DiPilot 30 (天神之眼 – God’s Eye) ก็ได้รับการอัปเกรดจนฉีกหนีรุ่นเดิมอย่างเห็นได้ชัด

ราคาจำหน่าย BYD Yuan PLUS/ ATTO 3 เจนเนอเรชันที่ 3 แต่ละรุ่นย่อย

สำหรับราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศจีน (คำนวณด้วยอัตราแลกเปลี่ยน 1 หยวน = 4.805 บาท) มีรายละเอียดดังนี้:

  • รุ่น 540KM 领先型 (Leading): ระยะทางวิ่ง 540 กม. ราคา 119,900 หยวน (ประมาณ 576,000 บาท)
  • รุ่น 540KM 超越型 (Transcend): ระยะทางวิ่ง 540 กม. ราคา 129,900 หยวน (ประมาณ 624,000 บาท)
  • รุ่น 630KM 超越型 (Transcend): ระยะทางวิ่ง 630 กม. ราคา 142,900 หยวน (ประมาณ 686,600 บาท)
  • รุ่น 630KM 卓越型 (Excellent): ระยะทางวิ่ง 630 กม. ราคา 149,900 หยวน (ประมาณ 720,000 บาท)

ข้อเสนอพิเศษช่วงเปิดตัว: ลูกค้าที่จองและออกรถภายในวันที่ 30 มิถุนายน จะได้รับสิทธิประโยชน์ระดับพรีเมียมมากมาย อาทิ แพ็กเกจการเงิน, สิทธิ์ทดลองระบบชาร์จไว, ฟรีค่าบำรุงรักษา, อัปเกรดยกชุดแต่งทูโทน, และการรับประกันคุณภาพตัวรถและระบบอัจฉริยะแบบจุใจ นอกเหนือจากนี้ ในรุ่น Transcend และ Excellent ยังสามารถเลือกมิกซ์ออปชันเพิ่มระบบขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง (เวอร์ชัน Lidar) ได้ในราคา 12,000 หยวน (ประมาณ 57,600 บาท) อีกด้วย

เจาะลึกความโดดเด่นและจุดเปลี่ยนสำคัญของ “Yuan PLUS เจน 3”

มิติตัวถังขยายใหญ่ขึ้น ทุกมิติห้องโดยสารกว้างขวางกว่าเดิม

เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นเดิม (Yuan PLUS / ATTO 3 รุ่นปัจจุบัน) รถรุ่นใหม่นี้มีการปรับเพิ่มขนาดตัวถังในทุกมิติอย่างเห็นได้ชัด ช่วยให้ห้องโดยสารโปร่งโล่งและนั่งสบายขึ้นมาก

  • ความยาว: 4,665 มม. (รุ่นเดิม 4,455 มม. / ยาวขึ้น 210 มม.)
  • ความกว้าง: 1,895 มม. (รุ่นเดิม 1,875 มม. / กว้างขึ้น 20 มม.)
  • ความสูง: 1,675 มม. (รุ่นเดิม 1,615 มม. / สูงขึ้น 60 มม.)
  • ระยะฐานล้อ: 2,770 มม. (รุ่นเดิม 2,720 มม. / ยาวขึ้น 50 มม.)

ดีไซน์ภายนอกเรียบหรู ทันสมัย และตอบโจทย์การใช้งาน

ด้านหน้าของตัวรถยังคงเอกลักษณ์การออกแบบของตระกูล BYD ไว้อย่างเหนียวแน่น แถบโครเมียมคาดกลางเชื่อมต่อกับชุดไฟหน้าทรงเรียวยาวอันเฉียบคม กันชนด้านล่างดีไซน์ช่องดักลมทรงคางหมูพร้อมช่องรีดอากาศด้านข้าง มอบภาพลักษณ์ที่ดูมินิมอลแต่แฝงความสปอร์ต

ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การเพิ่ม “ห้องเก็บสัมภาระด้านหน้า (Frunk) ขนาดใหญ่ถึง 180 ลิตร” ที่เปิด-ปิดง่ายๆ ด้วยระบบไฟฟ้าเพียงแค่การเคาะ (Knock-to-open) ส่วนด้านข้างตัวรถเน้นแนวหลังคาที่ราบเรียบเพื่อเพิ่มพื้นที่ Headroom ภายใน ตัวมือจับประตูเปลี่ยนเป็นแบบครึ่งซ่อน (Semi-hidden) เพื่อลดแรงต้านอากาศ และมีล้ออัลลอยขนาด 18 และ 19 นิ้วให้เลือกตามรุ่นย่อย

