CHANGAN เปิดงบครึ่งแรกปี 2026 กำไรลดลงถึง 83.01% ยอดขายลด 17% แต่รายได้ต่างประเทศพุ่งเกือบ 79%
CHANGAN เปิดงบครึ่งแรกปี 2026 กำไรลดลงถึง 83.01% ยอดขายลด 17% แต่รายได้ต่างประเทศพุ่งเกือบ 79%
CHANGAN Automobile หรือ ฉางอัน ออโตโมบิล เปิดเผยผลประกอบการช่วงครึ่งแรกของปี 2026 สะท้อนภาพการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดรถยนต์จีน โดยรายได้และกำไรลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ยอดขายรถยนต์รวมลดลงกว่า 17%
อย่างไรก็ตาม ตลาดต่างประเทศกลับเติบโตอย่างโดดเด่น ทั้งยอดส่งออกและรายได้จากต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นในระดับสูง จนกลายเป็นหนึ่งในเสาหลักสำคัญในการช่วยชดเชยแรงกดดันจากตลาดจีน
รายได้ 319,000 ล้านบาท กำไรสุทธิลด 64%
ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 CHANGAN มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 65.634 พันล้านหยวน หรือประมาณ 319,047 ล้านบาท ลดลง 9.71% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2025 ที่มีรายได้ 72.691 พันล้านหยวน หรือประมาณ 353,351 ล้านบาท
กำไรสุทธิที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทจดทะเบียนอยู่ที่ 817 ล้านหยวน หรือประมาณ 3,971 ล้านบาท ลดลงถึง 64.32% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 2.291 พันล้านหยวน หรือประมาณ 11,137 ล้านบาท
หากตัดรายการกำไรหรือขาดทุนที่ไม่เกิดขึ้นเป็นประจำออก กำไรสุทธิจะเหลือเพียง 251 ล้านหยวน หรือประมาณ 1,220 ล้านบาท ลดลงถึง 83.01%
ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นชัดเจนว่า แม้ธุรกิจหลักของ CHANGAN ยังสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้ แต่กำไรสุทธิของบริษัทกำลังเผชิญแรงกดดันค่อนข้างมาก
ยอดขายลด 17.44% เหลือ 1.12 ล้านคัน
ช่วงเดือนมกราคม-มิถุนายน 2026 CHANGAN มียอดขายรถยนต์รวม 1.1189 ล้านคัน ลดลง 17.44% เมื่อเทียบกับปีก่อน บริษัทระบุว่า ปัจจัยสำคัญมาจากความต้องการรถยนต์ในประเทศจีนที่ชะลอตัว รวมถึงการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงในอุตสาหกรรมรถยนต์จีน ในจำนวนยอดขายทั้งหมด เป็นรถยนต์พลังงานใหม่หรือ NEV ประมาณ 414,000 คัน
โดย CHANGAN กำลังผลักดันแบรนด์รถยนต์พลังงานใหม่หลัก 3 แบรนด์ ได้แก่
- AVATR
- DEEPAL
- CHANGAN QIYUAN/NEVO
พร้อมเดินหน้าขยายผลิตภัณฑ์ทั้ง BEV, PHEV และระบบขับเคลื่อนพลังงานใหม่ในหลายระดับราคา
ส่งออกรถ 455,000 คัน เพิ่มขึ้น 51.9%
สิ่งที่โดดเด่นที่สุดในงบครึ่งปีแรกของ CHANGAN คือการเติบโตของธุรกิจต่างประเทศ บริษัทส่งออกรถยนต์ได้รวม 455,000 คัน เพิ่มขึ้นถึง 51.9% การขยายตัวของยอดส่งออกกำลังช่วยชดเชยยอดขายที่ลดลงในประเทศจีน และทำให้ตลาดต่างประเทศกลายเป็นส่วนสำคัญของยุทธศาสตร์ CHANGAN ในอนาคต
รายได้ต่างประเทศโต 78.77%
เมื่อแยกรายได้ตามภูมิภาคจะเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน รายได้ในประเทศจีนอยู่ที่ 43.692 พันล้านหยวน หรือประมาณ 212,387 ล้านบาท ลดลงถึง 27.68% ขณะที่รายได้จากต่างประเทศอยู่ที่ 21.942 พันล้านหยวน หรือประมาณ 106,660 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 78.77% ส่งผลให้รายได้จากต่างประเทศคิดเป็นสัดส่วนถึง 33.43% ของรายได้ทั้งหมด หรือกล่าวได้ว่า เงินรายได้ประมาณ 1 ใน 3 ของ CHANGAN ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 มาจากตลาดนอกประเทศจีนแล้ว
