เปิดขายจีน BYD ATTO 3 เจนที่ 3 ราคา 686,000 บาท วิ่งได้ 630 กม./ชาร์จ CLTC ชาร์จ 10-97% 9 นาที



6 สีตัวถัง BYD ATTO 3 ใหม่ในจีน มีให้เลือกสามแบบสีตัดกัน ได้แก่ ชมพู Dreamy Pink, ฟ้า Trendy Blue และเขียว Aura Green รวมถึงสามแบบสีพื้น ได้แก่ ฟ้า Encountering Cyan, ขาว Sky White และเทา Linear Gray


ราคาจำหน่าย BYD Yuan PLUS/ ATTO 3 เจนเนอเรชันที่ 3 แต่ละรุ่นย่อย
สำหรับราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศจีน (คำนวณด้วยอัตราแลกเปลี่ยน 1 หยวน = 4.805 บาท) มีรายละเอียดดังนี้:
- รุ่น 540KM 领先型 (Leading): ระยะทางวิ่ง 540 กม. ราคา 119,900 หยวน (ประมาณ 576,000 บาท)
- รุ่น 540KM 超越型 (Transcend): ระยะทางวิ่ง 540 กม. ราคา 129,900 หยวน (ประมาณ 624,000 บาท)
- รุ่น 630KM 超越型 (Transcend): ระยะทางวิ่ง 630 กม. ราคา 142,900 หยวน (ประมาณ 686,600 บาท)
- รุ่น 630KM 卓越型 (Excellent): ระยะทางวิ่ง 630 กม. ราคา 149,900 หยวน (ประมาณ 720,000 บาท)
ข้อเสนอพิเศษช่วงเปิดตัว: ลูกค้าที่จองและออกรถภายในวันที่ 30 มิถุนายน จะได้รับสิทธิประโยชน์ระดับพรีเมียมมากมาย อาทิ แพ็กเกจการเงิน, สิทธิ์ทดลองระบบชาร์จไว, ฟรีค่าบำรุงรักษา, อัปเกรดยกชุดแต่งทูโทน, และการรับประกันคุณภาพตัวรถและระบบอัจฉริยะแบบจุใจ นอกเหนือจากนี้ ในรุ่น Transcend และ Excellent ยังสามารถเลือกมิกซ์ออปชันเพิ่มระบบขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง (เวอร์ชัน Lidar) ได้ในราคา 12,000 หยวน (ประมาณ 57,600 บาท) อีกด้วย
เจาะลึกความโดดเด่นและจุดเปลี่ยนสำคัญของ “Yuan PLUS เจน 3”
มิติตัวถังขยายใหญ่ขึ้น ทุกมิติห้องโดยสารกว้างขวางกว่าเดิม
เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นเดิม (Yuan PLUS / ATTO 3 รุ่นปัจจุบัน) รถรุ่นใหม่นี้มีการปรับเพิ่มขนาดตัวถังในทุกมิติอย่างเห็นได้ชัด ช่วยให้ห้องโดยสารโปร่งโล่งและนั่งสบายขึ้นมาก
- ความยาว: 4,665 มม. (รุ่นเดิม 4,455 มม. / ยาวขึ้น 210 มม.)
- ความกว้าง: 1,895 มม. (รุ่นเดิม 1,875 มม. / กว้างขึ้น 20 มม.)
- ความสูง: 1,675 มม. (รุ่นเดิม 1,615 มม. / สูงขึ้น 60 มม.)
- ระยะฐานล้อ: 2,770 มม. (รุ่นเดิม 2,720 มม. / ยาวขึ้น 50 มม.)