ส่วนท้ายรถติดตั้งไฟเบรกดวงที่สามแบบแยกสองฝั่งดีไซน์แปลกใหม่ ไฟท้าย LED พาดยาวดีไซน์โครงสร้างภายในแบบงานจักสาน (Weaving Inspired) คล้ายกับรุ่นพี่อย่าง BYD Tang L พร้อมฝาท้ายเปิด-ปิดไฟฟ้า และพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายปกติที่กว้างขวางถึง 750 ลิตร

ห้องโดยสารสุดล้ำ ฟังก์ชันเอาใจคุณสุภาพสตรี

ภายในห้องโดยสารอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด หน้าจอกลางแบบหมุนได้อันเป็นเอกลักษณ์ ทำงานบนระบบปฏิบัติการ DiLink รุ่นล่าสุด พวงมาลัยมัลทีฟังก์ชันดีไซน์ 2 ก้านแบบใหม่ ย้ายตำแหน่งเกียร์ไปไว้ที่คอพวงมาลัย (Pocket Gear) เพิ่มหน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่บนกระจกหน้า (HUD) และช่องยึดโทรศัพท์มือถือแบบหมุดยึดพิเศษ

ความใส่ใจในรายละเอียดถูกส่งต่อไปยังเบาะผู้โดยสารตอนหน้า ด้วยการติดตั้ง “เบาะนั่งเจ้าหญิง (Queen Seat)” ที่มาพร้อมที่รองขาเพื่อความผ่อนคลายสูงสุด บริเวณคอนโซลหน้าฝั่งผู้โดยสารยังมีกล่องเก็บของอเนกประสงค์ที่ทาง BYD เรียกว่า “กล่องวิเศษสำหรับใส่มินิฟิกเกอร์/โมเดล (手办妙妙屋)” พร้อมช่องชาร์จ Type-C ในตัว

นอกจากนี้ ตัวรถยังติดตั้งสิ่งอำนวยความสะดวกระดับไฮเอนด์มาให้แบบครบครัน:

  • ระบบอุ่นเบาะและระบบระบายอากาศ (Ventilated Seats) สำหรับเบาะคู่หน้า
  • ระบบอุ่นพวงมาลัย
  • ตู้เย็นประจำรถ (Chilled Storage Compartment)
  • ระบบเครื่องเสียงพรีเมียมจาก Dynaudio พร้อมลำโพง 16 ตำแหน่ง

และที่สำคัญที่สุดคือ การยกเลิกที่เปิดประตูภายในรถแบบอุโมงค์หมุน (ในรุ่นเดิม) แล้วเปลี่ยนกลับมาใช้ “ที่เปิดประตูแบบแมคคานิกดั้งเดิม” ช่วยหมดปัญหาผู้โดยสารขึ้นรถมาแล้วหาที่เปิดประตูลงรถไม่เจออีกต่อไป!

ขุมพลังไฟฟ้าล้อหลัง ขี่สนุก มั่นใจด้วย Cloud Chariot-C

จากเดิมที่เป็นรถขับเคลื่อนล้อหน้า ในเจเนอเรชันที่ 3 นี้ถูกอัปเกรดให้เป็น ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) อย่างเต็มรูปแบบ มอบสมรรถนะและการควบคุมที่สนุกสนานเร้าใจยิ่งขึ้น โดยมีสองพละกำลังให้เลือกสรร

  • รุ่น Standard Range: มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 57.545 kWh ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้พละกำลังสูงสุด 200 kW (เทียบเท่า 270 PS) สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุด 540 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน CLTC
  • รุ่น Extended Range: ขยับความจุแบตเตอรี่ขึ้นเป็น 68.547 kWh จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง 240 kW (เทียบเท่า 324 PS) มอบระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 630 กิโลเมตร

🔥 ไฮไลท์สำคัญที่สุด: BYD ได้เปิดตัวเทคโนโลยี Flash Charging สุดล้ำสมัยในรถรุ่นนี้ ซึ่งสามารถชาร์จกระแสไฟเข้าแบตเตอรี่จาก 10% ไปจนถึง 97% ได้ภายในเวลาเพียง 9 นาทีเท่านั้น! ถือเป็นการลบจุดอ่อนเรื่องระยะเวลาการชาร์จของรถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างสิ้นเชิง