ตลาดต่างประเทศทำกำไรดีกว่าจีน
อีกหนึ่งตัวเลขที่น่าสนใจคืออัตรากำไรขั้นต้นหรือ Gross Margin ธุรกิจในประเทศจีนมี Gross Margin อยู่ที่ 11.67% ขณะที่ธุรกิจต่างประเทศมี Gross Margin สูงถึง 20.13% แตกต่างกันกว่า 8 จุดเปอร์เซ็นต์ ตัวเลขนี้สะท้อนว่าตลาดต่างประเทศไม่ได้มีความสำคัญต่อ CHANGAN เฉพาะด้านการเพิ่มยอดขายเท่านั้น แต่ยังมีความสามารถในการสร้างกำไรต่อรายได้สูงกว่าตลาดจีนอย่างชัดเจน หนึ่งในเหตุผลสำคัญคือการแข่งขันด้านราคาในประเทศจีนที่รุนแรงมาก ทำให้ผู้ผลิตต้องใช้โปรโมชั่นและส่วนลดเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด ขณะที่ตลาดต่างประเทศบางประเทศยังสามารถรักษาระดับราคาจำหน่ายและ Margin ได้ดีกว่า
Gross Margin ธุรกิจรถยนต์ยังอยู่ที่ 14.50%
แม้กำไรสุทธิจะลดลงอย่างมาก แต่ธุรกิจผลิตรถยนต์ของ CHANGAN ยังคงรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ได้ที่ 14.50% ลดลงจากปีก่อนเพียง 0.08 จุดเปอร์เซ็นต์ สะท้อนว่าความสามารถในการทำกำไรจากธุรกิจรถยนต์หลักยังไม่ได้ทรุดลงในระดับเดียวกับกำไรสุทธิ รายงานยังระบุว่า กำไรของบริษัทในช่วงครึ่งปีแรกได้รับผลกระทบจากปัจจัยด้านอัตราแลกเปลี่ยนด้วย
กระแสเงินสดติดลบกว่า 55,000 ล้านบาท
อีกตัวเลขที่ต้องจับตาคือกระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน ซึ่งอยู่ที่ -11.413 พันล้านหยวน หรือประมาณ -55,479 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2025 ที่อยู่ที่ -8.607 พันล้านหยวน หรือประมาณ -41,839 ล้านบาท ลดลงอีก 32.60%
CHANGAN ระบุว่า สาเหตุส่วนหนึ่งเกิดจากรายรับจากการขายที่ครบกำหนดลดลง รวมถึงเงินสดที่ใช้สำหรับโครงการซื้อหุ้นคืน ส่วนอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก หรือ ROE อยู่ที่เพียง 1.06% ลดลงจากปีก่อน 2.07 จุดเปอร์เซ็นต์
ทุ่ม R&D มากกว่า 15,000 ล้านบาท
แม้ธุรกิจต้องเผชิญแรงกดดันด้านกำไร CHANGAN ยังคงใช้งบประมาณด้านการวิจัยและพัฒนาจำนวนมาก ช่วงครึ่งแรกปี 2026 บริษัทมีค่าใช้จ่าย R&D รวม 3.155 พันล้านหยวน หรือประมาณ 15,336 ล้านบาท ลดลง 3.93% จากปีก่อน เงินลงทุนดังกล่าวถูกนำไปใช้ในการพัฒนาเทคโนโลยีสำคัญ เช่น
- ระบบไฮบริด
- ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า
- แบตเตอรี่
- ระบบช่วยขับขี่และระบบขับขี่อัตโนมัติ
- แพลตฟอร์มรถยนต์เจเนอเรชันใหม่
ขณะเดียวกัน บริษัทกำลังลดค่าใช้จ่ายด้านการขายและบริหาร เพื่อควบคุมต้นทุนภายในองค์กร
ธุรกิจอะไหล่และบริการสร้างรายได้กว่า 15,000 ล้านบาท
นอกจากธุรกิจรถยนต์แล้ว CHANGAN ยังมีรายได้จากธุรกิจอะไหล่หลังการขายและบริการด้านเทคนิค รายได้ส่วนนี้อยู่ที่ 3.134 พันล้านหยวน หรือประมาณ 15,234 ล้านบาท โดยมี Gross Margin ประมาณ 12.68% ถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจสนับสนุนที่ช่วยสร้างรายได้เพิ่มเติมนอกเหนือจากการจำหน่ายรถยนต์