ดีไซน์ภายนอกเรียบหรู ทันสมัย และตอบโจทย์การใช้งาน
ด้านหน้าของตัวรถยังคงเอกลักษณ์การออกแบบของตระกูล BYD ไว้อย่างเหนียวแน่น แถบโครเมียมคาดกลางเชื่อมต่อกับชุดไฟหน้าทรงเรียวยาวอันเฉียบคม กันชนด้านล่างดีไซน์ช่องดักลมทรงคางหมูพร้อมช่องรีดอากาศด้านข้าง มอบภาพลักษณ์ที่ดูมินิมอลแต่แฝงความสปอร์ต
ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การเพิ่ม “ห้องเก็บสัมภาระด้านหน้า (Frunk) ขนาดใหญ่ถึง 180 ลิตร” ที่เปิด-ปิดง่ายๆ ด้วยระบบไฟฟ้าเพียงแค่การเคาะ (Knock-to-open) ส่วนด้านข้างตัวรถเน้นแนวหลังคาที่ราบเรียบเพื่อเพิ่มพื้นที่ Headroom ภายใน ตัวมือจับประตูเปลี่ยนเป็นแบบครึ่งซ่อน (Semi-hidden) เพื่อลดแรงต้านอากาศ และมีล้ออัลลอยขนาด 18 และ 19 นิ้วให้เลือกตามรุ่นย่อย
ส่วนท้ายรถติดตั้งไฟเบรกดวงที่สามแบบแยกสองฝั่งดีไซน์แปลกใหม่ ไฟท้าย LED พาดยาวดีไซน์โครงสร้างภายในแบบงานจักสาน (Weaving Inspired) คล้ายกับรุ่นพี่อย่าง BYD Tang L พร้อมฝาท้ายเปิด-ปิดไฟฟ้า และพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายปกติที่กว้างขวางถึง 750 ลิตร
ห้องโดยสารสุดล้ำ ฟังก์ชันเอาใจคุณสุภาพสตรี
ภายในห้องโดยสารอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด หน้าจอกลางแบบหมุนได้อันเป็นเอกลักษณ์ ทำงานบนระบบปฏิบัติการ DiLink รุ่นล่าสุด พวงมาลัยมัลทีฟังก์ชันดีไซน์ 2 ก้านแบบใหม่ ย้ายตำแหน่งเกียร์ไปไว้ที่คอพวงมาลัย (Pocket Gear) เพิ่มหน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่บนกระจกหน้า (HUD) และช่องยึดโทรศัพท์มือถือแบบหมุดยึดพิเศษ
ความใส่ใจในรายละเอียดถูกส่งต่อไปยังเบาะผู้โดยสารตอนหน้า ด้วยการติดตั้ง “เบาะนั่งเจ้าหญิง (Queen Seat)” ที่มาพร้อมที่รองขาเพื่อความผ่อนคลายสูงสุด บริเวณคอนโซลหน้าฝั่งผู้โดยสารยังมีกล่องเก็บของอเนกประสงค์ที่ทาง BYD เรียกว่า “กล่องวิเศษสำหรับใส่มินิฟิกเกอร์/โมเดล (手办妙妙屋)” พร้อมช่องชาร์จ Type-C ในตัว
นอกจากนี้ ตัวรถยังติดตั้งสิ่งอำนวยความสะดวกระดับไฮเอนด์มาให้แบบครบครัน:
- ระบบอุ่นเบาะและระบบระบายอากาศ (Ventilated Seats) สำหรับเบาะคู่หน้า
- ระบบอุ่นพวงมาลัย
- ตู้เย็นประจำรถ (Chilled Storage Compartment)
- ระบบเครื่องเสียงพรีเมียมจาก Dynaudio พร้อมลำโพง 16 ตำแหน่ง
และที่สำคัญที่สุดคือ การยกเลิกที่เปิดประตูภายในรถแบบอุโมงค์หมุน (ในรุ่นเดิม) แล้วเปลี่ยนกลับมาใช้ “ที่เปิดประตูแบบแมคคานิกดั้งเดิม” ช่วยหมดปัญหาผู้โดยสารขึ้นรถมาแล้วหาที่เปิดประตูลงรถไม่เจออีกต่อไป!