เทคโนโลยีระบบชาร์จอัจฉริยะ (Flash Charge) บน e-Platform 3.0 Evo

หนึ่งในไฮไลต์ที่สร้างความฮือฮาที่สุดในขุมพลังเจเนอเรชันที่ 3 ของ BYD Yuan PLUS ก็คือระบบการจัดการพลังงานและสถาปัตยกรรมการชาร์จแบบใหม่ ซึ่งเปลี่ยนโฉมจากรถยนต์ไฟฟ้ากระแสแรงดันปกติ ขึ้นสู่มาตรฐานใหม่ในเซกเมนต์รถระดับราคา 150,000 หยวน

  • สถาปัตยกรรมแรงดันสูง 800V เทคโนโลยีระดับท็อป: จากอานิสงส์ของการพัฒนาบนแพลตฟอร์มใหม่ e-Platform 3.0 Evo ทำให้รถรุ่นนี้มาพร้อมกับระบบแรงดันไฟฟ้าสูงระดับ 800V (High-Voltage Platform) ส่งผลให้การจัดการพลังงานมีประสิทธิภาพสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด ความร้อนสะสมขณะชาร์จลดลง และสามารถรองรับกระแสไฟชาร์จได้อย่างรุนแรงและต่อเนื่อง
  • ความเร็วในการชาร์จระดับ “闪充” (Flash Charge): ตัวรถสามารถเคลมสถิติการชาร์จกระแสตรง (DC Fast Charge) ในสภาวะอุณหภูมิปกติได้อย่างน่าทึ่ง โดยสามารถชาร์จพลังงานไฟฟ้าจาก 30% ขึ้นสู่ 80% ได้ภายในระยะเวลาเพียง 5 นาทีเท่านั้น และหากชาร์จจาก 10% จนเกือบเต็มที่ 97% จะใช้เวลาเพียง 9 นาที
  • ทรงประสิทธิภาพในทุกสภาพอากาศ: ไม่เพียงแต่การชาร์จในสภาวะปกติเท่านั้น BYD ยังอัปเกรดระบบจัดการความร้อนของแบตเตอรี่อัจฉริยะ ทำให้แม้ต้องเผชิญกับสภาพอากาศหนาวจัดในระดับอุณหภูมิติดลบ (-30 องศาเซลเซียส) ตัวรถก็ยังสามารถควบคุมระบบให้ชาร์จไฟจาก 10% ถึง 97% ได้ในเวลาเพียง 11 นาที ซึ่งมีประสิทธิภาพความเร็วในการชาร์จท่ามกลางอุณหภูมิต่ำดีขึ้นกว่ารุ่นเดิมถึง 40%
  • ทำงานร่วมกับ Blade Battery เจนเนอเรชันที่ 2: หัวใจหลักที่ทำให้ระบบชาร์จเร็ว Flash Charge ทำงานได้อย่างปลอดภัยและมีเสถียรภาพสูง คือการจับคู่กับแบตเตอรี่ลิเธียมฟอสเฟตทรงใบมีด หรือ Second-Generation Blade Battery รุ่นล่าสุด ที่ได้รับการอัปเกรดความหนาแน่นของพลังงาน (Energy Density) และปรับปรุงโครงสร้างภายในให้รองรับอัตราการชาร์จ (C-Rate) ที่สูงขึ้น โดยยังคงรักษามาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดจากการทดสอบแทงด้วยแท่งตะปู (Nail Penetration Test) อันเป็นจุดเด่นของแบรนด์ไว้เช่นเดิม

ระบบช่วงล่างเปลี่ยนไปใช้ด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สันสตรัท และด้านหลังแบบอิสระ 5 ลิงก์ (Five-link Independent Suspension) เสริมความนุ่มนวลและเกาะถนนด้วยระบบควบคุมอัจฉริยะ DiSus-C (雲輦-C / Cloud Chariot-C) รวมถึงระบบควบคุมแรงบิดอัจฉริยะ iTAC 2.0 และระบบควบคุมรถเมื่อยางระเบิดที่ความเร็วสูง (TBC)

ปลอดภัยเหนือระดับกับระบบขับขี่อัจฉริยะ DiPilot 30 (God’s Eye)

BYD Yuan PLUS เจนฯ 3 ปฏิวัติระบบความปลอดภัยด้วยการติดตั้งระบบขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง “DiPilot 300” ซึ่งเป็นการผสานการทำงานร่วมกันระหว่างระบบเซนเซอร์ตรวจจับรอบคันถึง 30 จุด และเรดาร์ Lidar ช่วยรองรับระบบขับขี่อัตโนมัติทั้งการนำทางบนทางหลวง (Highway Navigation), การนำทางในเมือง (City Navigation) และระบบนำรถเข้าจอดอัตโนมัติในทุกสถานการณ์ (All-scene Automatic Parking)