DEEPAL เป็นบริษัทลูก CHANGAN ถือหุ้น 51%
ในด้านโครงสร้างธุรกิจ CHANGAN ดำเนินงานผ่านทั้งบริษัทลูก บริษัท Joint Venture และบริษัทร่วมลงทุน Deepal Automobile Technology หรือ DEEPAL มี CHANGAN ถือหุ้น 51% ทำหน้าที่เป็นหนึ่งในบริษัทหลักสำหรับการพัฒนาและทำตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ของกลุ่ม ขณะที่ Hefei Changan Automobile รับผิดชอบด้านการผลิตรถยนต์ของแบรนด์ ส่วนบริษัท Joint Venture ที่สำคัญ ได้แก่ Changan Ford และ Changan Mazda ซึ่งรับผิดชอบทั้งการผลิตและจำหน่ายรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป รวมถึงรถยนต์พลังงานใหม่
AVATR ไม่ถูกรวมในงบการเงินรวมโดยตรง
สำหรับ AVATR Technology ซึ่งเป็นแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมของกลุ่ม มีสถานะเป็นบริษัทร่วมลงทุน ดังนั้น รายได้และผลประกอบการของ AVATR จะไม่ได้ถูกนำมารวมในงบการเงินรวมของ CHANGAN โดยตรงแบบเดียวกับบริษัทลูก แต่จะรับรู้ผลกำไรหรือขาดทุนผ่านวิธีส่วนได้เสีย หรือ Equity Method นอกจากนี้ CHANGAN ยังมีการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น
- Times Changan Power Battery
- Wutong AutoLink
- บริษัทและบริษัทร่วมลงทุนในต่างประเทศ
เพื่อสนับสนุนทั้งด้านแบตเตอรี่ ระบบ Smart Cockpit และการผลิตรถยนต์ในตลาดต่างประเทศ
เตรียมกำลังผลิตแบตเตอรี่ PACK 580,000 ชุด
CHANGAN ยังเร่งสร้างความสามารถในการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์พลังงานใหม่ภายในกลุ่มบริษัทเอง ปัจจุบันบริษัทได้วางกำลังการผลิตไว้แล้วประมาณ
- แบตเตอรี่ PACK 580,000 ชุดต่อปี
- ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า 750,000 ชุดต่อปี
- ระบบควบคุมไฟฟ้า 500,000 ชุดต่อปี
เป้าหมายคือเพิ่มสัดส่วนการผลิตชิ้นส่วนหลักด้วยตัวเอง และลดการพึ่งพาซัพพลายเออร์จากภายนอก
พัฒนา Hybrid, แบตเตอรี่ และระบบขับขี่ L3-L4
ในด้านเทคโนโลยี ระบบ Blue Whale Super Hybrid และระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า Taihang Distributed Electric Drive ได้เริ่มเข้าสู่การผลิตเชิงพาณิชย์แล้ว ขณะที่เครื่องยนต์ไฮบริดต้นแบบรหัส WE20TG-AA ได้ผลิตออกจากสายการผลิตเรียบร้อย CHANGAN ยังเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยี Jinzhongzhao Battery รวมถึงระบบขับขี่อัตโนมัติระดับ L3 และ L4 เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับรถยนต์รุ่นใหม่ในอนาคต
เดินหน้า Shangri-La และ Beidou Tianshu
ด้านยุทธศาสตร์ CHANGAN ยังคงเดินหน้าแผน Third Entrepreneurship – Innovation & Entrepreneurship Plan 9.0 ควบคู่กับ Shangri-La New Energy Plan และ Beidou Tianshu Intelligent Strategy โดยกำลังสร้างโครงสร้างแบรนด์รถยนต์พลังงานใหม่ที่ครอบคลุมหลายตลาด ตั้งแต่ AVATR ในกลุ่มพรีเมียม DEEPAL ในตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ระดับกลาง CHANGAN QIYUAN รวมถึงรถยนต์นั่ง CHANGAN และรถเพื่อการพาณิชย์ CHANGAN Kaicene พร้อมประสานการดำเนินงานกับ Changan Ford และ Changan Mazda
สงครามราคารถจีนยังเป็นความเสี่ยงใหญ่