ขุมพลังไฟฟ้าล้อหลัง ขี่สนุก มั่นใจด้วย Cloud Chariot-C
จากเดิมที่เป็นรถขับเคลื่อนล้อหน้า ในเจเนอเรชันที่ 3 นี้ถูกอัปเกรดให้เป็น ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) อย่างเต็มรูปแบบ มอบสมรรถนะและการควบคุมที่สนุกสนานเร้าใจยิ่งขึ้น โดยมีสองพละกำลังให้เลือกสรร
- รุ่น Standard Range: มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 57.545 kWh ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้พละกำลังสูงสุด 200 kW (เทียบเท่า 270 PS) สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุด 540 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน CLTC
- รุ่น Extended Range: ขยับความจุแบตเตอรี่ขึ้นเป็น 68.547 kWh จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง 240 kW (เทียบเท่า 324 PS) มอบระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 630 กิโลเมตร
🔥 ไฮไลท์สำคัญที่สุด: BYD ได้เปิดตัวเทคโนโลยี Flash Charging สุดล้ำสมัยในรถรุ่นนี้ ซึ่งสามารถชาร์จกระแสไฟเข้าแบตเตอรี่จาก 10% ไปจนถึง 97% ได้ภายในเวลาเพียง 9 นาทีเท่านั้น! ถือเป็นการลบจุดอ่อนเรื่องระยะเวลาการชาร์จของรถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างสิ้นเชิง
เทคโนโลยีระบบชาร์จอัจฉริยะ (Flash Charge) บน e-Platform 3.0 Evo
หนึ่งในไฮไลต์ที่สร้างความฮือฮาที่สุดในขุมพลังเจเนอเรชันที่ 3 ของ BYD Yuan PLUS ก็คือระบบการจัดการพลังงานและสถาปัตยกรรมการชาร์จแบบใหม่ ซึ่งเปลี่ยนโฉมจากรถยนต์ไฟฟ้ากระแสแรงดันปกติ ขึ้นสู่มาตรฐานใหม่ในเซกเมนต์รถระดับราคา 150,000 หยวน
- สถาปัตยกรรมแรงดันสูง 800V เทคโนโลยีระดับท็อป: จากอานิสงส์ของการพัฒนาบนแพลตฟอร์มใหม่ e-Platform 3.0 Evo ทำให้รถรุ่นนี้มาพร้อมกับระบบแรงดันไฟฟ้าสูงระดับ 800V (High-Voltage Platform) ส่งผลให้การจัดการพลังงานมีประสิทธิภาพสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด ความร้อนสะสมขณะชาร์จลดลง และสามารถรองรับกระแสไฟชาร์จได้อย่างรุนแรงและต่อเนื่อง
- ความเร็วในการชาร์จระดับ “闪充” (Flash Charge): ตัวรถสามารถเคลมสถิติการชาร์จกระแสตรง (DC Fast Charge) ในสภาวะอุณหภูมิปกติได้อย่างน่าทึ่ง โดยสามารถชาร์จพลังงานไฟฟ้าจาก 30% ขึ้นสู่ 80% ได้ภายในระยะเวลาเพียง 5 นาทีเท่านั้น และหากชาร์จจาก 10% จนเกือบเต็มที่ 97% จะใช้เวลาเพียง 9 นาที
- ทรงประสิทธิภาพในทุกสภาพอากาศ: ไม่เพียงแต่การชาร์จในสภาวะปกติเท่านั้น BYD ยังอัปเกรดระบบจัดการความร้อนของแบตเตอรี่อัจฉริยะ ทำให้แม้ต้องเผชิญกับสภาพอากาศหนาวจัดในระดับอุณหภูมิติดลบ (-30 องศาเซลเซียส) ตัวรถก็ยังสามารถควบคุมระบบให้ชาร์จไฟจาก 10% ถึง 97% ได้ในเวลาเพียง 11 นาที ซึ่งมีประสิทธิภาพความเร็วในการชาร์จท่ามกลางอุณหภูมิต่ำดีขึ้นกว่ารุ่นเดิมถึง 40%
- ทำงานร่วมกับ Blade Battery เจนเนอเรชันที่ 2: หัวใจหลักที่ทำให้ระบบชาร์จเร็ว Flash Charge ทำงานได้อย่างปลอดภัยและมีเสถียรภาพสูง คือการจับคู่กับแบตเตอรี่ลิเธียมฟอสเฟตทรงใบมีด หรือ Second-Generation Blade Battery รุ่นล่าสุด ที่ได้รับการอัปเกรดความหนาแน่นของพลังงาน (Energy Density) และปรับปรุงโครงสร้างภายในให้รองรับอัตราการชาร์จ (C-Rate) ที่สูงขึ้น โดยยังคงรักษามาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดจากการทดสอบแทงด้วยแท่งตะปู (Nail Penetration Test) อันเป็นจุดเด่นของแบรนด์ไว้เช่นเดิม