Advertisement Advertisement

ข้อมูลสำคัญๅ

ระบบแบตเตอรี่และการชาร์จ (Battery & Charging)

  • เทคโนโลยีแบตเตอรี่ Blade Battery รุ่นที่ 2 (Second-Generation Blade Battery):

    • ให้พลังงานชาร์จที่เร็วขึ้นและมีความปลอดภัยที่สูงยิ่งขึ้น
    • อายุการใช้งานยาวนานกว่า (Longer Lifespan)
    • ความหนาแน่นของพลังงานสูงกว่า (Higher Energy Density)
    • ระยะทางวิ่งสูงสุด: 630 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็ม (ตามมาตรฐาน CLTC)
  • เทคโนโลยีชาร์จเร็วอัจฉริยะ BYD (BYD Flash Charging Technology):

    • ชาร์จเพียง 5 นาที ได้ระดับแบตเตอรี่ (SOC) เพิ่มจาก 10% – 70%
    • ชาร์จเพียง 9 นาที ได้ระดับแบตเตอรี่ (SOC) เพิ่มจาก 10% – 97%
    • ในสภาวะอุณหภูมิต่ำสุดขั้ว (-30°C): ชาร์จเพียง 3 นาที ได้ระดับแบตเตอรี่ (SOC) เพิ่มจาก 20% – 97%

ระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะและความปลอดภัย (Smart Driving & Safety)

  • ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ DiPilot 300 (Tiannaza B – Laser Radar Version):

    • Tiannaza 5.0: ระบบโมเดลประมวลผลอัจฉริยะแบบ End-to-End
    • City Navigation Assist: ระบบช่วยนำทางและขับขี่ในเมือง รองรับการกลับรถอัตโนมัติและการสลับเลนในสถานการณ์ซับซ้อน
    • High-speed Navigation Assist: ระบบช่วยนำทางบนทางด่วน/ทางหลวง สามารถแซงรถและเข้า-ออกทางแยก (Ramp) ได้เองอัตโนมัติ
    • All-Scenario Parking: ระบบจอดรถอัตโนมัติทุกรูปแบบ รองรับพื้นที่แคบ (พับกระจกมองข้างอัตโนมัติ), การเดินหน้าเข้าจอด และการถอยออกจากช่องจอด
  • ระบบควบคุมและโครงสร้างความปลอดภัย

    • iTAC 2.0: ระบบควบคุมแรงบิดอัจฉริยะ เพิ่มเสถียรภาพและการยึดเกาะถนน
    • TBC (Tyre Blowout Control System): ระบบควบคุมเสถียรภาพเมื่อยางระเบิดขณะความเร็วสูง (ทดสอบผ่านเกณฑ์ทางตรงที่ 140 กม./ชม. และทางโค้งที่ 120 กม./ชม.)
    • ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่งรอบคัน: (รวมถึงถุงลมนิรภัยคั่นกลางระหว่างเบาะหน้าเพื่อป้องกันการกระแทกกันเอง)
    • DFM (Driver Fatigue Monitoring): ระบบกล้องตรวจจับและเตือนความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่
    • กล้องบันทึกภาพการขับขี่ 5 ทิศทาง (5-way Driving Recorder)
    • ระบบโทรช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน: รองรับระบบ E-Call และ I-Call
    • ระบบภาพจำลองรอบทิศทาง 360° (360° Panoramic View)
    • Cloud Service APP: ระบบควบคุมและสั่งการตัวรถระยะไกลผ่านแอปพลิเคชัน
    • โครงสร้างหลังคาทนทานเป็นพิเศษ: รองรับน้ำหนักขณะจอดนิ่ง (Static Load) ได้ถึง 600 กิโลกรัม และขณะเคลื่อนที่ (Dynamic Load) ได้ 100 กิโลกรัม

ดีไซน์ภายนอกและมิติตัวถัง (Exterior & Dimensions)

  • มิติตัวถัง (Dimensions):

    • ความยาว: 4,665 มม. | ความกว้าง: 1,895 มม. | ความสูง: 1,675 มม. | ระยะฐานล้อ: 2,770 มม.