CHANGAN ระบุถึงความเสี่ยงที่ธุรกิจรถยนต์ยังต้องเผชิญในอนาคตหลายด้าน หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สุดคือการแข่งขันด้านราคาในตลาดรถยนต์จีน ซึ่งยังอยู่ในระดับสูงและกดดันกำไรต่อคันของผู้ผลิต นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงจากราคาวัตถุดิบและชิ้นส่วนสำคัญ เช่น ลิเทียมคาร์บอเนต และเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งอาจผันผวนและกระทบต้นทุนการผลิตรถยนต์ ส่วนธุรกิจต่างประเทศต้องเผชิญกับทั้งความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน กำแพงทางการค้า และความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่ธุรกิจรถยนต์พลังงานใหม่ยังต้องใช้เงินลงทุนด้าน R&D จำนวนมากอย่างต่อเนื่อง
วิเคราะห์ CHANGAN กำลังเปลี่ยนจากพึ่งตลาดจีนสู่บริษัท Global มากขึ้น
ภาพรวมของงบ CHANGAN ครึ่งแรกปี 2026 แสดงให้เห็นภาพที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนระหว่างตลาดจีนกับตลาดต่างประเทศ ในประเทศจีน บริษัทกำลังเผชิญทั้งยอดขายที่ลดลง สงครามราคา และ Margin ที่ถูกกดดัน แต่ในอีกด้านหนึ่ง ธุรกิจต่างประเทศกลับเติบโตอย่างรวดเร็ว
- ยอดส่งออกเพิ่มขึ้น 51.9%
- รายได้ต่างประเทศเพิ่มขึ้น 78.77%
- และรายได้จากต่างประเทศคิดเป็นมากกว่า 1 ใน 3 ของรายได้รวม
ที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ Gross Margin ของธุรกิจต่างประเทศสูงถึง 20.13% เทียบกับตลาดจีนเพียง 11.67%
ดังนั้น การขยายตลาดต่างประเทศอาจไม่ใช่เพียงยุทธศาสตร์เพิ่มยอดขายของ CHANGAN แต่กำลังกลายเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการรักษาความสามารถในการทำกำไรของบริษัทในระยะยาว
สรุปตัวเลขสำคัญ CHANGAN ครึ่งแรกปี 2026
- รายได้รวม 65.634 พันล้านหยวน หรือประมาณ 319,047 ล้านบาท ลดลง 9.71%
- กำไรสุทธิ 817 ล้านหยวน หรือประมาณ 3,971 ล้านบาท ลดลง 64.32%
- กำไรสุทธิหลังตัดรายการพิเศษ 251 ล้านหยวน หรือประมาณ 1,220 ล้านบาท ลดลง 83.01%
- ยอดขายรถยนต์ 1.1189 ล้านคัน ลดลง 17.44%
- ยอดขาย NEV 414,000 คัน
- ส่งออก 455,000 คัน เพิ่มขึ้น 51.9%
- รายได้ในจีน 212,387 ล้านบาท ลดลง 27.68%
- รายได้ต่างประเทศ 106,660 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 78.77%
- สัดส่วนรายได้ต่างประเทศ 33.43%
- Gross Margin ธุรกิจรถยนต์ 14.50%
- Gross Margin ตลาดจีน 11.67%
- Gross Margin ตลาดต่างประเทศ 20.13%
- งบ R&D ประมาณ 15,336 ล้านบาท
- กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานประมาณ -55,479 ล้านบาท
ภาพรวมจึงถือว่า CHANGAN กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ แม้ตลาดภายในประเทศจีนจะกดดันผลประกอบการอย่างหนัก แต่การเติบโตของตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะทั้งยอดขาย รายได้ และ Margin กำลังกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่จะกำหนดทิศทางของบริษัทในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 และระยะยาว
ที่มา: Autohome, รายงานผลประกอบการ CHANGAN Automobile ครึ่งแรกปี 2026
หมายเหตุ: ตัวเลขเงินบาทเป็นการคำนวณโดยประมาณที่อัตรา 1 หยวน ≈ 4.861 บาท