ระบบช่วงล่างเปลี่ยนไปใช้ด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สันสตรัท และด้านหลังแบบอิสระ 5 ลิงก์ (Five-link Independent Suspension) เสริมความนุ่มนวลและเกาะถนนด้วยระบบควบคุมอัจฉริยะ DiSus-C (雲輦-C / Cloud Chariot-C) รวมถึงระบบควบคุมแรงบิดอัจฉริยะ iTAC 2.0 และระบบควบคุมรถเมื่อยางระเบิดที่ความเร็วสูง (TBC)
ปลอดภัยเหนือระดับกับระบบขับขี่อัจฉริยะ DiPilot 30 (God’s Eye)
BYD Yuan PLUS เจนฯ 3 ปฏิวัติระบบความปลอดภัยด้วยการติดตั้งระบบขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง “DiPilot 300” ซึ่งเป็นการผสานการทำงานร่วมกันระหว่างระบบเซนเซอร์ตรวจจับรอบคันถึง 30 จุด และเรดาร์ Lidar ช่วยรองรับระบบขับขี่อัตโนมัติทั้งการนำทางบนทางหลวง (Highway Navigation), การนำทางในเมือง (City Navigation) และระบบนำรถเข้าจอดอัตโนมัติในทุกสถานการณ์ (All-scene Automatic Parking)
ข้อมูลสำคัญๅ
ระบบแบตเตอรี่และการชาร์จ (Battery & Charging)
-
เทคโนโลยีแบตเตอรี่ Blade Battery รุ่นที่ 2 (Second-Generation Blade Battery):
- ให้พลังงานชาร์จที่เร็วขึ้นและมีความปลอดภัยที่สูงยิ่งขึ้น
- อายุการใช้งานยาวนานกว่า (Longer Lifespan)
- ความหนาแน่นของพลังงานสูงกว่า (Higher Energy Density)
- ระยะทางวิ่งสูงสุด: 630 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็ม (ตามมาตรฐาน CLTC)
-
เทคโนโลยีชาร์จเร็วอัจฉริยะ BYD (BYD Flash Charging Technology):
- ชาร์จเพียง 5 นาที ได้ระดับแบตเตอรี่ (SOC) เพิ่มจาก 10% – 70%
- ชาร์จเพียง 9 นาที ได้ระดับแบตเตอรี่ (SOC) เพิ่มจาก 10% – 97%
- ในสภาวะอุณหภูมิต่ำสุดขั้ว (-30°C): ชาร์จเพียง 3 นาที ได้ระดับแบตเตอรี่ (SOC) เพิ่มจาก 20% – 97%
ระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะและความปลอดภัย (Smart Driving & Safety)
-
ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ DiPilot 300 (Tiannaza B – Laser Radar Version):
- Tiannaza 5.0: ระบบโมเดลประมวลผลอัจฉริยะแบบ End-to-End
- City Navigation Assist: ระบบช่วยนำทางและขับขี่ในเมือง รองรับการกลับรถอัตโนมัติและการสลับเลนในสถานการณ์ซับซ้อน
- High-speed Navigation Assist: ระบบช่วยนำทางบนทางด่วน/ทางหลวง สามารถแซงรถและเข้า-ออกทางแยก (Ramp) ได้เองอัตโนมัติ
- All-Scenario Parking: ระบบจอดรถอัตโนมัติทุกรูปแบบ รองรับพื้นที่แคบ (พับกระจกมองข้างอัตโนมัติ), การเดินหน้าเข้าจอด และการถอยออกจากช่องจอด
-
ระบบควบคุมและโครงสร้างความปลอดภัย
- iTAC 2.0: ระบบควบคุมแรงบิดอัจฉริยะ เพิ่มเสถียรภาพและการยึดเกาะถนน
- TBC (Tyre Blowout Control System): ระบบควบคุมเสถียรภาพเมื่อยางระเบิดขณะความเร็วสูง (ทดสอบผ่านเกณฑ์ทางตรงที่ 140 กม./ชม. และทางโค้งที่ 120 กม./ชม.)
- ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่งรอบคัน: (รวมถึงถุงลมนิรภัยคั่นกลางระหว่างเบาะหน้าเพื่อป้องกันการกระแทกกันเอง)
- DFM (Driver Fatigue Monitoring): ระบบกล้องตรวจจับและเตือนความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่
- กล้องบันทึกภาพการขับขี่ 5 ทิศทาง (5-way Driving Recorder)
- ระบบโทรช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน: รองรับระบบ E-Call และ I-Call
- ระบบภาพจำลองรอบทิศทาง 360° (360° Panoramic View)
- Cloud Service APP: ระบบควบคุมและสั่งการตัวรถระยะไกลผ่านแอปพลิเคชัน
- โครงสร้างหลังคาทนทานเป็นพิเศษ: รองรับน้ำหนักขณะจอดนิ่ง (Static Load) ได้ถึง 600 กิโลกรัม และขณะเคลื่อนที่ (Dynamic Load) ได้ 100 กิโลกรัม

ดีไซน์ภายนอกและมิติตัวถัง (Exterior & Dimensions)
-
มิติตัวถัง (Dimensions):
-
ความยาว: 4,665 มม. | ความกว้าง: 1,895 มม. | ความสูง: 1,675 มม. | ระยะฐานล้อ: 2,770 มม.