  • เอกลักษณ์การออกแบบภายนอก (Dynamic Body Design):

    • เส้นสายด้านข้างตัวรถ (Waistline) พริ้วไหวโฉบเฉี่ยว, ซุ้มล้อสีเดียวกับตัวรถ และสเกิร์ตข้างดีไซน์ลากยาวต่อเนื่อง
    • การออกแบบเสา D-pillar แบบใบมีด (Blade D-pillar) ควบคู่กับหลังคาแบบลอยตัว (Floating Roof) ให้ความรู้สึกเบาและสปอร์ต
  • ตัวเลือกสีตัวถังภายนอก (Exterior Colors)

    • สีชมพูพาสเทลทูโทนหลังคาดำ (Fantasy Pink Two-Tone) / สีชมพูพาสเทล (Fantasy Pink)
    • สีน้ำเงินทูโทนหลังคาดำ (Trendy Blue Two-Tone) / สีน้ำเงิน (Trendy Blue)
    • สีเขียวเข้มทูโทนหลังคาดำ (Aura Green Two-Tone) / สีเขียวเข้ม (Aura Green)
    • สีขาว (Space White) / สีเทา (Line Gray) / สีเขียวพาสเทล (Encounter Cyan)

ห้องโดยสาร ฟังก์ชัน และพื้นที่ใช้สอย (Interior & Comfort)

  • ดีไซน์ห้องโดยสาร (Interior Colors):

    • การตกแต่งภายในมาในโทนสีเทาหมอก (Smoky Gray) และ สีเทาเมฆครึ้ม (Twilight Gray) ให้ความรู้สึกเรียบหรู อบอุ่น และล้ำสมัย

  • ความสะดวกสบายภายใน (Cabin Features):

    • โหมดพักผ่อนและเบาะนั่งระดับควีน (Nap Mode & Queen Co-pilot Seat): เบาะผู้โดยสารตอนหน้าปรับเอนนอนราบต่อเนื่องกับเบาะหลังเพื่อการพักผ่อนอย่างเต็มอิ่ม

    • ระบบเสียงไฮไฟ Dynaudio: มาพร้อมลำโพงคุณภาพสูงถึง 16 ตำแหน่ง

    • Interactive Ambient Light: ไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสาร ปรับได้ 256 สี พร้อมระบบกะพริบตามจังหวะดนตรี

    • หลังคากระจกพาโนรามิกซันรูฟ: ขนาดใหญ่ถึง 1 ตารางเมตร มาพร้อมม่านบังแดดไฟฟ้า และความสามารถในการป้องกันรังสี UV ได้มากกว่าหรือเท่ากับ 99.9%

  • ระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะ (Smart Connectivity):

    • หน้าจอกลางรองรับการเปลี่ยนธีมที่หลากหลาย (เช่น ธีมสัตว์เลี้ยงเสมือนจริง My Little Pony)

    • ปลั๊กอินและแอปพลิเคชันเสริมเพื่อความผ่อนคลาย (Cyber Plugins เช่น เสียงเคาะปลาไม้, ขันธิเบต และระฆังเซน สำหรับฝึกสมาธิหรือผ่อนคลายความเครียด)

  • พื้นที่เก็บสัมภาระและช่องเก็บของ 39 จุดรอบคัน (Storage Space):

    • ช่องเก็บสัมภาระด้านหน้า (Frunk): ความจุ 180 ลิตร ระบบไฟฟ้า พร้อมฟังก์ชันเคาะเพื่อปลดล็อก (Knock-to-Unlock)

    • ฝั่งผู้โดยสาร: ช่องเก็บของอเนกประสงค์ดีไซน์พิเศษ (Inspiration Magic House)

    • คอนโซลกลาง: ตู้แช่เย็นและร้อนในตัว (Cooling & Heating Integrated Refrigerator)

    • เบาะหลัง: กล่องเก็บของอเนกประสงค์แบบเลื่อนเปิด-ปิดใต้เบาะ (Flexible Twin Storage Boxes)

    • กล่องทิชชู่: ออกแบบฝังเรียบเนียนไปกับที่พักแขนคอนโซลกลาง

    • ห้องสัมภาระท้ายรถ: ความจุขนาดใหญ่พิเศษถึง 750 ลิตร

    • จุดอำนวยความสะดวกอื่นๆ: ตะขอแขวนผ้าที่เสา B, กล่องใส่แว่นตา, ช่องเก็บแผนที่ และช่องเชื่อมต่อขยายอเนกประสงค์แบบเกลียวที่ฝั่งคนขับ

 

 

Advertisement Advertisement

คุณไม่สามารถคัดลอกเนื้อหาของหน้านี้ได้