-
-
เอกลักษณ์การออกแบบภายนอก (Dynamic Body Design):
- เส้นสายด้านข้างตัวรถ (Waistline) พริ้วไหวโฉบเฉี่ยว, ซุ้มล้อสีเดียวกับตัวรถ และสเกิร์ตข้างดีไซน์ลากยาวต่อเนื่อง
- การออกแบบเสา D-pillar แบบใบมีด (Blade D-pillar) ควบคู่กับหลังคาแบบลอยตัว (Floating Roof) ให้ความรู้สึกเบาและสปอร์ต
-
ตัวเลือกสีตัวถังภายนอก (Exterior Colors)
- สีชมพูพาสเทลทูโทนหลังคาดำ (Fantasy Pink Two-Tone) / สีชมพูพาสเทล (Fantasy Pink)
- สีน้ำเงินทูโทนหลังคาดำ (Trendy Blue Two-Tone) / สีน้ำเงิน (Trendy Blue)
- สีเขียวเข้มทูโทนหลังคาดำ (Aura Green Two-Tone) / สีเขียวเข้ม (Aura Green)
- สีขาว (Space White) / สีเทา (Line Gray) / สีเขียวพาสเทล (Encounter Cyan)

ห้องโดยสาร ฟังก์ชัน และพื้นที่ใช้สอย (Interior & Comfort)
-
ดีไซน์ห้องโดยสาร (Interior Colors):
-
การตกแต่งภายในมาในโทนสีเทาหมอก (Smoky Gray) และ สีเทาเมฆครึ้ม (Twilight Gray) ให้ความรู้สึกเรียบหรู อบอุ่น และล้ำสมัย
-
-
ความสะดวกสบายภายใน (Cabin Features):
-
โหมดพักผ่อนและเบาะนั่งระดับควีน (Nap Mode & Queen Co-pilot Seat): เบาะผู้โดยสารตอนหน้าปรับเอนนอนราบต่อเนื่องกับเบาะหลังเพื่อการพักผ่อนอย่างเต็มอิ่ม
-
ระบบเสียงไฮไฟ Dynaudio: มาพร้อมลำโพงคุณภาพสูงถึง 16 ตำแหน่ง
-
Interactive Ambient Light: ไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสาร ปรับได้ 256 สี พร้อมระบบกะพริบตามจังหวะดนตรี
-
หลังคากระจกพาโนรามิกซันรูฟ: ขนาดใหญ่ถึง 1 ตารางเมตร มาพร้อมม่านบังแดดไฟฟ้า และความสามารถในการป้องกันรังสี UV ได้มากกว่าหรือเท่ากับ 99.9%
-
-
ระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะ (Smart Connectivity):
-
หน้าจอกลางรองรับการเปลี่ยนธีมที่หลากหลาย (เช่น ธีมสัตว์เลี้ยงเสมือนจริง My Little Pony)
-
ปลั๊กอินและแอปพลิเคชันเสริมเพื่อความผ่อนคลาย (Cyber Plugins เช่น เสียงเคาะปลาไม้, ขันธิเบต และระฆังเซน สำหรับฝึกสมาธิหรือผ่อนคลายความเครียด)
-
-
พื้นที่เก็บสัมภาระและช่องเก็บของ 39 จุดรอบคัน (Storage Space):
-
ช่องเก็บสัมภาระด้านหน้า (Frunk): ความจุ 180 ลิตร ระบบไฟฟ้า พร้อมฟังก์ชันเคาะเพื่อปลดล็อก (Knock-to-Unlock)
-
ฝั่งผู้โดยสาร: ช่องเก็บของอเนกประสงค์ดีไซน์พิเศษ (Inspiration Magic House)
-
คอนโซลกลาง: ตู้แช่เย็นและร้อนในตัว (Cooling & Heating Integrated Refrigerator)
-
เบาะหลัง: กล่องเก็บของอเนกประสงค์แบบเลื่อนเปิด-ปิดใต้เบาะ (Flexible Twin Storage Boxes)
-
กล่องทิชชู่: ออกแบบฝังเรียบเนียนไปกับที่พักแขนคอนโซลกลาง
-
ห้องสัมภาระท้ายรถ: ความจุขนาดใหญ่พิเศษถึง 750 ลิตร
-
จุดอำนวยความสะดวกอื่นๆ: ตะขอแขวนผ้าที่เสา B, กล่องใส่แว่นตา, ช่องเก็บแผนที่ และช่องเชื่อมต่อขยายอเนกประสงค์แบบเกลียวที่ฝั่งคนขับ
-







